
ที่มาภาพ: TechCrunch
Vijay Pande ปรับกลยุทธ์จากกองทุนไบโอเทค $4 พันล้านสู่ VZVC AI‑native ขนาดเล็ก
⚡ สรุป 30 วิ
Vijay Pande ผู้อำนวยการระดับสูงของ a16z ปิดกองทุนไบโอเทคขนาด $4 พันล้านและเปิดกองทุน VZVC ที่มุ่งเน้นโครงการ AI‑native ขนาดเล็ก…
Vijay Pande, ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท a16z ที่เคยดูแลกองทุนไบโอเทคมูลค่าประมาณ $4 พันล้าน ได้ออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อก่อตั้งกองทุนใหม่ที่เน้น AI อย่างเต็มรูปแบบ คือ VZVC** การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมชีววิทยาที่กำลังเคลื่อนย้ายจากการเป็น “วิทยาศาสตร์ค้นพบ” ไปสู่ “วิศวกรรมศาสตร์” และบ่งชี้ว่าการเข้าถึงข้อมูลเปิดแบบรวมศูนย์อาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ AI มีบทบาทในวงการแพทย์ได้จริง
Overview
Vijay Pande อธิบายว่า หลังจากใช้เวลาเกือบสิบปีกับ a16z เพื่อจัดสรรเงินทุนไบโอเทคจำนวนมหาศาล เขาตัดสินใจลดขนาดการลงทุนลงอย่างมากและมุ่งเน้นไปที่โครงการ AI‑native ที่สามารถดำเนินการได้ด้วยทีมเล็กกว่า “ไม่ใช่การเดิมพัน 30 ครั้งต่อปี” ตามคำพูดของเขา การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถทำให้กระบวนการวิจัยและพัฒนายาลูกได้เร็วขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายของการทดลองทางคลินิกที่ยังสูงอยู่
Shift from Discovery to Engineering
Pande ชี้ว่าชีววิทยาในปัจจุบันกำลังย้ายจากขั้นตอน “ค้นพบ” ที่เน้นการระบุเป้าหมายและกลไกใหม่ ๆ ไปสู่ “วิศวกรรมศาสตร์” ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบระบบชีวภาพด้วยหลักการที่เป็นมาตรฐาน การใช้ AI ทำให้สามารถสร้างโมเดลคณิตศาสตร์ของโปรตีนหรือเส้นทางเมตาบอลิซึมได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้เวลาที่ต้องใช้ในการตรวจสอบสมมติฐานลดลง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องอาศัยข้อมูลที่มีคุณภาพสูงและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
Clinical Trial Economics
ตามที่ Pande บรรยาย “การทดลองทางคลินิกยังคงเป็นความท้าทายด้านต้นทุนที่โหดร้าย” เนื่องจากแต่ละขั้นตอนของการทดลองต้องใช้เงินหลายสิบถึงหลายพันล้านบาท การลงทุนใน AI จึงไม่อาจทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดลดลงได้ทันที แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ป่วยและออกแบบโพรโตคอลที่เหมาะสมกว่าเดิม ทำให้อัตราการล้มเหลวของการทดลองลดลงโดยส่วนหนึ่ง
Role of Open, Shared Datasets
Pande เน้นว่าฐานข้อมูลเปิดเป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับ AI ที่ต้องการเรียนรู้จากตัวอย่างจำนวนมหาศาล เขาตั้งข้อสังเกตว่าในหลาย ๆ กรณี ข้อมูลชีวภาพยังคงถูกปิดกั้นโดยบริษัทหรือสถาบันที่ถือกรรมสิทธิ์ การสร้างแหล่งข้อมูลร่วมที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จะช่วยลดการทำซ้ำของงานวิจัยและเร่งความเร็วในการพัฒนาโมเดล AI ที่แม่นยำ
- ฐานข้อมูลเปิด ช่วยเพิ่มจำนวนตัวอย่างฝึกสอน
- ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในขั้นตอนคัดกรอง
- ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันและบริษัท
Strategy of VZVC
กองทุน VZVC ของ Pande ตั้งเป้าหมาย “เดิมพันเล็ก ๆ แต่หลายครั้ง” โดยเน้นที่โครงการ AI ที่มีความเป็นไปได้สูงในการลดต้นทุนหรือเร่งการพัฒนายา ทีมงานของเขามีจำนวนคนน้อยกว่า 20 คนแต่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ การตัดสินใจลงทุนจึงอิงจาก ข้อมูลเปิด ความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำกว่า
Outlook
Pande เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI จะกลายเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการพัฒนายา แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการแชร์ข้อมูลและการลดต้นทุนการทดลองทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง เขาย้ำว่า “การทำให้ข้อมูลเป็นสาธารณะ” จะเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ AI สามารถส่งมอบคุณค่าในระดับอุตสาหกรรมได้
Summary
Vijay Pande ปรับแนวทางจากการบริหารกองทุนไบโอเทคขนาดใหญ่ของ a16z ไปสู่การสร้างกองทุน AI‑native ขนาดเล็กอย่าง VZVC โดยเน้นที่การเปลี่ยนชีววิทยาเป็นวิศวกรรม การลดต้นทุนทดลองทางคลินิก และการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ AI มีผลกระทบต่อวงการแพทย์ได้จริง.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- “We’re not doing 30 bets a year”: Vijay Pande on betting small after running $4 billion at a16z
- ผู้เขียน
- Connie Loizos
- แหล่ง
- TechCrunch
- วันที่เผยแพร่
- 30 สิงหาคม 2569 เวลา 00:36



