Windscribe เปิดสคริปต์ deGDID ลบตัวระบุติดตามของ Microsoft จาก Windows

ที่มาภาพ: TechRadar

Security-อ่าน 6 นาทีTechRadar

Windscribe เปิดสคริปต์ deGDID ลบตัวระบุติดตามของ Microsoft จาก Windows

⚡ สรุป 30 วิ

Windscribe ปล่อยสคริปต์โอเพ่นซอร์ส deGDID ที่ใช้ PowerShell เพื่อลบ Global Device Identifier (GDID) จากระบบ Windows ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว…

Lead – บริษัท VPN ชื่อ Windscribe เปิดตัวสคริปต์โอเพ่นซอร์สชื่อ deGDID ที่สามารถลบตัวระบุอุปกรณ์แบบถาวรของ Microsoft (Global Device Identifier – GDID) ออกจากระบบ Windows ได้โดยตรง ผ่าน PowerShell ที่ใช้สิทธิ์ผู้ดูแล ระบบนี้มุ่งลดความเป็นส่วนตัวที่ถูกติดตามแม้เมื่อใช้ VPN อย่างไรก็ตาม การทำงานของสคริปต์อาจทำให้บริการคลาวด์บางอย่างของ Microsoft หยุดทำงานได้

Overview

Windscribe ระบุว่า deGDID ถูกออกแบบมาเพื่อ “ลบคีย์การติดตามที่เก็บไว้ในรีจิสตรีของ Windows อย่างถาวร” ซึ่ง GDID ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายระบุอุปกรณ์ระดับล่างเหนือชั้นเครือข่าย VPN สคริปต์นี้เผยแพร่บน GitHub ฟรีและสามารถเรียกใช้ด้วย PowerShell ที่ต้องมีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ การพัฒนาเกิดขึ้นหลังจากกรณีคดีของ FBI ที่ใช้ GDID เพื่อตามหาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแฮ็กเกอร์

การเปิดตัวสคริปต์ในช่วงที่ Microsoft ยังไม่มีวิธีปิดใช้งาน GDID ใด ๆ ทำให้ผู้ใช้ Windows มีทางเลือกใหม่ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล แม้ว่าตัวเครื่องจะยังคงส่งข้อมูลอื่น ๆ ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft อยู่บ้าง

How the Script Works

สคริปต์ทำงานโดยการอ่านค่า GDID ที่เก็บไว้ในรีจิสตรีและลบออก จากนั้นปรับ Access Control Lists (ACLs) และสิทธิ์ของรีจิสตรีเพื่อป้องกันไม่ให้ Windows สร้างค่าดังกล่าวใหม่ อีกทั้งยังตั้งไฟร์วอลล์เพื่อบล็อก DeviceAdd endpoint** ของ Microsoft ซึ่งเป็นช่องทางที่บริการระบุตัวตนใช้ตรวจสอบอุปกรณ์

สคริปต์มีตัวเลือก (flags) สี่แบบ ที่ผู้ใช้สามารถกำหนดได้ตามความต้องการ:

  • `-Status` – ตรวจสอบว่ามี GDID อยู่หรือไม่โดยแสดงผลแบบอ่านอย่างเดียว
  • `-Status -Redact` – ส่งออกบันทึกวินิจฉัยพร้อมซ่อนค่า GDID เพื่อแชร์ข้อมูลปลอดภัย
  • `-Protect` – ทำหน้าที่หลัก ลบคีย์ GDID จากรีจิสตรีและตั้งค่า ACL/ไฟร์วอลล์เพื่อป้องกันการสร้างใหม่
  • `—Unprotect` – ยกเลิกการเปลี่ยนแปลง คืนค่าการตั้งค่าเริ่มต้นของระบบ

เมื่อรันด้วย flag `-Protect` ระบบจะลบคีย์ที่เก็บไว้ทั้งหมดและไม่ให้ Windows สร้าง GDID ใหม่แม้ต้องรีสตาร์ทเครื่อง

Compatibility and Service Impact

การทดสอบบนเครื่อง Windows 11 พบว่าฟังก์ชันทำงานตามที่อธิบายไว้ โดย `-Status` แสดงรายการ GDID ที่ค้างอยู่หลายรายการก่อนจะถูกลบ หลังจากใช้ `-Protect` แล้วไม่มี GDID ใหม่ปรากฏแม้หลังรีสตาร์ท อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงก็เด่นชัด:

  • การตรวจสอบบัญชีผ่าน login.live.com หยุดทำงานในทุกเบราว์เซอร์ที่ทดสอบ
  • บริการ login.microsoftonline.com ยังคงใช้งานได้ตามปกติ
  • แอปพลิเคชันบางตัวของ Microsoft แสดงข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อ แต่เกมออนไลน์และซอฟต์แวร์อื่น ๆ ทำงานไม่มีอาการเสีย

ผู้ใช้จึงต้องตัดสินใจว่าความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นคุ้มค่ากับการสูญเสียฟีเจอร์บางอย่างของ Microsoft หรือไม่

Limitations and Security Considerations

Windscribe ยอมรับว่า deGDID ไม่สามารถลบคีย์ GDID ที่เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft ได้ ซึ่งหมายความว่าบริษัทยังคงเข้าถึงข้อมูลที่เคยรวบรวมมาอย่างถาวรได้ นอกจากนี้สคริปต์ไม่ทำงานบนเครื่องที่อยู่ภายใต้การจัดการ (managed) หรือเชื่อมต่อกับโดเมนขององค์กร ทำให้ผู้ใช้ระดับบุคคลทั่วไปเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้

แม้สคริปต์จะลบตัวระบุจากด้านไคลเอนต์ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ ผู้ใช้จึงควรยังคงเปิดการทำงานของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ อยู่

Windscribe อธิบายว่า deGDID เป็น “ความพยายามด้านวิจัยต่อเนื่อง” ที่จะอัปเดตตามข้อมูลใหม่เกี่ยวกับกลไกการทำงานของ GDID ดังนั้นผู้ใช้ควรติดตามเวอร์ชันล่าสุดและเอกสารประกอบอย่างใกล้ชิด

Broader Implications

การเปิดเผยเครื่องมือที่สามารถ “ปิดบัง” ตัวระบุอุปกรณ์ระดับระบบปฏิบัติการได้ ทำให้เกิดการถกเถียงใหม่เกี่ยวกับความสมดุลระหว่าง privacy และ functionality ของบริการคลาวด์ การที่ผู้ใช้ส่วนบุคคลมีวิธีลบ GDID อาจกระตุ้นให้ Microsoft พิจารณาพัฒนาฟีเจอร์จัดการหรือปิดใช้งานตัวระบุนี้ในเวอร์ชันต่อ ๆ ไปของ Windows

จากมุมมองด้านกฎหมาย ตัวอย่างกรณี FBI ที่ใช้ GDID ในการสืบสวนอาจทำให้หน่วยงานรัฐสนใจเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับการเก็บรักษาและเปิดเผยข้อมูลระยะยาวของผู้ใช้งานในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยยังคงเตือนว่าการลบ GDID เพียงส่วนหนึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการปกป้องข้อมูลโดยรวม

Summary

deGDID ของ Windscribe ให้วิธีใหม่ในการลบ Global Device Identifier จาก Windows แต่การทำเช่นนั้นมาพร้อมกับผลกระทบต่อบริการ Microsoft บางอย่างและข้อจำกัดด้านการใช้งานบนเครื่องที่จัดการไว้แล้ว ผู้ใช้ต้องพิจารณา trade‑off ระหว่างความเป็นส่วนตัวและความสะดวกในการเข้าถึงบริการคลาวด์ของ Microsoft อย่างรอบคอบ.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
This VPN firm has created a way to stop Microsoft's hidden tracking tool on Windows — although it will break some key cloud services
ผู้เขียน
Efosa Udinmwen
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
9 สิงหาคม 2569 เวลา 23:05

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google ปรับ Quick Settings ให้ต้องปลดล็อกก่อนใช้งานบนหน้าล็อคSecurity
9 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30

Google ปรับ Quick Settings ให้ต้องปลดล็อกก่อนใช้งานบนหน้าล็อค

Google จะบังคับให้ไทล์ Wi‑Fi, Bluetooth, Mobile Data และ Airplane Mode ต้องปลดล็อกก่อนเปิดใช้งานบนหน้าล็อค ส่วนไฟฉายและ auto‑rotate ยังคงใช้ได้จากล็อก…

Android Authority6 นาที
แอป Android เผยข้อมูลตำแหน่งผู้ใช้ให้โฆษณาโดยไม่ตั้งใจSecurity
7 สิงหาคม 2569 เวลา 02:30

แอป Android เผยข้อมูลตำแหน่งผู้ใช้ให้โฆษณาโดยไม่ตั้งใจ

EFF พบว่า SDK โฆษณาบางตัวที่ฝังในแอป Android รวบรวมตำแหน่งผู้ใช้แม้ผู้ให้สิทธิ์ครั้งเดียว.…

TechCrunch6 นาที
Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริงSecurity
3 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

Google จ่ายค่าเสียหายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์จากคดี Incognito mode ที่ไม่เป็นความเป็นส่วนตัวจริง

ศาลสหรัฐตัดสินให้ Google ชำระค่าชดเชยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ หลังฟ้องร้องว่า Incognito ไม่ปกป้องข้อมูลผู้ใช้อย่างแท้จริง. การอัปเดต Chrome…

Tom's Guide7 นาที
LG ปฏิเสธการใช้ residential proxy ในแอปบน Smart TV webOS เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้Security
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:30

LG ปฏิเสธการใช้ residential proxy ในแอปบน Smart TV webOS เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

LG Electronics USA ประกาศระงับแอปที่ฝัง SDK ทำหน้าที่เป็น residential proxy บนแพลตฟอร์ม webOS หลังรายงานของ Spur พบว่าเกือบหนึ่งในสามของแอปมีส่วนประกอบนี้…

Krebs on Security6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!