
ที่มาภาพ: TechRadar
AI ทำลายหนังสือโบราณหายากเพื่อฝึกโมเดล—อาชญากรรมต่อมรดกวัฒนธรรม
⚡ สรุป 30 วิ
ISBNdb ส่งหนังสือโบราณก่อนปี 2022 จำนวนหลายแสนเล่มให้บริษัท AI ผ่านการสแกนทำลายต้นฉบับ กระบวนการนี้ถูกพิจารณาว่าอาจเป็นอาชญากรรมต่อมรดกวัฒนธรรม
การสแกนหนังสือพิมพ์และเล่มโบราณเพื่อฝึกโมเดล AI กำลังทำให้สำเนาเอกสารอันหายากจำนวนมหาศาลถูกทำลายอย่างเป็นระบบ ISBNdb บริษัทผู้จัดหา pre‑2022 books ให้แก่ห้องทดลองปัญญาประดิษฐ์ รายงานว่าสามารถส่งมอบหนังสือได้ถึง หนึ่งล้านเล่ม โดยไม่เปิดเผยตัวตนของลูกค้า กระบวนการ “ตัดกระดูกสันหลัง” ของเครื่องสแกนอัจฉริยะทำให้ต้นฉบับสูญหายอย่างถาวร ส่งผลต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่อาจไม่มีวันกลับคืน
Overview
บริษัท ISBNdb ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการและผู้คุ้มครองมรดกว่า การทำลายหนังสือโบราณเพื่อสร้างชุดข้อมูลฝึกสอนโมเดลภาษาอาจกลายเป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ได้ ผู้สังเกตเห็นว่าหนังสือที่ตีพิมพ์ก่อนปี 2022 มีคุณค่าเพราะยังไม่เคยถูกเขียนโดยระบบ AI ใด ๆ ทำให้ข้อมูลจากหนังสือเหล่านี้ถือเป็น “แหล่งข้อมูลบริสุทธิ์” สำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่
กระบวนการทำงานของบริษัทมักเริ่มจากการถอด กระดูกสันหลัง ของเล่มหนังสือ เพื่อนำหน้าแต่ละหน้าผ่านเครื่องสแกนอัตโนมัติ ความเร็วสูงของระบบนี้ทำให้ต้นฉบับต้องถูกทำลายอย่างถาวร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลจำนวนมหาศาล
Key Details
ตามรายงานของ 404 Media ISBNdb ส่งมอบหนังสือกายภาพเป็นปริมาณหลายแสนถึงหนึ่งล้านเล่มต่อปีให้กับผู้พัฒนา AI ที่ต้องการ “ข้อความที่เขียนโดยมนุษย์” ซึ่งไม่ถูกรบกวนจากเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยโมเดลอื่น ๆ บริษัทอธิบายว่าหนังสือก่อน 2022 มีคุณสมบัติ “dense, edited, authoritative” ทำให้ฐานข้อมูลมีคุณภาพสูงและลดความเสี่ยงต่อการเกิด “model collapse” ที่ระบบ AI เสื่อมลงเมื่อฝึกด้วยเนื้อหาที่ผลิตโดยโมเดลเอง
นอกจากนี้ ISBNdb ยังชี้ว่า หนังสือโบราณหลีกเลี่ยง data‑poisoning ที่ผู้เขียนบางคนอาจใส่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนเพื่อทำให้การฝึก AI ผิดพลาด การใช้หนังสือที่ไม่มีการดัดแปลงโดยมนุษย์ในยุคดิจิทัลจึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญต่อผู้พัฒนา
Practices & Technology
การสแกนด้วยเครื่องความเร็วสูงต้องอาศัยแรงงานคนเพื่อถอดกระดูกสันหลังและจัดเรียงหน้าให้ตรงกับระบบภาพ จึงทำให้ขั้นตอน “ตัดหนังสือ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิตที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ รายละเอียดการดำเนินการประกอบด้วย
- ถอด กระดูกสันหลัง ของเล่มหนังสือ
- แยกหน้าแต่ละแผ่นออกจากกัน
- ป้อนหน้าผ่านเครื่องสแกนอัตโนมัติที่บันทึกภาพความละเอียดสูง
วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเทคนิคการเก็บรักษาแบบดั้งเดิมซึ่งต้องคอยรักษาสภาพกายภาพของหนังสือไว้โดยไม่ทำลาย ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่บริษัทเลือกใช้กระบวนการดังกล่าวเพื่อ “เร่งความเร็ว” ของการสร้างชุดข้อมูล
Legal & Ethical Issues
ศาลสหรัฐอเมริกาในคดี Anthropic ให้คำตัดสินว่า การสแกนหนังสือที่ซื้ออย่างถูกกฎหมายเพื่อฝึก AI ถือเป็น fair use ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ โดยให้เหตุผลว่าการทำลายเล่มต้นฉบับหมายถึง “หนึ่งสำเนากฎหมายแทนที่อีกหนึ่งสำเนา” ไม่ได้สร้างสำเนาหลายชุด อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ยังไม่ได้ตอบคำถามด้านศีลธรรมเกี่ยวกับการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรม
บริษัท ISBNdb เปิดเผยว่าตระหนักถึง “ความเสี่ยงต่อชื่อเสียง” ของกระบวนการทำลายหนังสือและจึงใช้ **ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) กับลูกค้าเพื่อปิดบังตัวตนของผู้ซื้อ นอกจากนี้ เว็บไซต์ของบริษัทยังอ้างว่า “‘AI company destroys two million books’ ไม่ใช่หัวข้อข่าวที่ทำให้เกิดความสงสาร” ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงธุรกิจต่อประเด็นสาธารณะ
Impact
นักวิจารณ์และผู้ขายหนังสือโบราณชี้ว่า หนังสือบางเล่มมีสำเนาเหลือน้อยมากหลังจากผ่านการทำลายสงคราม ไฟไหม้ หรือการใช้งานหลายศตวรรษ การสูญเสียเหล่านี้ไม่อาจทดแทนด้วยการพิมพ์ใหม่หรือไฟล์ดิจิทัล เนื่องจากต้นฉบับเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ
แม้ว่า Elon Musk จะตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X ว่า “ขอให้ทีม SpaceXAI รักษาหนังสือหายากในห้องสมุดและสแกนด้วยวิธีที่ยาก” แต่การกระทำเช่นนั้นยังคงเป็นกรณีเฉพาะ ไม่ได้สะท้อนแนวปฏิบัติของบริษัทหลายแห่งที่เลือกเส้นทาง “ทำลายเพื่อดิจิไทซ์” อย่างรวดเร็ว การขาดความตระหนักและการตอบรับจากสาธารณะอาจทำให้การสูญเสียหนังสือหายากกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของการทำลายมรดกทางวัฒนธรรม
Summary
การส่งมอบหนังสือโบราณจำนวนหลายแสนถึงหนึ่งล้านเล่มเพื่อฝึก AI ผ่านกระบวนการที่ทำลายต้นฉบับได้สร้างความวิตกเกี่ยวกับการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมอย่างถาวร แม้ว่าศาลอาจพิจารณาเป็น fair use แต่ประเด็นด้านศีลธรรมและผลกระทบต่อหนังสือหายากยังคงต้องได้รับการตรวจสอบและอภิปรายต่อไป.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- A cultural crime against humanity? AI firms are destroying ultra-rare books so nobody else can read them
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 2 สิงหาคม 2569 เวลา 02:45



