
ที่มาภาพ: The Register
AI ควบคุมการจราจรบนเว็บ ทำให้เราเหมือนหนูอยู่ในผนัง
⚡ สรุป 30 วิ
บอทครอบคลุมกว่า ½ ของการจราจรบนเว็บและ AI สร้างเนื้อหามากขึ้นทำให้ความแม่นยำของข้อมูลลดลง ต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงอย่างละเอียด.…
การจราจรบนเว็บในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล: บอททำหน้าที่เป็นผู้ใช้หลักของเว็บไซต์มากกว่ามนุษย์คนจริง และเนื้อหาบางส่วนที่เราอ่านบนแพลตฟอร์มโซเชียลก็ถูกสร้างโดย AI อย่างเต็มรูปแบบ รายงานจากหลายแหล่งชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความแม่นยำของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และวิธีการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต
Overview
การพัฒนาเว็บตั้งแต่ยุคแรก ๆ ที่ทำให้ “ความรู้ของมนุษย์ทั้งหมดอยู่ในคลิกเดียว” นั้นได้มอบโอกาสและอิสระแก่ผู้ใช้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วัยเริ่มต้นของการเชื่อมต่อ ผู้คนก็ต้องเผชิญกับปัญหาอย่าง สแปม, ด็อกซิง และ ข้อมูลปลอม ที่กระจายผ่านบอตและฟาร์มโทลล์ การเจริญเติบโตของเทคโนโลยี AI ทำให้สถานการณ์เหล่านี้รุนแรงขึ้น เนื่องจากเครื่องมืออัตโนมัติสามารถสร้างข้อความได้ในระดับที่คนอ่านแยกไม่ออกว่าเป็นผลงานของมนุษย์หรือของเครื่องจักร
แม้ว่าบางส่วนของเว็บยังคงมีคุณค่าที่มาจากชุมชนผู้ใช้จริง แต่แนวโน้มที่ AI จะครอบคลุมเนื้อหาเชิงลึกและบทความยาวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้สื่อสารกันผ่านอินเทอร์เน็ตกลายเป็น “สนามรบของข้อมูล” ที่ต้องคอยตรวจสอบแหล่งอ้างอิงอย่างละเอียด
Bot Traffic Statistics
หลายองค์กรได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนแบ่งการใช้งานเว็บระหว่าง บอท กับมนุษย์ ตัวอย่างเช่น Cloudflare Radar ระบุว่าบอททำหน้าที่เป็นผู้ส่งคำขอ HTTP สำหรับเนื้อหา HTML มากถึง 57‑58 %, ส่วนมนุษย์อยู่ที่ประมาณ 42‑43 %
ในขณะเดียวกัน Imperva Bad Bot Report ที่อ้างอิงจากข้อมูลปี 2025 ยืนยันว่าบอทครอบคลุมประมาณ 53 % ของการจราจรบนเว็บเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนมนุษย์ทำให้เกิดการเข้าถึงเว็บเพียง 47 %
- **Cloudflare Radar: บอท 57‑58 %, มนุษย์ 42‑43 %
- **Imperva Bad Bot Report (2025): บอท 53 %, มนุษย์ 47 %
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลส่วนใหญ่ตอนนี้ถูกควบคุมโดยระบบอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลต่อการวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์และโฆษณาออนไลน์อย่างชัดเจน
AI-Generated Content Landscape
บริษัทตรวจจับ AI ชื่อ Pangram รายงานว่าในแพลตฟอร์มเช่น LinkedIn, Medium, X/Twitter และ Reddit มีเนื้อหายาวประมาณหนึ่งในสี่รายการที่ถูกระบุว่าเป็นการสร้างโดย AI อย่างเต็มรูปแบบ
บน LinkedIn พบว่ามากกว่า 40 % ของโพสต์ยาวถูกจัดว่า “AI‑saturated” นั่นหมายความว่าเกือบครึ่งของเนื้อหาที่ผู้ใช้อาจอ่านนั้นมาจากเครื่องจักร ส่วน X/Twitter แม้จะมีสัดส่วนการสร้าง AI‑assisted สูงสุด (ประมาณ 22.9 %) แต่รวมกับบทความที่เป็น AI สร้างเต็มรูปแบบแล้วก็เข้าถึงเกือบ ครึ่งหนึ่ง ของทั้งหมด
ผลลัพธ์นี้ทำให้ผู้บริโภคต้องตั้งคำถามว่าข่าวสารหรือข้อมูลเชิงวิชาการที่พวกเขาอ่านนั้นมีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และยังเปิดประเด็นเกี่ยวกับการใช้ AI ในการสร้างรายได้ เนื่องจากหนังสือ “นิยาย” ที่ผู้เขียนคนหนึ่งผลิตด้วย AI ยังคงทำกำไรหลายพันดอลลาร์ต่อเดือน แม้จะไม่มีคุณค่าทางศิลปะ
Legal & Ethical Concerns
ในแง่ของกฎหมาย มีคดีร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI ซึ่งตามข้อมูลจากการยื่นฟ้องของ The New York Times และสำนักพิมพ์อื่น ๆ พบว่า Vincent Monaco, หัวหน้าฝ่าย privacy engineering ของ OpenAI, ยอมรับว่าบริษัทได้ทำการค้นหาและดึงข้อมูลจากชุดฝึกอบรมแม้จะเคยบอกว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังมีการลบล็อกข้อมูลซึ่งเป็นการละเมิดคำสั่งของศาล
หนึ่งในผู้ร้องเรียนคือ Ziff‑Davis, สำนักพิมพ์ที่เคยเผยแพร่บทความเกี่ยวกับ Linux ของผู้เขียนตั้งแต่ปี 1993 คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาอาจละเมิดลิขสิทธิ์และกฎระเบียบการเก็บรักษาข้อมูลได้อย่างไรบ้าง
ข้อพิพาทเหล่านี้ทำให้หลายองค์กรต้องทบทวนนโยบายด้านข้อมูลและความโปร่งใสของโมเดล AI เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานต่อระบบอัตโนมัติ
Impact on Users and Media
การที่ AI เข้ามาแทนที่บทบาทของมนุษย์ในกระบวนการสร้างและแจกจ่ายข้อมูลทำให้ความแม่นยำของคำตอบลดลงอย่างชัดเจน ผู้ใช้หลายคนพบว่า AI ให้ผลลัพธ์ที่ฟังดูถูกต้องแต่ขาดแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ เช่นเดียวกับกรณีของเครื่องมือค้นหา Google ที่มี “AI Overviews” ทำให้ผู้ใช้บางส่วนละเลยการเลื่อนลงมาดูข้อมูลจากแหล่งที่เป็นต้นฉบับ
ในด้านสังคม การพึ่งพา AI เพื่อความอุ่นใจหรือแม้แต่ “เพื่อนคุย” ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้บางกลุ่ม เนื่องจากการสนทนาที่ไม่มีความจริงจังและขาดความเป็นมนุษย์ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้ง
โดยสรุป การที่เว็บถูกเขียนและบริโภคโดย AI อย่างกว้างขวางนั้น ไม่ได้เพียงแต่ทำให้ข้อมูลมีคุณภาพต่ำลง แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ความเป็นส่วนตัว และความเชื่อมั่นของสาธารณะต่อระบบดิจิทัล
Summary
เว็บที่เคยเป็น “คลังความรู้ของมนุษย์” กำลังถูกครอบงำโดยบอทและเนื้อหา AI ทำให้ผู้ใช้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในด้านความแม่นยำและความเชื่อถือ การเปลี่ยนแปลงนี้กระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานจริยธรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- It's an AI web, and we're just rats in the walls
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:34



