
ที่มาภาพ: TechRadar
ผู้ใช้ Android ระวัง! ช่องโหว่ชิป Unisoc ให้แฮกผ่านวีดีโอคอลแบบง่าย
⚡ สรุป 30 วิ
นักวิจัยพบช่องโหว่ระดับเคอร์เนลบนชิป Unisoc ที่ทำให้แฮกอุปกรณ์ Android ผ่านการโทรวีดีโอได้ง่าย หากอุปกรณ์รากหรือใช้แพตช์เก่า ควรตรวจสอบและอัปเดตระบบโดยเร็ว
ผู้วิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยช่องโหว่ระดับ kernel บนซิพฟ์ Unisoc ที่อาจทำให้แฮกเกอร์ควบคุมสมาร์ทโฟนผ่านการโทรวีดีโอ โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้ SoC ของ Unisoc ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องราคาประหยัด การเปิดเผยนี้ทำให้ผู้ใช้ Android ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของตนอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่
Overview
ช่องโหว่ที่ค้นพบเป็นผลมาจากการแยกทรัพยากรไม่ถูกต้องบน modem firmware ของซิพฟ์ Unisoc บางรุ่น ทำให้โค้ดอันตรายที่ส่งผ่านข้อความตั้งค่าการเรียกวีดีโอสามารถทำงานด้วยสิทธิระดับเคอร์เนลได้ การโจมตีแบบนี้ถ้าสำเร็จจะให้ผู้ประสงค์ร้ายเข้าถึง root access ของเครื่องเป้าหมายและแก้ไขระบบปฏิบัติการ Android อย่างเต็มรูปแบบ
จากรายงานของนักวิจัยที่ใช้ชื่ออ้างอิงว่า 0x50594d การทดลองทำบนเครือข่าย VoLTE ปิด (closed network) โดยอาศัยสมาร์ทโฟนที่ถูก rooted แล้ว ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าการโจมตีสามารถบังคับให้โมเด็มรันโค้ดใด ๆ ที่ผู้โจมตีส่งมาได้ ซึ่งเป็นการละเมิดการป้องกันของหน่วยความจำแรก (MPU region 0)
แม้ว่าการทดสอบจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุม แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยช่องโหว่นี้ทำให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ต้องเฝ้าติดตามการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
Technical Details of the Exploit
การโจมตีเริ่มจากการส่ง “call setup messages” ที่ฝังโค้ดอันตรายในขั้นตอนเชื่อมต่อวิดีโอ โมเด็มของซิพฟ์ที่มีช่องโหว่จะประมวลผลข้อความเหล่านี้โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างเพียงพอ ทำให้โค้ดจากผู้โจมตีถูกเรียกใช้ในบริบทของโมเด็ม
เมื่อโค้ดทำงานบนโมเด็มแล้ว จะทำการปิดการใช้งาน Memory Protection Unit (MPU) ของพื้นที่หน่วยความจำแรก ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถอ่านและเขียนข้อมูลทั่วทั้งระบบได้โดยไม่มีข้อจำกัด การเข้าถึงนี้เทียบเท่าการได้สิทธิ kernel** ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการควบคุมอุปกรณ์
กระบวนการดังกล่าวต้องอาศัยการเชื่อมต่อผ่าน VoLTE เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณตั้งค่าเรียกวีดีโอได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าการโจมตีบนเครือข่ายมือถือแบบเปิด (carrier network) ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะสำเร็จได้หรือไม่
Affected Devices and Firmware
ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย 0x50594d มีการทดสอบช่องโหว่บนอุปกรณ์ต่อไปนี้:
- Realme C33
- Xiaomi Redmi A5 (security patch level 2026‑01‑01)
- Motorola E13 (security patch level 2025‑02‑01)
ส่วนซิพฟ์ที่ได้รับผลกระทบคือ Unisoc T612, T616, T606 และ T7250 ซึ่งเป็นรุ่นที่มักพบในสมาร์ทโฟนราคาประหยัดของแบรนด์หลายเจ้า การอัปเดตระบบ Android ที่ติดตั้งบนเครื่องเหล่านี้ ณ เวลา‑ทดสอบคือ July 2025 security update
Unisoc เป็นผู้ผลิตซิพฟ์อันดับสี่ของโลก รองจาก MediaTek, Qualcomm และ Apple โดยชิปของบริษัทนี้มักใช้ในอุปกรณ์ IoT, สมาร์ทโฮมและสมาร์ทโฟนระดับกลาง‑ล่างที่ขายภายใต้แบรนด์เช่น Samsung, Motorola ฯลฯ
Conditions & Real‑World Feasibility
การโจมตีต้องมีเงื่อนไขหลายประการเพื่อให้สำเร็จได้ ได้แก่
- อุปกรณ์ต้องถูก rooted ก่อน ซึ่งทำให้ระบบเปิดช่องโหว่ต่อมัลแวร์มากขึ้น
- ต้องอยู่บนเครือข่าย VoLTE ปิด (closed) ที่สามารถควบคุมขั้นตอนตั้งค่าเรียกวีดีโอได้อย่างเต็มที่
- ระบบปฏิบัติการต้องใช้ security patch เก่ากว่าที่ระบุในรายงาน (2025‑02‑01 หรือ 2026‑01‑01)
เนื่องจากส่วนใหญ่ของผู้บริโภคไม่ทำการ root เครื่องและอัปเดตระบบเป็นประจำ ความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบนี้จึงยังค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม หากผู้ผลิตปล่อยซอฟต์แวร์อัพเดทที่ไม่มีการแก้ไขช่องโหว่นี้หรือผู้ใช้ไม่อัปเดตแพชท์อย่างสม่ำเสมอ ความเป็นไปได้ของการโจมตีในเครือข่ายจริงอาจเพิ่มขึ้น
Response and Recommendations
จนถึงตอนนี้ Unisoc ยังไม่ได้ตอบสนองต่อการเปิดเผยช่องโหว่ตามที่ระบุในรายงาน SSD Secure Disclosure แม้ว่าบริษัทจะอยู่ในตำแหน่งสำคัญของตลาด การไม่ให้คำชี้แจงอาจทำให้ผู้ใช้และ OEMs ต้องรอคอยการแก้ไขจากผู้ผลิตชิปหรือผู้จัดจำหน่ายระบบปฏิบัติการ Android
สำหรับผู้บริโภคที่ถือเครื่องที่ใช้ซิพฟ์ Unisoc คำแนะนำเบื้องต้นคือ:
- ตรวจสอบว่าระบบมี security patch ล่าสุด (อย่างน้อยต้องเป็นหลังจาก July 2025)
- หลีกเลี่ยงการทำ root หรือการติดตั้ง ROM ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิต
- ปิดหรือจำกัดการใช้แอปที่เรียกใช้งาน VoLTE / วีดีโอคอลโดยไม่จำเป็นจนกว่าจะมีอัปเดตแก้ไข
OEMs ควรประสานงานกับ Unisoc เพื่อรับไฟร์มเวอร์ชันใหม่ที่แก้ไขช่องโหว่และผลักดันการอัปเดตให้ผู้ใช้ได้เร็วที่สุด
Impact
แม้ว่าการทดสอบจะทำในเงื่อนไขพิเศษ แต่ช่องโหว่นี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของ firmware security ในระดับโมเด็มซึ่งมักถูกมองข้ามเมื่อเปรียบเทียบกับระบบปฏิบัติการ Android เอง หากแฮกเกอร์สามารถควบคุมโมเด็มได้ พวกเขาจะมีอำนาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว, ตำแหน่ง GPS และอาจใช้เครื่องเป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อกระทำการโจมตีต่อเครือข่ายอื่น ๆ
สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนระดับประหยัดที่พึ่งพา Unisoc เป็นซิพ์หลัก ความเสี่ยงนี้อาจส่งผลให้ผู้บริโภคในประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มผู้ใช้ที่เลือกซื้ออุปกรณ์ราคาต่ำต้องเผชิญกับภัยคุกคามด้านความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
Summary
ช่องโหว่ระดับ kernel ใน modem firmware ของซิพฟ์ Unisoc ทำให้เครื่อง Android ราคาประหยัดบางรุ่นอาจถูกควบคุมผ่านการโทรวีดีโอในเงื่อนไขเฉพาะ ผู้ใช้ควรตรวจสอบและอัปเดตแพชท์ระบบอย่างสม่ำเสมอ พร้อมหลีกเลี่ยงการทำ root จนกว่าจะมีการแก้ไขจากผู้ผลิต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Android users beware — if you own one of these budget smartphones, your device could be hacked with a simple video call
- ผู้เขียน
- Christian Cawley
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 21 สิงหาคม 2569 เวลา 01:45



