
ที่มาภาพ: TechRadar
ระบบรักษาความปลอดภัย Bluetooth บนรถยนต์แคลิฟอร์เนียเสี่ยงให้โจรควบคุมระยะไกล 2.2 ล้านคัน
⚡ สรุป 30 วิ
การวิจัยของ UC San Diego พบว่าระบบ KARR‑SWDS ที่ติดตั้งในรถยนต์แคลิฟอร์เนีย 2.2 ล้านคันใช้กุญแจเดียว ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมประตู ไฟหน้าและสัญญาณเตือนผ่าน…
การวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโกเปิดเผยว่า 2.2 ล้านคัน ของรถยนต์ในรัฐแคลิฟอร์เนียอาจถูกควบคุมระยะไกลผ่านช่อง Bluetooth เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งโดยผู้จัดจำหน่ายใช้กุญแจเข้ารหัสเดียวกัน ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องตรวจสอบการอัปเดตเฟิร์มแวร์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการขโมยรถ
Overview
ตามรายงานของนักวิจัยจาก UC San Diego ระบบรักษาความปลอดภัยรุ่น KARR‑SWDS ที่ผลิตโดย Acrisure ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์ต่อต้านการโจรกรรมและระบบติดตามบนรถยนต์หลายพันล้านดอลลาร์ในแคลิฟอร์เนีย รายงานระบุว่ามี 2.2 million คันที่อาจได้รับผลกระทบตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งรวมถึงยานพาหนะจากผู้ผลิตหลายแบรนด์ ระบบนี้ทำงานผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth กับแอปบนมือถือเพื่อให้เจ้าของควบคุมประตู, ไฟหน้า, และเครื่องส่งสัญญาณเตือน
Vulnerability Details
นักวิจัยพบว่าการออกแบบของ KARR‑SWDS ใช้ secure key เดียวกันสำหรับทุกหน่วยอุปกรณ์ การเจาะกุญแจหนึ่งครั้งทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงฟังก์ชันทั้งหมดบนรถคันใดก็ได้ที่ติดตั้งอุปกรณ์เดียวกัน ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขด้วยการเปลี่ยนกุญแจหรือปิด Bluetooth ได้ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ถูกฝังลึกอยู่ใต้แผงหน้าปัดและเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ของรถโดยตรง
- ฟังก์ชันที่ควบคุมผ่านแอป:
- ล็อก/ปลดล็อกประตู
- เปิดไฟหน้า (flash) และสัญญาณเตือน (horn)
- ปิดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อรถยังไม่สตาร์ท
ตามคำให้สัมภาษณ์ของ Yibo Wei นักศึกษาปริญญาเอกด้านคอมพิวเตอร์ที่ UC San Diego “การถอดอุปกรณ์ออกไม่ได้ง่าย เพราะต้องเปิดแผงหน้าปัดและตัดต่อสายไฟที่เชื่อมโยงกับระบบสตาร์ทของรถ”
Affected Vehicles
ข้อมูลจากฐานข้อมูลสาธารณะแสดงว่ารถยนต์ที่ติดตั้ง KARR‑SWDS มีเครื่องหมาย “KARR‑SWDS” บนกระจกหน้าต่างด้านผู้ขับและอุปกรณ์อยู่ใต้แผงหน้า ผู้วิจัยระบุว่าโมเดลที่ได้รับผลกระทบมาจากหลายแบรนด์ ได้แก่
- Honda
- Toyota
- Mazda
- Ford
- Jeep
แม้ว่ารถเหล่านี้จะขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในแคลิฟอร์เนีย แต่จากตลาดมือสองอาจถูกย้ายไปยังรัฐอื่น ๆ หรือประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น ทำให้ความเสี่ยงขยายออกไปไกลกว่าพื้นที่ต้นเหตุ
Mitigation & Response
บริษัท KARR ยืนยันต่อสื่อว่าเพียงบางส่วนของรถที่ติดตั้ง “ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Bluetooth” เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ และได้ปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การอัปเดตต้องทำผ่านการเชื่อมต่อกับศูนย์บริการของผู้ผลิตและอาจใช้เวลานานสำหรับเจ้าของรถจำนวนมาก
นักวิจัย Jerry Yu เตือนว่า “แทนที่โจรจะทำลายกระจกเพื่อเข้าถึงยาน พวกเขาอาจเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth จากระยะไกลแล้วสั่งให้เปิดประตู” ซึ่งบ่งชี้ว่าการแก้ไขทางซอฟต์แวร์เป็นวิธีเดียวที่มีความเป็นไปได้ในระดับกว้าง
Impact & Analysis
ผลกระทบของช่องโหว่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขโมยรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าถึงระบบควบคุมสำคัญของยานพาหนะ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือการใช้รถเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุร้ายแรงได้ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยชี้ว่าการที่ผู้ผลิตเลือกใช้กุญแจเดียวกันสำหรับหลายล้านหน่วยเป็นการละเลยหลักการ “least privilege” ที่ควรจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงในระดับอุปกรณ์
นอกจากนี้ การเปิดเผยฐานข้อมูลสาธารณะซึ่งบันทึกหมายเลข VIN ของรถที่ติดตั้งระบบทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถกรองเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบเลือกเฉพาะ (targeted attacks) ในอนาคต
Summary
ช่องโหว่ Bluetooth บนระบบ KARR‑SWDS ทำให้รถยนต์ประมาณ 2.2 ล้านคัน เสี่ยงต่อการควบคุมระยะไกลและขโมยได้ การอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นวิธีแก้ไขที่มีอยู่ในตอนนี้ แต่การกระจายอุปกรณ์และข้อมูลสาธารณะทำให้ความเสี่ยงยังคงสูง คาดว่าจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมจากผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อปกป้องผู้บริโภคต่อไป.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Experts warn 2.2 million cars could be at risk of hijacking via Bluetooth
- ผู้เขียน
- Christian Cawley
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:05



