จีนเปิดซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine ใช้ชิป Huawei ไม่พึ่ง GPU เป็นที่หนึ่ง TOP500

ที่มาภาพ: TechSpot

Hardware-อ่าน 7 นาทีTechSpot

จีนเปิดซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine ใช้ชิป Huawei ไม่พึ่ง GPU เป็นที่หนึ่ง TOP500

⚡ สรุป 30 วิ

ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine ของจีนใช้ชิป Huawei ทั้งหมดและไม่มี GPU จึงขึ้นอันดับหนึ่งของ TOP500 ในการทดสอบ Linpack.…

การจัดอันดับ TOP500 รุ่นที่ 67 ของระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC) เผยให้เห็นว่า จีน ได้เปิดตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ใหม่ชื่อ LineShine ติดอันดับหนึ่งโดยใช้ชิปของ Huawei และไม่พึ่งพา GPU อย่างใดอย่างหนึ่ง การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการคำนวณระดับโลก

Overview

TOP500 เป็นโครงการที่จัดทำรายชื่อคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกโดยอ้างอิงผลการทดสอบ Linpack รายการที่ 67 นี้เปิดเผยผลลัพธ์ครั้งแรกที่จัดทำขึ้น ณ การประชุม ISC 2026 ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี รายการดังกล่าวเป็นการอัปเดตสองปีละครั้งซึ่งมักจะเป็นจุดวัดระดับของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

ในรอบการจัดอันดับนี้ LineShine ของจีนปรากฏตัวเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน โดยทำลายกฎเกณฑ์ที่หลายระบบในระดับสูงเคยใช้ GPU เป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรม การใช้ ชิปประมวลผลของ Huawei อย่างเต็มรูปแบบทำให้ LineShine กลายเป็นระบบที่พึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศเป็นหลัก

การเปิดตัวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนและประเทศตะวันตกเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในด้านการเข้าถึงและการใช้ชิปประมวลผลขั้นสูง การที่จีนสามารถสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่ต้องอาศัย GPU ของต่างประเทศ แสดงถึงความสำเร็จของนโยบาย “self‑reliance” ในอุตสาหกรรมชิป

Technical Details

แม้ว่าข้อมูลเชิงตัวเลขของ LineShine จะไม่ได้เปิดเผยอย่างละเอียดในแหล่งข่าวต้นฉบับ แต่มีการยืนยันว่าเครื่องนี้ใช้ ชิปประมวลผลของ Huawei ทั้งหมดและไม่ได้ติดตั้ง GPU ใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของสถาปัตยกรรม CPU‑centric ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในงานคำนวณระดับ HPC

  • ใช้ชิปของ Huawei เป็นส่วนประมวลผลหลัก
  • ไม่มีการใช้ GPU ใด ๆ ในระบบ
  • เข้าร่วมการทดสอบ Linpack เพื่อนำคะแนนเข้าสู่ TOP500

การออกแบบโดยไม่มี GPU ทำให้ระบบต้องพึ่งพาความสามารถของ CPU ในการจัดการงานที่เคยทำโดย GPU เช่น การคำนวณแบบขนานและการประมวลผลกราฟิกขั้นสูง ซึ่งบ่งบอกว่าชิปของ Huawei ได้รับการพัฒนาให้รองรับการทำงานแบบขนานได้ในระดับที่เคยต้องอาศัย GPU

Historical Context

ก่อนหน้าการขึ้นสู่ตำแหน่งหนึ่งของจีนใน TOP500 ระบบที่ครองอันดับสูงมักมาจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป เช่น Frontier ของสหรัฐที่ใช้ GPU ของ Nvidia การที่จีนสามารถบรรลุเป้าหมายเดียวกันโดยไม่พึ่งพา GPU แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มในอุตสาหกรรม HPC

การพัฒนาของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในจีนเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยมีโครงการ Sunway และ Tianhe ที่เคยขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในบางช่วงเวลา การใช้ชิปของ Huawei ใน LineShine แสดงให้เห็นว่าจีนได้เปลี่ยนจากการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ

Analysis

การที่ LineShine เข้าร่วม TOP500 ด้วยสถาปัตยกรรมที่ไม่มี GPU มีผลกระทบหลายด้านในแง่ของเทคโนโลยีและการเมือง เฉพาะด้านเทคนิค ชิปของ Huawei ต้องแสดงศักยภาพในการทำงานแบบขนานในระดับที่เคยทำได้ด้วย GPU ซึ่งอาจเป็นการเร่งการพัฒนา AI accelerator ของจีนต่อไป

ในแง่เศรษฐกิจ การพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศช่วยลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดการส่งออกของชิปจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญหลังจากที่สหรัฐอเมริกาลงมติจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับจีน การสำเร็จของ LineShine จึงเป็นสัญญาณของการบรรลุเป้าหมาย “self‑sufficiency” ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านซอฟต์แวร์และการสนับสนุนอีโคซิสเต็ม หากระบบไม่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือและไลบรารีที่ออกแบบมาสำหรับ GPU ได้ การนำ LineShine ไปใช้ในงานวิจัยและอุตสาหกรรมอาจต้องใช้เวลาและการปรับตัวเพิ่มเติม

Impact

การครองอันดับหนึ่งของจีนใน TOP500 ด้วยระบบที่ใช้ชิปของ Huawei มีความหมายต่อผู้เล่นระดับโลกหลายฝ่าย ผู้ผลิต GPU อย่าง Nvidia และ AMD อาจต้องพิจารณากลยุทธ์ใหม่ในการรักษาตำแหน่งของตนในตลาด HPC ที่อาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสู่ CPU‑centric หรือ AI‑centric architectures

สำหรับนักวิจัยและสถาบันการศึกษาในจีน การเข้าถึงซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลกโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะเปิดโอกาสให้ทำการคำนวณที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยมีต้นทุนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูลที่ต่ำกว่า

ในระดับภูมิภาค การแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีภายในประเทศอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีชิปของหลายประเทศในเอเชีย ทั้งในด้านการลงทุน การวิจัยร่วม และการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ระดับสูง

Summary

การประกาศของ TOP500 ที่ให้ LineShine ของจีนขึ้นอันดับหนึ่งโดยใช้ชิปของ Huawei และไม่มี GPU แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม HPC การบรรลุเป้าหมายนี้อาจส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตชิประดับโลกและส่งเสริมการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศในอนาคต.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
China just built the world's most powerful supercomputer – using Huawei chips and no GPUs
ผู้เขียน
Alfonso Maruccia
แหล่ง
TechSpot
วันที่เผยแพร่
24 มิถุนายน 2569 เวลา 23:32

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Cornelis Network นำ Omni‑Path มาใช้แทน InfiniBand ในคลัสเตอร์ Lynx ของ DOEHardware
19 มิถุนายน 2569 เวลา 03:00

Cornelis Network นำ Omni‑Path มาใช้แทน InfiniBand ในคลัสเตอร์ Lynx ของ DOE

DOE เลือกสวิตช์และ NIC Omni‑Path CN5000 ของ Cornelis Network เป็นโครงข่ายหลักของคลัสเตอร์ Lynx 952 โหนด ทำให้สเกลได้ 91 % ที่ 400 Gbps แสดงตลาด HPC…

The Register7 นาที
Intel Diamond Rapids เปิดตัว 192 คอร์ใหม่ ยกเลิก Hyper‑th…Hardware
1 มิถุนายน 2569 เวลา 12:00

Intel Diamond Rapids เปิดตัว 192 คอร์ใหม่ ยกเลิก Hyper‑th…

Intel เปิดตัว Diamond Rapids รุ่น Xeon ที่เพิ่มคอร์สูงสุดเป็น 192 คอร์ แต่ยกเลิก Hyper‑threading ทำให้จำนวนเธรดลดเหลือ 192 เธรด…

The Register7 นาที
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine ของจีนครองอันดับหนึ่ง TOP500 ด้วยความเร็ว 2.2 ExaFLOPS แบบ CPU‑onlyHardware
-

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine ของจีนครองอันดับหนึ่ง TOP500 ด้วยความเร็ว 2.2 ExaFLOPS แบบ CPU‑only

LineShine ของจีนทำ 2.198 FP64 ExaFLOPS ด้วย CPU‑only เป็นเครื่องแรกใน TOP500 ที่ทะลุ 2 ExaFLOPS…

Tom's Hardware7 นาที
ขาดแคลน DRAM รุ่นเก่า กระตุ้นความต้องการ DDR2‑DDR3 และราคาสัญญาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2‑3/2569Hardware
24 มิถุนายน 2569 เวลา 14:00

ขาดแคลน DRAM รุ่นเก่า กระตุ้นความต้องการ DDR2‑DDR3 และราคาสัญญาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2‑3/2569

การขาดแคลน DRAM โหนดเก่าทำให้ผู้ผลิตหันไปสั่งซื้อ DDR2 และ DDR3 เพื่อเพิ่มอัตราการจัดสรร ส่งผลให้ราคาสัญญา DDR2 พุ่งขึ้น 55‑60% ในไตรมาสที่ 2/2569 และเพิ่มอีก…

TechPowerUp6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!