Click To Pray รั่วข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กว่า 700 000 รายผ่านช่องโหว่ IDOR

ที่มาภาพ: The Register

Security-อ่าน 6 นาทีThe Register

Click To Pray รั่วข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กว่า 700 000 รายผ่านช่องโหว่ IDOR

⚡ สรุป 30 วิ

แอปศาสนา Click To Pray ถูกเปิดเผยว่ามีช่องโหว่ IDOR ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กว่า 700 000 รายถูกดึงออกได้โดยไม่มีการตรวจสอบ…

การแอปพลิเคชัน Click To Pray ‑ แอปศาสนาที่ได้รับการรับรองจากสังฆราชแห่งโลก‑ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กว่า 700,000 รายเป็นเวลาหลายเดือนตามที่นักวิจัยด้านความปลอดภัย “BobDaHacker” เผยแพร่ การรั่วไหลนี้ทำให้ผู้ใช้งาน – ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุและเชื่อมั่นต่อองค์กรศาสนา – กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีฟิชชิงอย่างง่ายดาย

ความสำคัญของเหตุการณ์อยู่ที่ระดับสากล เนื่องจากแอปนี้ให้บริการใน 7 ภาษา ทั้ง iOS, Android และเว็ปไซต์ clicktopray.org ซึ่งเชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกเพื่อร่วมภาวนาตามจุดประสงค์ของพระสังฆราช การรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จำนวนมหาศาลอาจทำให้ศักยภาพของแอปเสียหายและส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือขององค์กรศาสนาในยุคดิจิทัล

Overview

แอป Click To Pray เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย “Pope’s Worldwide Prayer Network” ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนผู้ใช้ผ่าน API ของระบบโดยมอบหมาย user‑ID ลำดับเลขจำนวนเต็มแก่แต่ละบัญชี ตั้งแต่ต้นปี 2026 มีผู้สมัครสมาชิกแล้วถึง 719,517 บัญชี ตามข้อมูลที่แหล่งข่าวระบุ

การออกแบบระบบไม่ได้มีขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์เมื่อเรียกดูข้อมูลผู้ใช้ผ่าน endpoint `GET https://api.clicktopray.org/user/users/{id}` ทำให้ใครก็สามารถส่งเลข ID ที่ต้องการและรับข้อมูลของบัญชีนั้นได้โดยไม่มีการยืนยันว่าเป็นเจ้าของจริง

นักวิจัย “BobDaHacker” รายงานช่องโหว่นี้ต่อองค์กรเมื่อ 3 มกราคม 2026 แต่จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ยังไม่ได้รับการตอบกลับใด ๆ จากฝ่ายบริหารแอป

Vulnerability Details

ช่องโหว่ที่พบเป็นประเภท **Insecure Direct Object Reference (IDOR) ซึ่งเป็นความบกพร่องทั่วไปที่เกิดจากระบบให้ผู้ใช้ระบุตัวระบุของวัตถุโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง

  • API ยอมรับค่า `{id}` ใด ๆ ที่อยู่ในรูปแบบเลขห้าหลักและส่งคืนข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมด
  • ข้อมูลที่เปิดเผยรวมถึง ชื่อ‑สกุล, อีเมล, ประเทศ, วันเดือนปีเกิด และสถานะการลบบัญชี

เนื่องจาก ID เป็นลำดับต่อเนื่อง ผู้โจมตีสามารถทำการวนลูปเพื่อดึงข้อมูลของผู้ใช้ทุกบัญชีได้เพียงหนึ่งคำขอต่อ ID เท่านั้น ทำให้กระบวนการรวบรวมข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่ายและเร็ว

Data Exposed

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเปิดเผยผ่าน API มีดังต่อไปนี้

  • ชื่อจริงและนามสกุล
  • อีเมลแอดเดรส
  • ประเทศของผู้ใช้
  • วันเดือนปีเกิด
  • สถานะว่าบัญชีถูกลบหรือไม่

การที่ข้อมูลเหล่านี้เป็นแบบเปิดเผยโดยไม่มีการป้องกันเพิ่มเติม ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถสร้างฐานข้อมูลอีเมลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการส่งฟิชชิงหรือสแปมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Potential Threats

นักวิจัยชี้ว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญเทคโนโลยี จึงเสี่ยงต่อการถูกหลอกให้คลิกลิงก์ปลอมที่อ้างว่า “พระสังฆราชต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน” ซึ่งอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือติดตั้งมัลแวร์

นอกจากนี้ ระบบส่งอีเมลตรวจสอบบัญชี (`validation_hash`) มีค่า UUID ที่ส่งกลับใน response body โดยตรง ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างบัญชีปลอมและยืนยันโดยไม่ต้องรออีเมลจริง อีกทั้งอีเมลแจ้งเตือนจากแอปยังไม่มีการตรวจสอบ DKIM/SPF ทำให้ดูคล้ายกับอีเมลฟิชชิงทั่วไป

Response and Recommendations

จนถึงขณะนี้ ฝ่าย “Pope’s Worldwide Prayer Network” ยังไม่ได้ออกคำชี้แจงหรือดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ตามที่นักวิจัยร้องขอ การตอบสนองที่ช้าอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ดูแลระบบและผู้พัฒนาแอป ควรเร่งปรับปรุงดังนี้

  • เพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์ (authorization) ทุกครั้งที่เรียกดูข้อมูลตาม `user ID`
  • ใช้ตัวระบุแบบสุ่มหรือ UUID แทนลำดับเลขต่อเนื่องเพื่อยากต่อการคาดเดา
  • กำหนดอัตราการร้องขอ (rate limiting) เพื่อป้องกันการสแกนบัญชีจำนวนมาก

ผู้ใช้ที่เคยสมัครควรตรวจสอบอีเมลแจ้งเตือนจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ และเปลี่ยนรหัสผ่านหากสงสัยว่าข้อมูลของตนถูกเปิดเผย

Impact

การรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากในแอปศาสนานี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อฟิชชิงเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ของสังฆราชและองค์กรศาสนาในยุคดิจิทัล การที่ข้อมูลเช่นอีเมลและวันเกิดถูกเปิดเผยอย่างไม่มีการป้องกัน ทำให้แหล่งข้อมูลนี้กลายเป็น “ทองคำ” สำหรับผู้โจมตีทางไซเบอร์

หากไม่ดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ความเสียหายต่อความไว้วางใจของประชาชนต่อเทคโนโลยีศาสนาอาจขยายไปสู่บริการออนไลน์อื่น ๆ ขององค์กรศาสนาที่มีฐานผู้ใช้ใหญ่

Summary

แอป Click To Pray เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานกว่า 700,000 รายผ่านช่องโหว่ประเภท IDOR ที่ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ การรั่วไหลนี้ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อฟิชชิงและการโจมตีทางไซเบอร์อย่างหนัก. เจ้าหน้าที่ยังไม่ตอบรับข้อร้องเรียนของนักวิจัย จึงเร่งให้มีการแก้ไขระบบทันทีเพื่อปกป้องข้อมูลและรักษาความเชื่อมั่นของสังฆราชในยุคดิจิทัล.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Pope's official prayer app commits cardinal sin, leaks 700K+ users' info
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
25 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:19

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัยเผย Ransomware ยุคใหม่ JADEPUFFER ใช้ AI อัจฉริยะโจมตี ดูดข้อมูลและเข้ารหัสอัตโนมัติSecurity
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:00

นักวิจัยเผย Ransomware ยุคใหม่ JADEPUFFER ใช้ AI อัจฉริยะโจมตี ดูดข้อมูลและเข้ารหัสอัตโนมัติ

นักวิจัยค้นพบ Ransomware รูปแบบใหม่ชื่อ JADEPUFFER ที่ใช้ AI Agent เข้ามาควบคุมการโจมตีได้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่สำรวจระบบจนถึงเข้ารหัสข้อมูล…

DroidSans9 นาที
LG ปฏิเสธการใช้ residential proxy ในแอปบน Smart TV webOS เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้Security
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:30

LG ปฏิเสธการใช้ residential proxy ในแอปบน Smart TV webOS เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

LG Electronics USA ประกาศระงับแอปที่ฝัง SDK ทำหน้าที่เป็น residential proxy บนแพลตฟอร์ม webOS หลังรายงานของ Spur พบว่าเกือบหนึ่งในสามของแอปมีส่วนประกอบนี้…

Krebs on Security6 นาที
ไต้หวันฟ้องผู้จัดการ TSMC เกี่ยวกับการลักข้อมูลชิปเพื่อจีนSecurity
23 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:30

ไต้หวันฟ้องผู้จัดการ TSMC เกี่ยวกับการลักข้อมูลชิปเพื่อจีน

อัยการไต้หวันฟ้องผู้จัดการระดับสูงของ TSMC คัดลอกเอกสารลับ 21 ฉบับเพื่อตั้งใจส่งต่อให้จีน แม้ว่าการถ่ายโอนจะไม่สำเร็จ…

Tom's Hardware7 นาที
Xbox ประกาศช่วยกู้บัญชีที่ถูกแฮ็กด้วย DM เร็วที่สุดSecurity
22 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:30

Xbox ประกาศช่วยกู้บัญชีที่ถูกแฮ็กด้วย DM เร็วที่สุด

ผู้ใช้ Xbox หลายคนประสบการล็อกเอ้าท์จากระบบตรวจจับความผิดปกติของ Microsoft ทำให้สูญเสียเกมและข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทตอบโดยเปิดรับ DM…

GamesRadar6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!