
ที่มาภาพ: Blognone
Alphabet ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026: Cloud โต 82% และ Gemini มีผู้ใช้ถึง 950 ล้านคน
⚡ สรุป 30 วิ
Alphabet รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ด้วยรายได้รวม 119,796 ล้านดอลลาร์ โดย Google Cloud โต 82% จากการใช้งาน AI และ Gemini มีผู้ใช้ 950 ล้านคน/เดือน…
บริษัท Alphabet, บริษัทแม่ของ Google ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายส่วนธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบริการคลาวด์และผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยชี้ให้เห็นถึงแรงผลักดันที่มาจากการปรับตัวขององค์กรเพื่อรองรับความต้องการด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง รายได้รวมของ Alphabet ในไตรมาสนี้สูงถึง 119,796 ล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิทางบัญชีอยู่ที่ 112,107 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขกำไรสุทธิที่สูงมากนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการลงทุนในบริษัทอื่นเป็นจำนวน 99,031 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าส่วนใหญ่มาจากบริษัท SpaceX ที่เพิ่งมีการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตัวเลขทางบัญชีอย่างมาก
ภาพรวมผลประกอบการและรายได้หลัก
ผลประกอบการโดยรวมของ Alphabet สะท้อนการขยายตัวที่ชัดเจนของธุรกิจหลักในยุคดิจิทัล โดยรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 24% บ่งชี้ถึงการยอมรับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทในวงกว้าง แม้ว่ากำไรสุทธิจะได้รับผลกระทบจากรายการกำไรจากการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ตัวเลขการเติบโตของรายได้หลักในส่วนต่างๆ ยังคงเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ Google Cloud เป็นอีกหนึ่งส่วนที่โดดเด่นอย่างมาก โดยรายงานว่ามีรายได้สูงถึง 24,768 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าประทับใจถึง 82% การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ถูกระบุว่ามาจากความต้องการใช้งานบริการ AI ของลูกค้ากลุ่มองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในส่วนนี้
นอกจากนี้ ส่วนธุรกิจโฆษณาบน YouTube ก็ยังคงมีมูลค่าสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ 11,055 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสามารถของแพลตฟอร์มในการสร้างรายได้จากเนื้อหาและโฆษณาต่างๆ อย่างมีเสถียรภาพ
การเติบโตของผลิตภัณฑ์ AI และผู้ใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง Gemini ได้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญ โดยมีรายงานว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีผู้ใช้งานจำนวนมากถึง 950 ล้านคนต่อเดือน ตัวเลขผู้ใช้งานนี้แสดงให้เห็นถึงการแพร่หลายและการยอมรับของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของ Google อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราการใช้โทเค็นของ Gemini ว่าอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านโทเค็นต่อนาที ซึ่งเป็นตัวชี้วัดปริมาณการใช้งานที่สูงมากและแสดงถึงการบูรณาการของผลิตภัณฑ์ AI เข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมหาศาล รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Antigravity ซึ่งมีผู้ใช้งานระดับ 2.4 ล้านคนต่อสัปดาห์
นอกจากนี้ Google ยังสามารถสร้างสถิติใหม่ในด้านการค้นหาข้อมูล โดยการที่การจัดงานฟุตบอลโลกได้สร้างสถิติใหม่ของจำนวนการค้นหาข้อมูลผ่าน Google ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทของ Google ในฐานะแหล่งข้อมูลหลักสำหรับเหตุการณ์ระดับโลก และสะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่พึ่งพาเครื่องมือค้นหาในยามที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
การลงทุนเชิงกลยุทธ์และการขยายทรัพยากร
ในมุมมองของการลงทุนในอนาคต CFO Anat Ashkenazi ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนการใช้จ่ายของบริษัท โดยระบุว่า Alphabet มีแผนที่จะเพิ่มเงินลงทุนในปีนี้ขึ้นจาก 1.95 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 2.05 แสนล้านดอลลาร์ การเพิ่มขึ้นของการลงทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขยายและเสริมสร้างทรัพยากรต่างๆ ให้สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลของด้าน AI ได้อย่างเพียงพอ การเพิ่มการลงทุนนี้เป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
CFO ยังได้ให้มุมมองถึงสภาวะอุปสงค์และอุปทานในตลาดเทคโนโลยี โดยระบุว่าสถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวเช่นนี้ ยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายไตรมาส ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากรและกำลังการผลิต ซึ่งบริษัทต่างๆ จะต้องวางแผนรับมืออย่างรอบด้าน การเตรียมการลงทุนเพิ่มเติมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรองรับการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ในระยะข้างหน้า
การขับเคลื่อนด้วยองค์กรและการใช้งาน AI
การเติบโตของ Google Cloud ที่พุ่งสูงถึง 82% นั้น ไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลโดยตรงจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการผนวก AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรต่างๆ อย่างเข้มข้น บริษัทรายงานว่าลูกค้าองค์กรมีความต้องการใช้งาน AI ในระบบงานของตนมากขึ้น ทำให้พวกเขาหันมาใช้บริการคลาวด์ของ Google เพื่อรองรับการประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่จำเป็นสำหรับแอปพลิเคชัน AI โดยเฉพาะ
ในทางกลับกัน การที่ผลิตภัณฑ์อย่าง Gemini สามารถมีผู้ใช้งานสูงถึง 950 ล้านคนต่อเดือน ยืนยันว่ากลยุทธ์การนำ AI ไปสู่ผู้ใช้ทั่วไป (Consumer AI) ประสบความสำเร็จอย่างมาก การผสมผสานระหว่างการขยายตัวของตลาด B2B (Google Cloud) และ B2C (Gemini) ด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้ Alphabet มีฐานรายได้ที่แข็งแกร่งรอบด้าน และพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
การวิเคราะห์ตลาดและโอกาสทางธุรกิจ
จากการรายงานผลประกอบการดังกล่าว นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า Alphabet กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องเร่งการลงทุนเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในสมรภูมิ AI แม้ว่ากำไรสุทธิจะได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษ แต่การเติบโตของรายได้หลักโดยเฉพาะ Cloud และโฆษณาจาก YouTube ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง การที่ CFO เน้นย้ำถึงการเพิ่มเงินลงทุนถึง 2.05 แสนล้านดอลลาร์ เป็นสัญญาณว่าบริษัทมองเห็นโอกาสในการทำตลาดที่ยังมีพื้นที่ให้ขยายตัวอีกมาก โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่รองรับ AI
การที่อุปทานยังตึงตัวเป็นระยะเวลานานยังเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น Google Cloud สามารถกำหนดราคาสินค้าและบริการ หรือพัฒนาโซลูชันเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนของลูกค้าองค์กรที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ AI ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาอัตรากำไรและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
Summary
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ของ Alphabet เผยให้เห็นการเติบโตแข็งแกร่งด้วยรายได้รวม 119,796 ล้านดอลลาร์ โดย Google Cloud โต 82% จากความต้องการใช้งาน AI และ Gemini มีผู้ใช้สูงถึง 950 ล้านคน/เดือน บริษัทเตรียมเพิ่มการลงทุนเป็น 2.05 แสนล้านดอลลาร์เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวและเร่งขยายขีดความสามารถด้าน AI ต่อไป
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Google ไตรมาส 2/2026 ธุรกิจคลาวด์โต 82%, Gemini มีผู้ใช้งาน 950 ล้านคน
- ผู้เขียน
- arjin
- แหล่ง
- Blognone
- วันที่เผยแพร่
- 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:35
- URL ต้นฉบับ
- https://www.blognone.com/node/151216



