EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…

ที่มาภาพ: The Register

Cloud-อ่าน 10 นาทีThe Register

EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…

⚡ สรุป 30 วิ

คณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อสร้างคลาวด์อิสระ เสริม AI และผลักดันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส…

การคณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระทางดิจิทัลของสหภาพยุโรป จะทำให้ผู้ซื้อเทคโนโลยีภาครัฐต้องเผชิญกับข้อกำหนดใหม่หลายชั้น ทั้งการขยายศักยภาพศูนย์ข้อมูล การกำหนดระดับการควบคุมของคลาวด์ และการส่งเสริมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการจัดซื้อของหน่วยงานสาธารณะทั่วยุโรป

Overview

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแนวทางที่จะเพิ่มความจุของศูนย์ข้อมูลในยุโรปให้สูงขึ้นเป็นสามเท่าภายในห้าถึงเจ็ดปีข้างหน้า แนวคิดนี้รวมถึงการสร้าง sovereign cloud, การพัฒนา AI ภายในยุโรป, การสนับสนุนไมโครโปรเซสเซอร์ที่ผลิตในสหภาพ และการขยายการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สตามแผน Open Source Strategy ของสหภาพ การดำเนินการเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการออกกฎหมายหลายขั้นตอน ซึ่งหากสำเร็จแล้วจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของยุโรปและอาจขยายไปถึงตลาดโลก

คณะกรรมาธิการได้อ้างอิงถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์สหรัฐอเมริกา เช่น การที่ Microsoft ถูกบังคับให้ระงับบริการแก่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICC) หลังจากมีการคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้ผู้ใช้บริการในยุโรปเสียความต่อเนื่องของระบบ ขณะเดียวกันกฎหมาย US CLOUD Act ของสหรัฐยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานอเมริกันบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐให้ข้อมูลแม้ข้อมูลนั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ในคลาวด์ของยุโรปก็ตาม

Key Details

การเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้อมูลของยุโรปถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ Cloud and AI Development Act (CADA) ซึ่งจะทำให้มาตรฐานการควบคุมด้านดิจิทัลของสหภาพเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง การจัดตั้งระดับการควบคุมใหม่ที่เรียกว่า Union Assurance Levels (UAL) จะประเมินองค์กรตามห้าปัจจัย ได้แก่ การควบคุมด้านอำนาจศาล, การประมวลผลข้อมูล, โซ่อุปทาน, ความปลอดภัย และการจัดการข้อมูล

  • UAL แบ่งออกเป็นสี่ระดับ (Level 1‑4) โดยระดับที่สูงขึ้นหมายถึงการควบคุมและความเป็นอิสระที่มากกว่า
  • ระดับเหล่านี้จะต้องสอดคล้องกับกรอบ SEAL (Sovereignty Effectiveness Assurance Levels) ของ EU Cybersecurity Certification Framework
  • นอกจากนี้ยังมีกรอบ C3A ของเยอรมนีและ SecNumCloud ของฝรั่งเศสซึ่งแม้เป็นแบบบังคับใช้หรือไม่บังคับใช้แตกต่างกันก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “alphabet soup” ที่ผู้จัดการเทคโนโลยีต้องพิจารณา

Gartner เตือนว่า การเพิ่ม UAL จะทำให้ผู้ให้บริการและผู้ซื้อประสบกับความสับสน เนื่องจากต้องจัดการกับหลายมาตรฐานที่ซ้อนกันอยู่แล้ว

Sovereign Cloud & Governance

คณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งเน้นให้การใช้คลาวด์ในภาครัฐไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลตามพิกัดภูมิศาสตร์ แต่ต้องพิจารณาตาม jurisdiction หรือเขตอำนาจศาลของข้อมูลนั้น การกำหนด UAL ทำให้หน่วยงานสาธารณะต้องประเมินระบบคลาวด์ของตนตามระดับความมั่นคงและอิสระทางกฎหมายที่สหภาพกำหนด

การประเมินนี้จะรวมถึงการตรวจสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานใดเป็นของผู้ให้บริการที่ตั้งอยู่ในยุโรปหรือมีส่วนร่วมของบริษัทอเมริกันที่อาจอยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐ การตรวจสอบระดับ UAL จะต้องทำเป็นประจำและอาจต้องเปิดเผยผลการประเมินต่อหน่วยงานกำกับดูแลของ EU

ผลที่ตามมาคือผู้จัดซื้ออาจต้องปรับเปลี่ยนสัญญาไอทีเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการดำเนินโครงการเพิ่มขึ้น แต่ในมุมมองของความมั่นคงข้อมูล การทำเช่นนี้อาจลดความเสี่ยงจากการบังคับให้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานต่างประเทศ

Open Source Strategy

ส่วนหนึ่งของแพคเกจเทคโนโลยีอธิอธิปไตยคือการผลักดัน Open Source Strategy ของสหภาพยุโรป ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มขนาดการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในคลาวด์, AI, อินเทอร์เน็ต, ความปลอดภัยไซเบอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ EU จะลงทุนในทักษะการพัฒนา, สนับสนุนสตาร์ทอัพโอเพ่นซอร์ส, และเพิ่มการบำรุงรักษาระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นโอเพ่นซอร์ส

Gartner ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การลดต้นทุนหรือเร่งนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกเพื่อให้เกิด transparency, auditability, และ independence จากการควบคุมภายนอก การสนับสนุนนี้คาดว่าจะทำให้ส่วนประกอบโอเพ่นซอร์สกลายเป็นชั้นพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมที่ต้องการอิสระดิจิทัล

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ EU กำหนดแนวทางการจัดซื้อและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในภาครัฐ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีต้องพัฒนากระบวนการ industrialized open source เช่น การจัดการความปลอดภัย, การสนับสนุนระยะยาว, และการบูรณาการเข้ากับระบบระดับองค์กร

Chips Act 2.0

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของ EU คือ Chips Act 2.0 ซึ่งต่อเนื่องจากกฎหมายเดิมที่มุ่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การปรับปรุงครั้งนี้มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีระดับ 10 nm หรือต่ำกว่า ที่ส่วนใหญ่ผลิตนอกสหภาพโดยการให้สิทธิพิเศษแก่โรงงานผลิตชิปในยุโรป

กฎหมายนี้จะลดขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐและทำให้กระบวนการขอ state aid มีความคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยและการผลิตจริง เพื่อเร่งการสร้างโรงงานชิปที่มีความซับซ้อนสูงในยุโรป

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดคือการเพิ่มจำนวนโรงงานชิปภายใน EU, การสร้างงานในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง, และการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตในเอเชียหรือสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต้องอาศัยการลงทุนมหาศาลและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกหลายฝ่าย

Impact & Analysis

การนำ Technological Sovereignty Package ไปใช้จริงจะทำให้ภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของการจัดการสัญญา, การตรวจสอบความสอดคล้องกับระดับ UAL, และการพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นฐานการทำงาน การเพิ่มข้อกำหนดและมาตรฐานใหม่อาจทำให้ต้นทุนโครงการไอทีเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการดำเนินงานยืดเยื้อ

ในระดับยุโรป การเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้อมูลและการสนับสนุนชิปภายในสหภาพอาจเสริมความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและลดความเสี่ยงจากการบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เช่น US CLOUD Act หรือการคว่ำบาตรที่ส่งผลต่อผู้ให้บริการสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ, ผู้ให้บริการเทคโนโลยี, และภาคเอกชนที่ต้องยอมรับและปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่เหล่านี้

ในมุมมองของตลาดโลก การผลักดันให้เทคโนโลยีของ EU มีอิสระมากขึ้นอาจสร้างการแข่งขันใหม่กับผู้ให้บริการสหรัฐและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคลาวด์และ AI หาก EU สามารถสร้างระบบคลาวด์ที่เชื่อถือได้และสนับสนุนโอเพ่นซอร์สอย่างเต็มรูปแบบ อาจเป็นโมเดลที่ประเทศอื่นๆ เริ่มนำไปปรับใช้ในอนาคต

Summary

EU กำลังผลักดันโครงการ European Technological Sovereignty Package ที่รวมการขยายศูนย์ข้อมูล, การกำหนดระดับควบคุมคลาวด์ (UAL), การส่งเสริมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส, และการปรับปรุง Chips Act เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มความซับซ้อนให้กับการจัดซื้อเทคโนโลยีของภาครัฐและอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดเทคโนโลยีระดับโลก.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
EU sovereignty push gives tech buyers a new alphabet soup to swallow
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
14 มิถุนายน 2569 เวลา 16:15

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต LXC บน Proxmox อย่างอัตโนมัติสำหรับการจัดการหลายสิ…Cloud
14 มิถุนายน 2569 เวลา 04:30

อัปเดต LXC บน Proxmox อย่างอัตโนมัติสำหรับการจัดการหลายสิ…

Proxmox เป็นแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สที่ช่วยรัน LXC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การอัปเดตหลายสิบคอนเทนเนอร์พร้อมกันอาจใช้เวลานานและเสี่ยงต่อข้อผิดพลาด…

XDA Developers8 นาที
Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…Cloud
5 มิถุนายน 2569 เวลา 15:00

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับการเขียน AppHost ด้วย TypeScript ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องพึ่ง C# อีกต่อไป อีกทั้งเพิ่มการสนับสนุน Kubernetes, Go และ Bun

The Register7 นาที
Google ลดพื้นที่ฟรีเหลือ 5GB สำหรับบัญชีใหม่Cloud
26 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:00

Google ลดพื้นที่ฟรีเหลือ 5GB สำหรับบัญชีใหม่

Google เริ่มทดลองลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลฟรีจาก 15GB เหลือเพียง 5GB สำหรับบัญชีใหม่ในบางภูมิภาค โดยผู้ใช้เก่ายังคงได้รับพื้นที่ 15GB ตามเดิม ผู้ใช้สามารถรับพื้นที่เพิ่มได้หากยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นกลยุทธ์ผลักดันให้สมัครแพ็กเกจ Google One แบบเสียเงิน

Android Authority9 นาที
ไฟไหม้ทำให้ Google Cloud อินเดียช้าลงหลายวันหลังศูนย์ข้อมูล POP แยกCloud
-

ไฟไหม้ทำให้ Google Cloud อินเดียช้าลงหลายวันหลังศูนย์ข้อมูล POP แยก

ไฟไหม้ที่ศูนย์ข้อมูลภายนอกของ Google Cloud เมื่อ 9 มิถุนายน ทำให้ POP ในเดลีตัดการเชื่อมต่อ ส่งผลให้ลูกค้าในอินเดียประสบกับความล่าช้าและ packet loss…

The Register6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!