
ที่มาภาพ: The Register
EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…
⚡ สรุป 30 วิ
คณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อสร้างคลาวด์อิสระ เสริม AI และผลักดันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส…
การคณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระทางดิจิทัลของสหภาพยุโรป จะทำให้ผู้ซื้อเทคโนโลยีภาครัฐต้องเผชิญกับข้อกำหนดใหม่หลายชั้น ทั้งการขยายศักยภาพศูนย์ข้อมูล การกำหนดระดับการควบคุมของคลาวด์ และการส่งเสริมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการจัดซื้อของหน่วยงานสาธารณะทั่วยุโรป
Overview
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแนวทางที่จะเพิ่มความจุของศูนย์ข้อมูลในยุโรปให้สูงขึ้นเป็นสามเท่าภายในห้าถึงเจ็ดปีข้างหน้า แนวคิดนี้รวมถึงการสร้าง sovereign cloud, การพัฒนา AI ภายในยุโรป, การสนับสนุนไมโครโปรเซสเซอร์ที่ผลิตในสหภาพ และการขยายการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สตามแผน Open Source Strategy ของสหภาพ การดำเนินการเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการออกกฎหมายหลายขั้นตอน ซึ่งหากสำเร็จแล้วจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของยุโรปและอาจขยายไปถึงตลาดโลก
คณะกรรมาธิการได้อ้างอิงถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์สหรัฐอเมริกา เช่น การที่ Microsoft ถูกบังคับให้ระงับบริการแก่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICC) หลังจากมีการคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้ผู้ใช้บริการในยุโรปเสียความต่อเนื่องของระบบ ขณะเดียวกันกฎหมาย US CLOUD Act ของสหรัฐยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานอเมริกันบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐให้ข้อมูลแม้ข้อมูลนั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ในคลาวด์ของยุโรปก็ตาม
Key Details
การเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้อมูลของยุโรปถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ Cloud and AI Development Act (CADA) ซึ่งจะทำให้มาตรฐานการควบคุมด้านดิจิทัลของสหภาพเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง การจัดตั้งระดับการควบคุมใหม่ที่เรียกว่า Union Assurance Levels (UAL) จะประเมินองค์กรตามห้าปัจจัย ได้แก่ การควบคุมด้านอำนาจศาล, การประมวลผลข้อมูล, โซ่อุปทาน, ความปลอดภัย และการจัดการข้อมูล
- UAL แบ่งออกเป็นสี่ระดับ (Level 1‑4) โดยระดับที่สูงขึ้นหมายถึงการควบคุมและความเป็นอิสระที่มากกว่า
- ระดับเหล่านี้จะต้องสอดคล้องกับกรอบ SEAL (Sovereignty Effectiveness Assurance Levels) ของ EU Cybersecurity Certification Framework
- นอกจากนี้ยังมีกรอบ C3A ของเยอรมนีและ SecNumCloud ของฝรั่งเศสซึ่งแม้เป็นแบบบังคับใช้หรือไม่บังคับใช้แตกต่างกันก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “alphabet soup” ที่ผู้จัดการเทคโนโลยีต้องพิจารณา
Gartner เตือนว่า การเพิ่ม UAL จะทำให้ผู้ให้บริการและผู้ซื้อประสบกับความสับสน เนื่องจากต้องจัดการกับหลายมาตรฐานที่ซ้อนกันอยู่แล้ว
Sovereign Cloud & Governance
คณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งเน้นให้การใช้คลาวด์ในภาครัฐไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลตามพิกัดภูมิศาสตร์ แต่ต้องพิจารณาตาม jurisdiction หรือเขตอำนาจศาลของข้อมูลนั้น การกำหนด UAL ทำให้หน่วยงานสาธารณะต้องประเมินระบบคลาวด์ของตนตามระดับความมั่นคงและอิสระทางกฎหมายที่สหภาพกำหนด
การประเมินนี้จะรวมถึงการตรวจสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานใดเป็นของผู้ให้บริการที่ตั้งอยู่ในยุโรปหรือมีส่วนร่วมของบริษัทอเมริกันที่อาจอยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐ การตรวจสอบระดับ UAL จะต้องทำเป็นประจำและอาจต้องเปิดเผยผลการประเมินต่อหน่วยงานกำกับดูแลของ EU
ผลที่ตามมาคือผู้จัดซื้ออาจต้องปรับเปลี่ยนสัญญาไอทีเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการดำเนินโครงการเพิ่มขึ้น แต่ในมุมมองของความมั่นคงข้อมูล การทำเช่นนี้อาจลดความเสี่ยงจากการบังคับให้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานต่างประเทศ
Open Source Strategy
ส่วนหนึ่งของแพคเกจเทคโนโลยีอธิอธิปไตยคือการผลักดัน Open Source Strategy ของสหภาพยุโรป ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มขนาดการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในคลาวด์, AI, อินเทอร์เน็ต, ความปลอดภัยไซเบอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ EU จะลงทุนในทักษะการพัฒนา, สนับสนุนสตาร์ทอัพโอเพ่นซอร์ส, และเพิ่มการบำรุงรักษาระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นโอเพ่นซอร์ส
Gartner ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การลดต้นทุนหรือเร่งนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกเพื่อให้เกิด transparency, auditability, และ independence จากการควบคุมภายนอก การสนับสนุนนี้คาดว่าจะทำให้ส่วนประกอบโอเพ่นซอร์สกลายเป็นชั้นพื้นฐานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมที่ต้องการอิสระดิจิทัล
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ EU กำหนดแนวทางการจัดซื้อและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในภาครัฐ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีต้องพัฒนากระบวนการ industrialized open source เช่น การจัดการความปลอดภัย, การสนับสนุนระยะยาว, และการบูรณาการเข้ากับระบบระดับองค์กร
Chips Act 2.0
อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของ EU คือ Chips Act 2.0 ซึ่งต่อเนื่องจากกฎหมายเดิมที่มุ่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การปรับปรุงครั้งนี้มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีระดับ 10 nm หรือต่ำกว่า ที่ส่วนใหญ่ผลิตนอกสหภาพโดยการให้สิทธิพิเศษแก่โรงงานผลิตชิปในยุโรป
กฎหมายนี้จะลดขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐและทำให้กระบวนการขอ state aid มีความคล่องตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยและการผลิตจริง เพื่อเร่งการสร้างโรงงานชิปที่มีความซับซ้อนสูงในยุโรป
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดคือการเพิ่มจำนวนโรงงานชิปภายใน EU, การสร้างงานในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง, และการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตในเอเชียหรือสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต้องอาศัยการลงทุนมหาศาลและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกหลายฝ่าย
Impact & Analysis
การนำ Technological Sovereignty Package ไปใช้จริงจะทำให้ภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของการจัดการสัญญา, การตรวจสอบความสอดคล้องกับระดับ UAL, และการพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นฐานการทำงาน การเพิ่มข้อกำหนดและมาตรฐานใหม่อาจทำให้ต้นทุนโครงการไอทีเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการดำเนินงานยืดเยื้อ
ในระดับยุโรป การเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้อมูลและการสนับสนุนชิปภายในสหภาพอาจเสริมความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและลดความเสี่ยงจากการบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เช่น US CLOUD Act หรือการคว่ำบาตรที่ส่งผลต่อผู้ให้บริการสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ, ผู้ให้บริการเทคโนโลยี, และภาคเอกชนที่ต้องยอมรับและปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่เหล่านี้
ในมุมมองของตลาดโลก การผลักดันให้เทคโนโลยีของ EU มีอิสระมากขึ้นอาจสร้างการแข่งขันใหม่กับผู้ให้บริการสหรัฐและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคลาวด์และ AI หาก EU สามารถสร้างระบบคลาวด์ที่เชื่อถือได้และสนับสนุนโอเพ่นซอร์สอย่างเต็มรูปแบบ อาจเป็นโมเดลที่ประเทศอื่นๆ เริ่มนำไปปรับใช้ในอนาคต
Summary
EU กำลังผลักดันโครงการ European Technological Sovereignty Package ที่รวมการขยายศูนย์ข้อมูล, การกำหนดระดับควบคุมคลาวด์ (UAL), การส่งเสริมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส, และการปรับปรุง Chips Act เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มความซับซ้อนให้กับการจัดซื้อเทคโนโลยีของภาครัฐและอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดเทคโนโลยีระดับโลก.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- EU sovereignty push gives tech buyers a new alphabet soup to swallow
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 14 มิถุนายน 2569 เวลา 16:15



