ยุโรปหันไปใช้เทคโนโลยีภายในท้องถิ่น ผู้บริโภคเกลียดการพึ่งพาบิ๊กเทคสหรัฐ

ที่มาภาพ: TechRadar

Cloud-อ่าน 6 นาทีTechRadar

ยุโรปหันไปใช้เทคโนโลยีภายในท้องถิ่น ผู้บริโภคเกลียดการพึ่งพาบิ๊กเทคสหรัฐ

⚡ สรุป 30 วิ

ผลสำรวจของ Proton แสดงว่าผู้บริโภคยุโรป 45% จะหลีกเลี่ยงบริษัทที่ใช้บริการดิจิทัลของสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และ 80%…

การสำรวจของ Proton ที่รวบรวมข้อมูลจากผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีจำนวน 3,000 คน พบว่าผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของสหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยุโรปตัดสินใจห่างไกลจากบริษัทที่ยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีของ “บิ๊กเทค” สหรัฐฯ มากเกินไป การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ของธุรกิจและนโยบายสาธารณะในยุโรปอย่างชัดเจน

Overview

การสำรวจของ Proton แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุโรปมองว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์และค่านิยม ไม่ใช่แค่การตัดสินใจด้านการดำเนินงานภายในองค์กรเท่านั้น 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าจะหลีกเลี่ยงบริษัทที่เก็บข้อมูลลูกค้าด้วยผู้ให้บริการสหรัฐอเมริกาโดยตรง ซึ่งเหตุผลหลักคือความกังวลเรื่อง ความเป็นส่วนตัว และ ความปลอดภัย มากกว่าด้านราคา หรือคุณภาพของสินค้า

ผลสำรวจยังพบว่า สี่ในห้า (80%) ของผู้บริโภคยุโรปให้ความสำคัญกับการที่ธุรกิจใช้เทคโนโลยีจากยุโรป ซึ่งบ่งบอกว่าความเป็น ดิจิทัลซูเวอรินิตี้ (digital sovereignty) ได้กลายเป็นหัวข้อที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง

Key Findings

Proton ระบุว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบริการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารส่วนบุคคลมากที่สุด โดยมีสัดส่วนที่กังวลดังนี้

  • โซเชียลมีเดีย – 48%
  • อีเมล – 46%
  • แอปพลิเคชันส่งข้อความ – 40%
  • คลาวด์สตอเรจ – 38%
  • เว็บเบราว์เซอร์ – 31%

นอกจากนี้ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าธุรกิจขนาดเล็กในยุโรปควรให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีจากยุโรปมากกว่าจากสหรัฐฯ โดยไม่ได้มองว่าเป็นการสนับสนุนบริษัทในท้องถิ่นเท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริม อิสรภาพดิจิทัล และลดการพึ่งพาต่างประเทศ

Market Landscape

ตามข้อมูลจาก Proton รายงานก่อนหน้าชี้ให้เห็นว่า 74% ของบริษัทที่จดทะเบียนในยุโรปพึ่งพาผู้ให้บริการเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา อย่างเช่น Amazon Web Services (AWS), Microsoft, Google และ Meta ซึ่งรวมกันครอบคลุม 66% ของตลาดคลาวด์ระดับโลก

ในส่วนของผู้ให้บริการยุโรป มีส่วนแบ่งตลาดคลาวด์เพียง 15% ของยุโรป ซึ่งทำให้ความพึ่งพา “hyperscalers” ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ Google และ Microsoft ครอง 84% ของตลาดผลิตภัณฑ์สำนักงานดิจิทัลทั่วโลก ทำให้การย้ายไปใช้โซลูชันยุโรปเป็นเรื่องที่ท้าทายและอาจต้องใช้เวลาเป็นปี

Consumer Attitudes

การสำรวจของ Eurobarometer ของคณะกรรมการยุโรปแสดงให้เห็นว่า 58% ของประชากรยุโรปพร้อมที่จะย้ายไปใช้ผู้ให้บริการดิจิทัลจากยุโรป แม้อาจต้องจ่ายค่าบริการที่สูงกว่า การเปลี่ยนแปลงทัศนคตินี้สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความกังวลต่อ US CLOUD Act** ซึ่งอนุญาตให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลที่จัดเก็บโดยบริษัทอเมริกันแม้อยู่ในศูนย์ข้อมูลของยุโรป

นอกจากนี้ ผู้บริโภคหลายคนกังวลว่าข้อมูลของตนอาจถูกใช้ฝึกโมเดล AI ของบิ๊กเทคสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้

Business Implications

Raphael Auphan, COO ของ Proton, ยอมรับว่า “การซื้อเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ เคยดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีข้อสงสัย” แต่ในปัจจุบันการพึ่งพานั้นกลายเป็น “commercial liability” สำหรับธุรกิจยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทต้องพิจารณา กลยุทธ์การย้ายระบบ ไปยังผู้ให้บริการยุโรปหรือโซลูชันแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาล ตัวอย่างเช่น Proton ได้เปิดบริการย้ายข้อมูลจาก Gmail โดยไม่มี downtime แต่การย้ายสแต็กเต็มรูปแบบอาจใช้หลายปี

Policy Context

สภายุโรป (EU) เริ่มให้ความสนใจต่อประเด็นนี้มากขึ้นโดยมีการเรียกร้องให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสหรัฐฯ ปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐาน EU Digital Services Act และ Data Protection Regulations นอกจากนี้ สมาชิกสภายุโรปเช่น Aura Sally แห่งฟินแลนด์ ได้เตือนว่า “EU พึ่งพา Microsoft มากเกินไป ถ้าสหรัฐฯ ตัดการเชื่อมต่อ เราอาจถูกตัดขาดภายในหนึ่งชั่วโมง”

การสนทนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคและธุรกิจ

Summary

ผลสำรวจของ Proton แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุโรปให้ความสำคัญกับ ดิจิทัลซูเวอรินิตี้ มากกว่าที่เคยเป็นมา โดย 45% จะหลีกเลี่ยงบริษัทที่ใช้บริการของบิ๊กเทคสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงนี้บังคับให้ธุรกิจยุโรปและผู้กำหนดนโยบายต้องพิจารณาการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และมองหาโซลูชันภายในยุโรปอย่างจริงจัง.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
'A surprising number of them said, “Yes.”': Study finds many customers would leave a business which stays loyal to US big tech services
ผู้เขียน
Craig Hale
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
23 มิถุนายน 2569 เวลา 09:20

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing เพื่อซิงค์ไฟล์แบบไม่พึ่งเซิร์ฟเวอร์กลางCloud
22 มิถุนายน 2569 เวลา 00:30

เปลี่ยนจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing เพื่อซิงค์ไฟล์แบบไม่พึ่งเซิร์ฟเวอร์กลาง

ผู้เขียนย้ายจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สแบบ peer‑to‑peer ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล…

XDA Developers6 นาที
EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…Cloud
16 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…

คณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อสร้างคลาวด์อิสระ เสริม AI และผลักดันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส…

The Register10 นาที
อัปเดต LXC บน Proxmox อย่างอัตโนมัติสำหรับการจัดการหลายสิ…Cloud
14 มิถุนายน 2569 เวลา 04:30

อัปเดต LXC บน Proxmox อย่างอัตโนมัติสำหรับการจัดการหลายสิ…

Proxmox เป็นแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สที่ช่วยรัน LXC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การอัปเดตหลายสิบคอนเทนเนอร์พร้อมกันอาจใช้เวลานานและเสี่ยงต่อข้อผิดพลาด…

XDA Developers8 นาที
Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…Cloud
5 มิถุนายน 2569 เวลา 15:00

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับการเขียน AppHost ด้วย TypeScript ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องพึ่ง C# อีกต่อไป อีกทั้งเพิ่มการสนับสนุน Kubernetes, Go และ Bun

The Register7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!