
ที่มาภาพ: TechRadar
Flock Safety แถลงธุรกิจโดรนเติบโตเร็วที่สุด พร้อมความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
⚡ สรุป 30 วิ
CEO ของ Flock Safety บอกว่าธุรกิจโดรนอาจเป็นแหล่งรายได้ที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท.…
Flock Safety ประกาศว่า *ธุรกิจโดรนของบริษัทกำลังเติบโตเร็วที่สุด* ขณะเดียวกันกลุ่มสิทธิความเป็นส่วนตัวตั้งคำถามว่าการใช้เทคโนโลยีนี้อาจทำให้เกิดการเฝ้าระวังแบบมวลชนคล้ายกับเครื่องอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์
Overview
บริษัท Flock Safety ซึ่งเคยเน้นผลิตภัณฑ์อ่านป้ายทะเบียน (license plate readers) ไว้เป็นหลัก เริ่มขยายไปสู่การให้บริการโดรนแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรท้องถิ่นในรูปแบบ “DFR” หรือ Drones as First Responders ตามที่ผู้บริหารบริษัทกล่าวในรายการ *The All‑In Podcast* เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 การนำโดรนเข้ามาใช้ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินนั้นมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็วก่อนเจ้าหน้าที่ถึงสถานที่จริง
Business Growth & Revenue Share
ในบทสัมภาษณ์ CEO Garrett Langley ระบุว่าโดรนเป็น “*อาจเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของเราในขณะนี้*” โดยคาดว่ารายได้จากส่วนนี้ทำให้ *เกือบครึ่งหนึ่ง* ของรายได้ตามแนวโน้มอนาคตของบริษัท แม้ว่าตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้เปิดเผย การกล่าวถึงสัดส่วนนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่า Flock กำลังพยายามกระจายฐานธุรกิจออกจากการขายอุปกรณ์อ่านป้ายทะเบียนเพียงอย่างเดียว
Drone Deployment as First Responders
โดรนของ Flock ถูกจำหน่ายให้กับองค์กรตำรวจและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อใช้ในภารกิจ DFR ซึ่งสามารถบินขึ้นตรวจสอบสถานการณ์ที่อาจก่อความเสี่ยงได้ก่อนเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตัวอย่างหนึ่งจาก Dallas‑Fort Worth กล่าวว่ามีการแจ้งเหตุผู้ชายถือ “อาวุธ” โดรนถูกส่งไปสำรวจพบว่าเป็นไฟแช็กขนาดใหญ่ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายโดยไม่ต้องมีการเผชิญหน้าตรงกัน การใช้โดรนเช่นนี้จึงได้รับการยกย่องว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน
Privacy Concerns & Advocacy Response
แม้บริษัทจะอ้างว่าเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน แต่กลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจน
- **Electronic Frontier Foundation (EFF) ระบุว่าการนำโดรนแบบนี้ “*ทำให้ความเป็นส่วนตัวของชุมชนทั่วประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง*” โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูล
- นักวิเคราะห์จาก **American Civil Liberties Union (ACLU), Jay Stanley, ได้บันทึกข้อกังวลหลายประการ ได้แก่ การใช้งานเพื่อข่มขู่และเฝ้าระวังโดยไม่มีการตรวจสอบที่เพียงพอ รวมถึงผลกระทบต่อผู้ใช้โดรนส่วนบุคคล
คำวิจารณ์เหล่านี้สอดรับกับความกังวลของประชาชนบนแพลตฟอร์ม X ที่แสดงความคิดเห็นว่า “*อย่าให้การเฝ้าติดตามแบบมวลชนเป็นเรื่องปกติ*”
Company Measures & Public Reaction
เพื่อตอบสนองต่อข้อวิจารณ์ Flock Safety ได้ปรับนโยบายจัดเก็บข้อมูลของเครื่องอ่านป้ายทะเบียน ลดระยะเวลาการเก็บจาก 30 วันลงเหลือ 7 วัน นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่ามีกระบวนการตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้กล้องเฝ้าระวังโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความกังวลของผู้วิจารณ์ที่มองว่าอาจไม่มีการกำกับดูแลอย่างครอบคลุม
ในขณะที่บริษัทยืนยันว่าการใช้โดรนจะช่วย “*ลดความเสี่ยงและเพิ่มข้อมูลเชิงปฏิบัติการ*” การตอบรับจากสาธารณะยังคงเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ Flock หากไม่มีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม
Impact
การขยายธุรกิจโดรนของ Flock Safety แสดงให้เห็นแนวโน้มว่าเทคโนโลยีการเฝ้าระวังจะเข้าสู่การใช้งานระดับสาธารณะมากขึ้น แม้ว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน แต่ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและการละเมิดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลก็อาจทำให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มผู้ใช้และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน หากบริษัทไม่พัฒนากรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน การเติบโตของธุรกิจนี้อาจถูกจำกัดโดยความกังวลทางสังคม
Summary
Flock Safety ยืนยันว่าโดรนเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจและช่วยให้การตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและประชาชนยังคงกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและการเฝ้าระวังแบบมวลชน ซึ่งอาจส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีนี้ในระยะยาว.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Flock CEO says drones are 'probably our fastest growing business', but consumer rights groups say they can 'jeopardize privacy' like license plate readers
- ผู้เขียน
- David Nield
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 20 สิงหาคม 2569 เวลา 05:00



