
ที่มาภาพ: Android Authority
อัปเดต Google Play Services เปิด Express Pay บน Pixel Watch พร้อมรีเฟรช Play Shorts
⚡ สรุป 30 วิ
Google ปล่อยอัปเดต Play Services เวอร์ชัน 26.29 และ Play Store 52.5 เพิ่มฟีเจอร์ Express Pay ให้ตั้งค่าผ่านข้อมือบน Pixel Watch รวมการเปลี่ยนชื่อเมนูเป็น…
Google Play Services เวอร์ชัน 26.29 และ Play Store เวอร์ชัน 52.5 ถูกปล่อยอัปเดตทั่วระบบ Android เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Pixel Watch รวมถึงการปรับชื่อเมนูและประสบการณ์ผู้ใช้ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้งานสมาร์ทวอชและแอปพลิเคชันบนมือถือในระดับพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่า Express Pay ได้โดยตรงจากข้อมือ
Overview
การอัปเดตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการพื้นฐานของ Google ที่ทำงานเบื้องหลังหลายแอปพลิเคชันบน Android แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างจะมักอยู่ในระดับที่ผู้ใช้ไม่สังเกตเห็นมากนัก แต่ฟีเจอร์ใหม่บางอย่างเช่น Express Pay บน Pixel Watch ทำให้ประสบการณ์การใช้งานจริงได้รับการยกระดับขึ้น
Google ระบุว่าการอัปเดตนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ทำให้ขั้นตอนการตั้งค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินบนอุปกรณ์สวมใส่เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย” ทั้งนี้ยังรวมถึงการปรับโครงสร้างเมนูของแอปพลิเคชันหลายประเภท เพื่อเพิ่มความสม่ำเสมอในการจัดการเชื่อมต่อแอป
New Features
- Express Pay บน Pixel Watch สามารถตั้งค่าได้โดยตรงจากหน้าจอข้อมือ ลดขั้นตอนที่ต้องใช้มือถือเป็นตัวกลาง
- เมนู “Connected apps” ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Linked apps” ครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภท ได้แก่ โทรศัพท์, แท็บเล็ต, ทีวี, รถยนต์และสมาร์ทวอช
- Play Shorts เพิ่มฟีเจอร์พรีวิวแบบคอมิกที่ผู้ใช้สามารถสไลด์ดูได้หลายรายการต่อกัน
- Play Store v52.5 นำเสนอ Sidekick Dashboard ที่เสถียรขึ้นและการค้นหาเดินทางที่รองรับการทำต่อ (resumable)
ฟีเจอร์เหล่านี้มุ่งเน้นให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้เร็วกว่าเดิมโดยไม่ต้องสลับอุปกรณ์หลายครั้ง
User Experience Changes
การปรับชื่อเมนูจาก “Connected apps” เป็น Linked apps ทำให้ผู้ใช้งานที่เคยคุ้นเคยกับระบบเก่าได้รับความต่อเนื่องในการจัดการแอปเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นบนโทรศัพท์หรือรถยนต์ การเปลี่ยนชื่อนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของ Google ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้แบบ “หนึ่งครั้งเดียวทำครบ” (single‑pane) บนอุปกรณ์หลายประเภท
สำหรับ Pixel Watch การตั้งค่า Express Pay ตรงจากหน้าจอข้อมือช่วยลดเวลาการสมัครสมาชิกและขั้นตอนยืนยันบัตรเครดิต ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานการชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้ทันทีหลังจากทำตามขั้นตอนสั้น ๆ ที่แสดงบนวอช ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดสมาร์ทวอชที่เน้นความสะดวกและความปลอดภัย
นอกจากนี้ Play Shorts ที่เพิ่มพรีวิวคอมิกทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกในการค้นหาเนื้อหาสั้น ๆ อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดแอปเต็มรูปแบบ ส่วน Sidekick Dashboard ที่เสถียรขึ้นช่วยลดการล่มของหน้าจอเมนูหลัก ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยถูกวิพากษ์ในเวอร์ชันก่อนหน้า
Technical Details & Rollout
Google ปรับปรุงโค้ดพื้นฐานของ Play Services เป็น v26.29 พร้อมเพิ่มโมดูลใหม่สำหรับการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์สวมใส่และเซิร์ฟเวอร์ด้านการเงิน โมดูลนี้รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสล่าสุดเพื่อให้ข้อมูลบัตรเครดิตปลอดภัยในขั้นตอนตั้งค่าแรก
ส่วน Play Store v52.5 มีการเพิ่ม API ที่ทำให้แอปพลิเคชันสามารถบันทึกสถานะของการค้นหา (search state) เมื่อผู้ใช้หยุดกลางทางและกลับมาดำเนินต่อได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งระบบจัดเก็บข้อมูล cache เพื่อให้ Sidekick Dashboard โหลดเร็วขึ้นโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่
อัปเดตนี้ถูกปล่อยเป็น rollout แบบ staged ให้กับผู้ใช้ Android 9 ขึ้นไปทั่วโลก โดย Google ระบุว่า “การอัปเดตพื้นฐานเช่นนี้มักจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสองสัปดาห์สำหรับส่วนใหญ่ของผู้ใช้งาน”
Analysis
จากมุมมองด้านเทคโนโลยี การเปิด Express Pay บน Pixel Watch แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตอุปกรณ์กำลังเร่งขยายขอบเขตการทำงานของระบบชำระเงินดิจิทัลไปยังอุปกรณ์ที่มีหน้าจอจำกัด ความสำเร็จของฟีเจอร์นี้จะขึ้นกับระดับความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อการจัดเก็บข้อมูลบัตรบนอุปกรณ์สวมใส่
การเปลี่ยนชื่อเมนูเป็น Linked apps แม้ดูเหมือนเป็นการปรับเล็ก ๆ แต่มีผลกระทบต่อ UX ของระบบทั้งหมด การทำให้เมนูมีความสอดคล้องกันทั่วทุกแพลตฟอร์มช่วยลดอุปสรรคในการเรียนรู้และอาจเพิ่มการใช้งานแอปที่เชื่อมโยงกับบริการของ Google
ส่วน Play Shorts และการปรับปรุง Dashboard นั้นเป็นตัวอย่างของความพยายามของ Google ที่จะสร้าง “โซเชียลคอนเทนต์สั้น” ให้แข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น TikTok อย่างไรก็ตาม การเพิ่มคอมิกพรีวิวอาจเป็นการทดสอบตลาดเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบเนื้อหาแบบภาพต่อภาพ
โดยรวมแล้ว การอัปเดตนี้สะท้อนแนวโน้มของ Google ที่ต้องการบูรณาการบริการต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งบนมือถือและอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งอาจส่งผลให้คู่แข่งในตลาดระบบปฏิบัติการมือถือต้องเร่งพัฒนาฟีเจอร์คล้ายคลึงเพื่อไม่ให้ผู้ใช้ย้ายออกไป
Impact
สำหรับผู้ใช้ Android ที่มี Pixel Watch การตั้งค่า Express Pay จะทำให้การชำระเงินผ่าน NFC เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้เพิ่มจำนวนการทำธุรกรรมแบบไร้สัมผัสในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ระบบความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้นอาจลดความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
นักพัฒนาแอปพลิเคชันจะได้รับประโยชน์จากเมนู Linked apps ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันบนทุกแพลตฟอร์ม ทำให้การจัดการสิทธิ์และการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ง่ายขึ้น ลดภาระงานด้าน UI/UX
ในระดับตลาด การเสริมความเสถียรของ Sidekick Dashboard และการค้นหาเดินทางที่ทำต่อได้อาจเพิ่มเวลาที่ผู้ใช้คงอยู่บน Play Store นานขึ้น ส่งผลดีต่อการโปรโมทแอปและบริการของ Google อย่างต่อเนื่อง
Summary
Google ปล่อยอัปเดต Play Services v26.29 และ Play Store v52.5 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Express Pay บน Pixel Watch การเปลี่ยนชื่อเมนูเป็น Linked apps และการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ใน Play Shorts, Sidekick Dashboard และการค้นหาเดินทาง ส่งผลให้ระบบ Android มีความสอดคล้องและปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Google Play Services update turns on Pixel Watch Express Pay and refreshes Play Shorts
- ผู้เขียน
- Hillary Keverenge
- แหล่ง
- Android Authority
- วันที่เผยแพร่
- 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:58



