
ที่มาภาพ: The Register
อิหร่านโจมตีศูนย์ข้อมูล AWS ใบหนั่นในบาหร์เรน ทำให้บริการคลาวด์หยุดทำงานหลายวัน
⚡ สรุป 30 วิ
กองทัพอิสลามปฏิวัติเชื้อ (IRGC) ประกาศว่าศูนย์ข้อมูลของ AWS ในบาห์เรนถูกทำลายด้วยจรวด cruise missile ทำให้โซน me‑south‑1 และ me‑central‑1 ใช้งานไม่ได้หลายวัน…
การกองทัพอิสลามปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่าได้ทำการโจมตีศูนย์ข้อมูลของ Amazon Web Services (AWS) ในนครบาห์เรนอีกครั้งหลังจากที่เคยทำให้ระบบหยุดทำงานหลายเดือน — เป็นการตอบโต้ต่อ “การโจมตีของสหรัฐฯ” ต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Darkhovin** ที่กำลังก่อสร้าง การอ้างสิทธิ์นี้ส่งผลกระทบต่อบริการคลาวด์ระดับภูมิภาคและทำให้ผู้ใช้หลายพันรายต้องหาทางย้ายงานไปยังศูนย์ข้อมูลอื่น
Overview
การโจมตีครั้งล่าสุดของ IRGC ถูกระบุว่าเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่สหรัฐอเมริกา “ทำลาย” โครงการนิวเคลียร์ Darkhovิน ซึ่งตามรายงานของสำนักข่าว The Register นั้น การโจมตีได้ใช้จรวดค cruise missile หลายลูกเพื่อทำลาย AWS ที่ตั้งอยู่ในบาห์เรน รายการนี้เป็นการต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์เมื่ออิหร่านอ้างว่าได้รับการโจมตีโดยสหรัฐและอิสราเอล
แม้จะมีการประกาศว่าระบบถูกทำลาย แต่สถานะของศูนย์ข้อมูลบน AWS Health Dashboard ยังคงแสดงว่าภูมิภาคบาห์เรน (me‑south‑1) “currently unavailable” และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (me‑central‑1) “unable to reliably support customer applications” การอัปเดตล่าสุดของสถานะเหล่านี้ทำเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026
Claims & Statements
คำแถลงของ IRGC ที่เผยบนสื่อรัฐในวันอังคารระบุว่าได้โจมตี “กองทัพสหรัฐฯ ผู้ฆ่าเด็ก” โดยใช้จรวด cruise missile หลายลูก ทำให้ “โครงสร้างข้อมูลศูนย์กลางของ AWS ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์” คำแปลผ่าน Google Translate แสดงถึงการตั้งข้อหาว่า AWS มีบทบาทสนับสนุนปฏิบัติการทหารสหรัฐ
ในส่วนของอิหร่าน การกำหนดเป้าหมายต่อโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศก็ขยายออกไป โดยระบุว่าองค์กรต่อไปนี้เป็น “เป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย” เนื่องจากสนับสนุนการปฏิบัติการของสหรัฐ:
- IBM
- Microsoft
- Nvidia
- Oracle
- Palantir
การขยายเป้าหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีคลาวด์เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
AWS Service Impact
จากข้อมูลใน AWS Health Dashboard พบว่าบริการทั้งหมดที่ทำงานบนโซนบาห์เรน (me‑south‑1) ถูกระงับใช้งานอย่างต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งรวมถึงบริการหลักเช่น Amazon EC2, S3, RDS และ Lambda สถานะของโซนอาหรับเอมิเรตส์ (me‑central‑1) อยู่ในระดับ “unable to reliably support customer applications” ทำให้ลูกค้าไม่สามารถพึ่งพาแอปพลิเคชันที่สำคัญได้
การหยุดทำงานอย่างยาวนานส่งผลต่อผู้ใช้หลายพันรายและองค์กรข้ามชาติที่พึ่งพาการประมวลผลแบบคลาวด์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง การยกเว้นค่าบริการทั้งหมดของ AWS ในเดือนมีนาคม 2026 สำหรับโซนอาหรับเอมิเรตส์เป็นมาตรการบรรเทาเพื่อรักษาฐานลูกค้า แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการหยุดทำงานที่ต่อเนื่องในบาห์เรนได้
Response from Cloud Providers
หลังจากเหตุการณ์แรกของอิหร่านที่กล่าวถึง การให้บริการคลาวด์หลายรายเช่น Snowflake และ Red Hat ได้ออกคำแถลง urging ลูกค้าให้ “fail over” หรือย้ายงานไปยังภูมิภาคอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการถูกทำลายของศูนย์ข้อมูล นอกจากนี้ผู้ให้บริการเหล่านี้ได้จัดเตรียมเครื่องมือและแนวทางปฏิบัติในการกระจายโหลดข้ามโซน
แม้ว่าการตอบสนองจาก AWS จะเน้นที่การยกเว้นค่าใช้จ่ายในเดือนมีนาคม 2026 แต่จนถึงตอนนี้บริษัทยังไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายของศูนย์ข้อมูลบาห์เรนหรือแผนฟื้นฟูระบบ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานต้องพึ่งพาแหล่งข้อมูลภายนอกเพื่อประเมินสถานการณ์
Broader Geopolitical Context
การโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ แสดงถึงการใช้ “ดิจิทัล” เป็นสนามรบใหม่ในความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา การที่ IRGC เชื่อมโยงการทำลายศูนย์ข้อมูลกับการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Darkhovิน ทำให้เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ต่อการคว่ำบาตรและการกดดันทางทหาร
ตามรายงานของสำนักข่าวที่อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลของ AWS Health Dashboard สถานะการทำงานของศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง ทำให้ผู้ประกอบการต้องประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการกระจายโครงสร้างพื้นฐานไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า
Verification Challenges
แม้จะมีข้อมูลบน AWS Health Dashboard ที่ชี้ให้เห็นถึงการหยุดทำงานของบริการในบาห์เรนและอาหรับเอมิเรตส์เป็นเวลานานหลายเดือน แต่ความล่าช้าในการยืนยันว่าเหตุการณ์ที่อิหร่านอ้างว่าตำแหน่งศูนย์ข้อมูลถูกทำลายใหม่จริงหรือไม่ ทำให้การตรวจสอบเชิงเทคนิคเป็นเรื่องยาก El Reg ได้พยายามติดต่อ AWS เพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติมแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่บริการทั้งหมดในบาห์เรน “currently unavailable” อาจหมายถึงความเสียหายอย่างจริงจังหรืออาจเป็นผลมาจากมาตรการปิดระบบเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การขาดข้อมูลเชิงลึกจากผู้ให้บริการทำให้ยากต่อการสรุปว่าการโจมตีของ IRGC มีผลกระทบในระดับใด
Summary
การอ้างว่า IRGC ได้โจมตีศูนย์ข้อมูล AWS ในนครบาห์เรนอีกครั้งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่กำลังขยายตัวระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งทำให้บริการคลาวด์ในภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดทำงานหลายเดือน การตรวจสอบความจริงยังคงเป็นเรื่องท้าทายเนื่องจากไม่มีการตอบรับโดยตรงจาก AWS.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Iran says it's struck offline AWS facility in Bahrain ... again
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 01:35



