
ที่มาภาพ: TechRadar
บทเรียนจากฟุตบอลโลก: วิธีสร้างกำลังคนที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง
⚡ สรุป 30 วิ
การแข่งขันฟุตบอลโลกทำให้ผลผลิตของบริษัททั่วโลกเสียหายหลายพันล้านปอนด์ แต่ยังเปิดเผยว่าพฤติกรรมพนักงานสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว…
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ได้จบลงแล้ว แต่ผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานทั่วโลกยังคงตามมาอย่างชัดเจน รายงานวิจัยใหม่จาก UKG ที่สำรวจพนักงานกว่า 8,000 คนในออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา พบว่าตลอดระยะเวลาหกสัปดาห์ของทัวร์นาเมนต์ ผลผลิตการทำงานโดยรวมเสียหายไปประมาณ £12.6 พันล้าน ดอลลาร์สเตอร์ลิง โดยในสหราชอาณาจักรเดียวกันค่าเสียหายอาจเกิน £680 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของพนักงานที่เปลี่ยนแปลงตามการแข่งขันฟุตบอลมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างมหาศาล
Overview
แม้ว่าเหตุการณ์กีฬาอีเว้นท์ระดับโลกจะดูเหมือนเป็นเรื่องบันเทิง แต่สำหรับนายจ้างแล้วมันกลายเป็นการทดสอบระบบจัดการแรงงานแบบเรียลไทม์ พนักงานหลายล้านคนต้องปรับเปลี่ยนตารางทำงาน ดูแมชช์สด ปรับเวลามาเข้างานช้าหรือขอหยุดในวันสำคัญ ตัวอย่างเช่น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนหนึ่งยอมรับว่าตอนทำงานอยู่ภายหลังจากดื่มเครื่องดื่มเพื่อเฉลิมฉลองหรือสตรีมเกมโดยไม่เปิดเผยต่อหัวหน้า การกระทำเหล่านี้สะสมกันทำให้ผลผลิตขององค์กรตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด
การสำรวจยังพบว่า หากทีมชาติอังกฤษชนะในรอบสุดท้าย ประมาณหนึ่งในสามของพนักงานในสหราชอาณาจักรบอกว่าจะลาหยุดโดยไม่ได้รับอนุมัติจากนายจ้าง นั่นแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกผูกพันต่อผลการแข่งขันสามารถทำให้แรงงานละเลยข้อกำหนดการทำงานปกติได้อย่างรวดเร็ว
Key Findings
- ขนาดของความเสียหาย – การสูญเสียประสิทธิภาพโดยรวมทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ £12.6 พันล้าน ส่วนในสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวก็มีมูลค่าเกิน £680 ล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการหยุดชะงักจากเหตุการณ์ธรรมชาติหลายกรณีรวมกัน
- พฤติกรรมของพนักงาน – พนักงานแสดงการปรับเปลี่ยนตารางทำงานอย่างหลากหลาย ตั้งแต่การขอหยุดในวันแม็ชที่สำคัญ ไปจนถึงการมาทำงานโดยมีอาการเมาค้างจากการฉลองหลังเกม
- ความต้องการของตลาดแรงงาน – การสำรวจบ่งบอกว่าพนักงานต้องการความยืดหยุ่นและช่องทางสื่อสารที่ชัดเจนในการแจ้งสถานะการทำงานล่วงหน้า เพื่อให้บริษัทสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
Workforce Strategies
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์เช่นฟุตบอลโลกหรือความแปรปรวนอื่น ๆ บริษัทหลายแห่งต้องปรับแนวทางดังต่อไปนี้
- มองเห็นการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า – การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจของพนักงานต่อกิจกรรมภายนอก (เช่นแม็ชสำคัญ) ทำให้ระบบสามารถประเมินความเสี่ยงได้ก่อนที่การขาดแคลนจะเกิดขึ้นจริง
- ออกแบบความยืดหยุ่นในโมเดลการทำงาน – ให้พนักงานมีช่องทางร้องขอเปลี่ยนเวลา การสลับกะ หรือรับงานเพิ่มอย่างเป็นระบบ และให้ผู้จัดการตรวจสอบคำร้องตามความต้องการของธุรกิจและข้อบังคับแรงงาน
- ดำเนินการแบบเรียลไทม์ – ระบบที่สามารถแจ้งเตือนการขาดแคลนหรือการเปลี่ยนแปลงคาดการณ์ได้ทันที เพื่อให้ผู้จัดการปรับกำหนดการหรือเรียกคนสำรองโดยไม่ต้องรอข้อมูลย้อนหลัง
แนวทางเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดและทำให้การดำเนินงานต่อเนื่องแม้ในช่วงเวลาที่พนักงานมีความสนใจส่วนตัวสูง
Technology Implications
หลายระบบจัดการแรงงานที่ออกแบบมาเพื่อ บันทึกข้อมูล อย่างเช่นตารางเวรหรือการลงเวลา ทำได้ดีเมื่อสภาพแวดล้อมคงที่ แต่ไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วได้ ระบบควรพัฒนาจาก “ระบบบันทึก” ไปเป็น “ระบบทำงานแบบกระทำ” (systems of action) ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ – การรวมข้อมูลประวัติการลาป่วยกับเหตุการณ์ภายนอก เช่น ตารางการแข่งขันกีฬา หรือสภาพอากาศ เพื่อสร้างโมเดลพยากรณ์ความขัดแคลนของกำลังแรงงาน
- แพลตฟอร์มที่เปิดให้พนักงานสื่อสาร – อินเทอร์เฟซที่ทำให้ผู้ใช้สามารถแจ้งสถานะการว่างหรือความต้องการปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก
- เครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ – แดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลความพร้อมของแรงงานตามกะและสภาพอุปสงค์ในขณะนั้น ช่วยให้ผู้จัดการสามารถกำหนดการเปลี่ยนแปลงได้ทันที
โดยรวมแล้ว การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้จะทำให้บริษัทไม่เพียงแต่บันทึกเหตุการณ์หลังจากเกิดขึ้น แต่ยังสามารถ คาดเดาและตอบสนอง ได้ก่อนที่ผลกระทบจะเป็นปัญหาใหญ่
Impact on Employers
องค์กรที่ได้ปรับตัวตามแนวคิดดังกล่าวมักพบว่า
- อัตราการขาดงานลดลง เนื่องจากพนักงานมีช่องทางแสดงความต้องการล่วงหน้า ทำให้ผู้จัดการสามารถจัดหาคนสำรองได้ทันเวลา
- ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่พึ่งพาแรงงานหน้าด้าน (front‑line) เช่น ค้าปลีก การผลิต โลจิสติกส์ และโรงแรม ซึ่งความล่าช้าในการจัดกะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการ
- ความพึงพอใจของพนักงานดีขึ้น เพราะได้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและเข้าใจสถานการณ์ส่วนตัวของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้างระบบข้อมูลและฝึกอบรมผู้จัดการเพื่อใช้เครื่องมือใหม่อย่างเต็มที่
Summary
การแข่งขันฟุตบอลโลกเปิดเผยว่าการทำงานในยุคดิจิทัลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากพฤติกรรมของพนักงานและเหตุการณ์ภายนอก บริษัทจำเป็นต้องย้ายจากระบบบันทึกไปสู่ระบบการกระทำที่สามารถมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า ปรับความยืดหยุ่นในโมเดลการทำงาน และตอบสนองแบบเรียลไทม์ เพื่อรักษาผลผลิตและความพึงพอใจของแรงงาน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Lessons from the World Cup for building more resilient workforces
- ผู้เขียน
- Russell Howe
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 10 สิงหาคม 2569 เวลา 17:35



