หุ่นยนต์ MIT บินในอากาศและดิ่งลงใต้น้ำด้วยปีกเดียว

ที่มาภาพ: TechSpot

Hardware-อ่าน 8 นาทีTechSpot

หุ่นยนต์ MIT บินในอากาศและดิ่งลงใต้น้ำด้วยปีกเดียว

⚡ สรุป 30 วิ

MIT สร้างหุ่นยนต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากนก puffin สามารถบินและว่ายน้ำโดยใช้ปีกเดียว การเปลี่ยนโหมดทำได้อัตโนมัติ ผลการทดลองเปิดทางสู่ยานสำรวจหลายสภาพแวดล้อม

MIT พัฒนาโรบอทที่บินในอากาศแล้วดิ่งลงใต้น้ำด้วยปีกเดียวกัน

หุ่นยนต์จาก MIT ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนกทะเลชนิด puffin สามารถใช้ปีกเดียวในการเคลื่อนที่ทั้งบนอากาศและใต้ผิวน้ำได้สำเร็จ ผู้วิจัยชี้ว่าการออกแบบเช่นนี้เปิดโอกาสใหม่สำหรับยานโรบอทที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมสองสื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้มักถือว่าเป็นความท้าทายที่ “ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้” ตามคำให้การของศาสตราจารย์ Zufferey ต่อ NPR.

Overview

หุ่นยนต์รุ่นใหม่ของ MIT ถูกออกแบบเพื่อจำลองพฤติกรรมของนกดำน้ำชนิด puffin ที่ใช้ปีกในการบินและว่ายน้ำพร้อมกัน การวิจัยนี้มุ่งเน้นการสร้างระบบปีกที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะความหนาแน่นต่าง ๆ ของอากาศและน้ำ แม้ว่าสื่อทั้งสองจะมีคุณสมบัติทางฟิสิกส์แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทดลองแรกของทีมแสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์สามารถบินขึ้นไปจากพื้นดินแล้วเปลี่ยนโหมดเป็นการดิ่งลงใต้น้ำโดยไม่ต้องเปลี่ยนปีกหรืออุปกรณ์เสริมใด ๆ

ผลลัพธ์นี้มีความสำคัญต่อวงการโรบอติกส์ เนื่องจากเปิดแนวทางใหม่ในการพัฒนายานสำรวจที่ต้องเคลื่อนย้ายระหว่างอากาศและน้ำ เช่น ยานค้นหา‑กู้ภัยในพื้นที่ชายฝั่ง หรือระบบตรวจจับสภาพแวดล้อมใต้ทะเลโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยานหลายประเภท

Design Inspiration

แรงบันดาลใจหลักของหุ่นยนต์มาจากพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของนก puffin ที่อาศัยปีกเพื่อบินและว่ายน้ำพร้อมกัน นกชนิดนี้สามารถปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวของปีกได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องเปลี่ยนจากสภาวะอากาศเป็นสภาพใต้น้ำ นักวิจัย MIT จึงพยายามทำความเข้าใจกลไกการปรับตัวดังกล่าวโดยใช้เทคนิคการจำลองคอมพิวเตอร์และการทดลองในห้องปฏิบัติการ

ศาสตราจารย์ Zufferey กล่าวว่า “Thinking of a wing that could operate in both somewhat efficiently seems implausible” ก่อนที่ทีมของเขาจะพิสูจน์ได้ว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถทำให้เกิดผลสำเร็จได้จริง การศึกษานี้ไม่เพียงแค่ยืนยันความเป็นไปได้ทางทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในระบบโรบอทที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมหลายสื่อ

Key Features

  • ปีกเดียว ที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงพอสำหรับการรับแรงกดของทั้งอากาศและน้ำ
  • ระบบขับเคลื่อนที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดระหว่างการบินและการดิ่งลงใต้น้ำโดยอัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงของปีกและรักษาเสถียรภาพในทุกสภาวะ

ฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถดำเนินการต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีขั้นตอนหยุดหรือปรับแต่งเครื่องมือเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญเมื่อเทียบกับยานโรบอทแบบดั้งเดิมที่มักจะจำกัดอยู่ในสื่อเดียว

Technical Details

แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวัสดุและโครงสร้างของปีกยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทีมงานได้ระบุว่าปีกถูกผลิตจากสารผสมคอมโพสิตที่ให้ความแข็งแรงสูงพร้อมน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถรับแรงต้านทานในน้ำโดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพการบิน การควบคุมการเคลื่อนที่ใช้ระบบอัลกอริธึมแบบไดนามิกที่คำนวณแรงต้านของสื่อทั้งสองแบบแบบเรียลไทม์

กระบวนการเปลี่ยนจากโหมดบินไปยังโหมดดิ่งลงใต้น้ำทำได้โดยการปรับมุมและรูปทรงของปีกให้เหมาะสมกับความหนาแน่นที่แตกต่างกัน การทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองแสดงว่าหุ่นยนต์สามารถลดระดับความเร็วอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดที่น้ำเริ่มยึดครองการเคลื่อนที่โดยไม่มีการกระแทกหรือเสียสมดุล

Potential Applications

หุ่นยนต์รุ่นนี้อาจนำไปใช้ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะงานสำรวจและสืบค้นในพื้นที่ชายฝั่งหรือเกาะที่มีความซับซ้อนของพื้นผิว การใช้ยานเดียวที่สามารถบินเพื่อสำรวจบริเวณกว้างแล้วดิ่งลงตรวจสอบใต้ผิวน้ำได้โดยตรง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเตรียมอุปกรณ์หลายชนิด

นอกจากนี้ ระบบการเคลื่อนที่แบบสองสื่อยังมีศักยภาพในงานค้นหา‑กู้ภัยเมื่อเกิดเหตุพิบัติทางธรรมชาติ เช่น การตรวจจับผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม หรือการสำรวจโครงสร้างใต้ทะเลที่อาจถูกทำลายโดยคลื่นรุนแรง ทั้งนี้ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาพอย่างรวดเร็วของหุ่นยนต์จะเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับทีมปฏิบัติการ

Analysis

จากมุมมองเชิงวิศวกรรม การที่ MIT สามารถทำให้ปีกเดียวทำงานได้ในสองสื่อโดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีโรบอติกส์แบบหลายสื่อ แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนกรอบการออกแบบของยานสำรวจที่เคยถูกจำกัดอยู่ในสภาวะเดียว การรวมระบบเซ็นเซอร์และอัลกอริธึมควบคุมอย่างแม่นยำทำให้หุ่นยนต์สามารถปรับตัวได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงานเพื่อรองรับระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องในทั้งสองโหมด การพัฒนาต่อไปอาจต้องมุ่งเน้นการออกแบบแบตเตอรี่หรือระบบจัดหาพลังงานที่เหมาะสมกับการเคลื่อนที่ในสื่อที่มีความหนาแน่นต่างกัน

Impact

การเปิดตัวของหุ่นยนต์นี้คาดว่าจะกระตุ้นให้บริษัทและสถาบันวิจัยอื่น ๆ ให้ความสนใจต่อเทคโนโลยีโรบอติกส์แบบหลายสื่อมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการสำรวจเชิงลึกของทะเลหรือแม่น้ำ การประยุกต์ใช้แนวคิดของ puffin‑inspired wing อาจทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีความคล่องตัวสูงและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ผลงานวิจัยนี้ยังเป็นการสาธิตถึงศักยภาพของการนำธรรมชาติมาเป็นแบบจำลอง (biomimicry) ในการแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ซับซ้อน ซึ่งอาจกลายเป็นหลักสูตรสำคัญในการฝึกอบรมวิศวกรและนักออกแบบรุ่นใหม่

Summary

หุ่นยนต์ของ MIT ที่ใช้ปีกเดียวบินในอากาศแล้วดิ่งใต้น้ำได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการเคลื่อนที่สองสื่อโดยอิงจากธรรมชาติ การพัฒนานี้เปิดโอกาสใหม่สำหรับยานโรบอทในการทำภารกิจสำรวจและค้นหา‑กู้ภัยในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
This MIT robot flies through the air then dives underwater using the same wings
ผู้เขียน
Skye Jacobs
แหล่ง
TechSpot
วันที่เผยแพร่
11 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:18

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัยสร้างชุดดำน้ำขนาดเล็กให้แมลงสาบไซบอร์กทำงานใต้น้ำได้Hardware
-

นักวิจัยสร้างชุดดำน้ำขนาดเล็กให้แมลงสาบไซบอร์กทำงานใต้น้ำได้

ทีมวิจัยพัฒนาชุดดำน้ำบางเบาสำหรับแมลงสาบไซบอร์ก ทำให้มันหายใจใต้น้ำหลายชั่วโมง เพิ่มศักยภาพการค้นหาในสถานการณ์น้ำท่วม.…

TechSpot5 นาที
Apple ลงทุน 30 พันล้านดอลลาร์กับ Broadcom เพื่อขยายการผลิตชิปในสหรัฐHardware
11 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:30

Apple ลงทุน 30 พันล้านดอลลาร์กับ Broadcom เพื่อขยายการผลิตชิปในสหรัฐ

Apple ยืนยันทุ่มเท 30 พันล้านดอลลาร์ให้ Broadcom ภายใต้โครงการ American Manufacturing Program (AMP) เพื่เร่งผลิตรอบซิลิกอนในสหรัฐฯ…

GSMArena6 นาที
Samsung เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD PM1763 PCIe Gen 6 รองรับ AI และ HPCHardware
10 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:30

Samsung เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD PM1763 PCIe Gen 6 รองรับ AI และ HPC

Samsung Electronics เริ่มผลิตเชิงปริมาณ SSD รุ่น PM1763 ที่ใช้เทคโนโลยี PCIe 6.0 เพื่อรองรับการประมวลผล AI และ HPC ความเร็วและแบนด์วิธสูงช่วยเร่งการฝึกโมเดลใหญ่

TechPowerUp6 นาที
Reflect10 นำสถาปัตยกรรมแผงโซล่าใหม่เพิ่มผลผลิตไฟฟ้าต่อวัน 20 % โดยไมต้องเปลี่ยนเซลล์ซิลิกHardware
10 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:30

Reflect10 นำสถาปัตยกรรมแผงโซล่าใหม่เพิ่มผลผลิตไฟฟ้าต่อวัน 20 % โดยไมต้องเปลี่ยนเซลล์ซิลิก

Reflect10 พัฒนาแผงโซล่าแบบฝังรูปทรงสะท้อนภายในโมดูล ทำให้โฟตอนกระจายหลายครั้งและเพิ่มผลผลิตไฟฟ้าต่อวันประมาณ 20 % โดยไม่ต้องเปลี่ยนเซลล์ซิลิก.…

TechRadar6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!