
ที่มาภาพ: Mashable Tech
NASA ทดสอบหุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ ERNEST ข้ามอุปสรรคได้อิสระโดยไม่ต้องสั่งจากโลก
⚡ สรุป 30 วิ
NASA ทดสอบหุ่นยนต์สำรวจดินจานรุ่นใหม่ ERNEST ในสนาม Mars Yard พบว่ามันสามารถประเมินและข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ได้ด้วยระบบ AI โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศูนย์ควบคุม…
การทดสอบล่าสุดของ NASA แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างหุ่นยนต์สำรวจดินจานใหม่ชื่อ ERNEST (Exploration Rover for Navigating Extreme Sloped Terrain) สามารถเคลื่อนที่ข้ามอุปสรรคที่ทำให้ยานสำรวจดวงอาทิตย์เช่น Curiosity และ Perseverance ต้องหยุดได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศูนย์ควบคุมบนโลก การบรรลุผลนี้บ่งบอกถึงศักยภาพของระบบปัญญาประดิษฐ์และการทำงานอิสระที่อาจเปลี่ยนแนวทางการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต
Overview
การทดสอบของ ERNEST ถูกดำเนินการในสนามทดสอบ “Mars Yard” ของ NASA ซึ่งจำลองสภาพพื้นผิวดาวอังคารและดวงจันทร์อย่างละเอียด หุ่นยนต์ขนาดกะทัดรัดยาวประมาณสี่ฟุตได้แสดงความสามารถในการประเมินอุปสรรคโดยอัตโนมัติและเปลี่ยนท่าทางของล้อเมชเพื่อข้ามก้อนหินโดยไม่ต้องรับคำสั่งจากระยะไกล การเคลื่อนที่นี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 16 ไมล์ในทะเลทรายโคโลราโดโดยที่ทีมวิศวกรไม่ได้ควบคุมโดยตรง
แม้ว่ายานสำรวจปัจจุบันเช่น Curiosity และ Perseverance จะเคลื่อนที่ได้เพียง 500‑1,000 ฟุตต่อชั่วโมงและต้องหยุดรอการสื่อสารระหว่างหน้าต่างการติดต่อกับศูนย์ควบคุม การเพิ่มความอิสระให้กับหุ่นยนต์จะช่วยลดระยะเวลาที่ต้องหยุดทำงานและเพิ่มระยะทางที่สามารถครอบคลุมต่อวันได้อย่างมีนัยสำคัญ
NASA ระบุว่าการรวม AI และซอฟต์แวร์อิสระจะเป็น “อนาคตของยานสำรวจต่างดาว” เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาความล่าช้าของการสื่อสารและข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ได้โดยตรง
Prototype Details
ERNEST ถูกออกแบบให้มีล้อเมชสี่ล้อที่สามารถยกและเอียงได้เหมือนยืดตัวบนปลายเท้า ทำให้ยานสามารถปรับน้ำหนักเพื่อเดินบนพื้นผิวที่อ่อนหรือขรุขระได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทดสอบภาคสนามรวมถึงการเดินทางบนพื้นทราย, ก้อนหิน, ขั้นบันไดและลาดชันรุนแรง
- ความยาวประมาณ สี่ฟุต
- ล้อเมชที่ ยกและเอียง ได้ 4 ด้าน
- ระยะการเดินทางที่ทดสอบแล้ว 16 ไมล์ ในทะเลทรายโคโลราโด
หุ่นยนต์ยังใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมแรง (reinforcement learning) ซึ่งทีมวิศวกรฝึก “สมอง” การขับขี่ในสภาพแวดล้อมเสมือนจำลองหลายพันชั่วโมง ก่อนนำไปทดสอบจริงในสนาม “Mars Yard” การฝึกนี้ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจเลือกวิธีการเคลื่อนที่ที่เหมาะสมที่สุดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Autonomy Technology
ระบบอิสระของ ERNEST ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การควบคุมการเคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประเมินความเสี่ยงของอุปสรรค การจัดการพลังงานและการตรวจสอบสุขภาพของยานโดยอัตโนมัติ นักวิจัยจาก JPL ระบุว่าการทำงานเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัย “การรับรู้ที่คมชัด” เช่น กล้องความละเอียดสูง, ไฟส่องสว่างและระบบสแกนเลเซอร์ 3 มิติ เพื่อให้ AI สามารถประเมินระยะห่างและสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้
การใช้ AI ช่วยลดการพึ่งพาการสื่อสารกับศูนย์ควบคุม ซึ่งในภารกิจดวงจันทร์อาจใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมงในการส่งสัญญาณ การให้ยานสำรวจทำการตัดสินใจด้วยตนเองทำให้สามารถเคลื่อนที่ต่อเนื่องได้แม้ในช่วงที่ไม่มีการอัพเดตคำสั่งจากโลก
Future Lunar Rover Concept
NASA กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของยานสำรวจดวงจันทร์รุ่นต่อไปที่ชื่อ Endurance ซึ่งมุ่งหมายให้เดินทางได้ มากกว่า 1,200 ไมล์ ภายในระยะเวลา สี่ปี เป้าหมายนี้ต้องอาศัยการเคลื่อนที่ต่อเนื่องที่ 2.5‑4 ไมล์ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับระยะทางที่ Perseverance ทำได้ในหนึ่งปี การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องการระบบอิสระระดับสูงที่สามารถจัดการเส้นทาง, การใช้พลังงาน, ขอบเขตอุณหภูมิและการตรวจสอบความผิดปกติได้โดยไม่ต้องรอการยืนยันจากนักวิศวกรบนโลก
- ระยะทางรวม >1,200 ไมล์** บนดวงจันทร์ภายใน 4 ปี
- การเคลื่อนที่ต่อวัน 2.5‑4 ไมล์
- ความต้องการอิสระในการตัดสินใจเกี่ยวกับ เส้นทาง, พลังงาน, ความร้อน, สุขภาพ
งานวิจัยที่นำเสนอใน IEEE Aerospace Conference 2025 เน้นว่าการลดจำนวน “anomalies” หรือความบกพร่องต้องทำให้ยานสำรวจสามารถเดินทางได้ไกลที่สุดก่อนที่ต้องหยุดและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกลับไปยังโลก
Analysis
จากมุมมองของการสำรวจอวกาศ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีระดับอิสระสูงเช่น ERNEST แสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถทำหน้าที่แทนที่การตัดสินใจของมนุษย์ในสภาพแวดล้อมที่สื่อสารล่าช้าและข้อมูลจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงที่มีความซับซ้อนหลายรูปแบบช่วยยืนยันว่าการฝึกผ่านการจำลองเสมือนจริง (simulation) สามารถถ่ายทอดความรู้สึกและพฤติกรรมไปยังระบบจริงได้
แม้ว่าจะยังไม่มีภารกิจที่ใช้ ERNEST โดยตรง การทดลองนี้ให้ข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบยานสำรวจรุ่นต่อไป เช่น Endurance ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายของการเดินทางไกลบนดวงจันทร์ซึ่งรวมถึงการเผชิญกับความมืดของคืนดวงจันทร์ที่ยาวนานสองสัปดาห์ การทำให้ยานสำรวจมีความสามารถในการวินิจฉัยปัญหาและแก้ไขเบื้องต้นด้วยตนเองจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอายุการทำงานและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์
โดยสรุป การผสานรวมของ AI, ระบบอิสระขั้นสูงและการทดสอบที่ครอบคลุมกำลังเปิดประตูสู่การสำรวจอวกาศที่เร็วกว่า, ไกลกว่าและอิสระมากขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีที่มนุษยชาติเข้าใกล้เป้าหมายการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารในทศวรรษต่อไป
Summary
NASA ยืนยันว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์และระบบอิสระบนหุ่นยนต์สำรวจเช่น ERNEST สามารถลดการพึ่งพาการสื่อสารกับโลกและเพิ่มระยะทางที่เดินทางได้ต่อวัน การศึกษาและทดสอบนี้เป็นขั้นตอนสำคัญต่อการพัฒนายานสำรวจดวงจันทร์รุ่นต่อไปอย่าง Endurance ที่ต้องการอิสระสูงเพื่อบรรลุเป้าหมายการเดินทางหลายร้อยไมล์ภายในหลายปี.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Watch NASAs next-generation moon rover crush an obstacle course
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- Mashable Tech
- วันที่เผยแพร่
- 27 มิถุนายน 2569 เวลา 16:00



