การโจมตี Passkey ใหม่ขโมยคีย์ส่วนตัวซิงค์และหลบ MFA ป้องฟิชชิง

ที่มาภาพ: The Hacker News

Security-อ่าน 9 นาทีThe Hacker News

การโจมตี Passkey ใหม่ขโมยคีย์ส่วนตัวซิงค์และหลบ MFA ป้องฟิชชิง

⚡ สรุป 30 วิ

งานวิจัยเผยช่องโหว่ใหม่ของระบบ Passkey ที่สามารถดึงคีย์ส่วนตัวที่ซิงค์บนคลาวด์ออกมาได้และทำการรีเพลย์เพื่อหลีกเลี่ยง MFA ที่ป้องกันฟิชชิงได้…

การวิจัยด้านความปลอดภัยสามฉบับที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีสามารถหลีกเลี่ยงกลไก passkey‑based MFA ได้โดยไม่ต้องทำลายอัลกอริธึมการเข้ารหัสพื้นฐาน แม้ว่าปัจจุบัน passkey จะถูกโปรโมตให้เป็นวิธีแทนรหัสผ่านที่ปลอดภัยต่อฟิชชิง การโจมตีเหล่านี้ใช้ข้อมูลรับรองที่เคยลงนามแล้วจากระบบ Windows, ใช้ระบบซิงค์คลาวด์ของผู้ให้บริการผ่านมัลแวร์บนเครื่องเป้าหมาย, และทำการรีพลย์ URL ที่บังคับให้ผู้ใช้เซ็นคำขอโดยไม่รู้ตัว ผลกระทบต่อผู้ใช้งานองค์กรและบุคคลทั่วไปจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

Overview

Passkey เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อแทนที่รหัสผ่านแบบเดิมโดยอาศัยคู่กุญแจสาธารณะ‑ส่วนตัว (public‑private key pair) ที่ถูกเก็บไว้ในฮาร์ดแวร์หรือระบบคลาวด์ การตรวจสอบตัวตนจึงไม่ต้องส่งข้อมูลลับออกไปและทำให้การฟิชชิงยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายผู้ผลิตอุปกรณ์รวมถึง Microsoft, Apple และ Google ได้เปิดใช้งาน passkey ผ่านมาตรฐาน WebAuthn/FIDO2 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทั้งในระบบปฏิบัติการ Windows 11, macOS Ventura และ Android 13

อย่างไรก็ตาม การออกแบบที่มุ่งเน้นความปลอดภัยบนระดับคณิตศาสตร์ไม่ได้ทำให้ระบบทั้งหมดปลอดภัยจากช่องโหว่ด้านการนำไปใช้ (implementation) งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีจุดอ่อนสามประการที่สามารถถูกโจมตีได้โดยไม่ต้องทำลายกุญแจส่วนตัว

Attack Methods

ทีมวิจัยแรกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า Windows 10/11 เก็บ signed authentication material ไว้ในไฟล์ระบบหลังจากผู้ใช้ทำการล็อกอินเสร็จแล้ว ซึ่งข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงได้โดยกระบวนการที่มีสิทธิระดับ “Local System” ผู้โจมตีที่สามารถติดตั้งมัลแวร์หรือได้รับสิทธิ์แบบเดียวกัน สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้ออกมาและใช้ซ้ำเพื่อยืนยันตัวตนต่อบริการออนไลน์ที่อ้างอิง passkey ได้

ทีมวิจัยที่สองจากสถาบันความปลอดภัยไซเบอร์ของยุโรปได้ทดลองโจมตีบน cloud‑synced passkey ของผู้ให้บริการเช่น iCloud Keychain และ Google Password Manager โดยการใช้มัลแวร์ที่ติดตั้งอยู่แล้วบนเครื่องเป้าหมายเพื่อดึง token การซิงค์จากคลาวด์ หลังจากนั้นข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุมของผู้โจมตีและนำมาใช้ในการทำ authentication replay กับเว็บไซต์หรือบริการต่าง ๆ

การวิจัยครั้งที่สามของบริษัทด้านความปลอดภัยอิสระพบว่าผู้โจมตีสามารถสร้าง URL พิเศษซึ่งกระตุ้นให้เบราว์เซอร์ส่งคำขอลงนาม (signature request) ไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยไม่ต้องแสดง UI ใด ๆ หากผู้ใช้กำลังล็อกอินอยู่บนบัญชีที่มีการบันทึก passkey ไว้ การลงนามนี้จะถูกบันทึกเป็น signed authentication material ที่สามารถเก็บไว้และนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในภายหลัง ทำให้ฟีเจอร์ป้องกันฟิชชิงของ WebAuthn ถูกหลีกเลี่ยงโดยตรง

  • รายละเอียดการโจมตีที่พบ
  • การดึงข้อมูล signed authentication จาก Windows Credential Store
  • การเข้าถึง token ซิงค์จาก iCloud Keychain / Google Password Manager ผ่านมัลแวร์
  • การรีพลย์ URL ที่บังคับให้ผู้ใช้ลงนามโดยไม่แสดงข้อความเตือน

Technical Analysis

แม้ว่าอัลกอริธึม ECDSA หรือ RSA ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างกุญแจส่วนตัวจะยังคงปลอดภัยตามหลักคณิตศาสตร์ แต่การออกแบบระบบที่ให้ข้อมูลลายเซ็น (signature) สามารถถูกเก็บหรือส่งต่อได้โดยไม่มีการจำกัดเวลา ทำให้ผู้โจมตีสามารถนำลายเซ็นที่เคยใช้แล้วมาใช้งานซ้ำ (replay) ได้ การทำเช่นนี้ไม่ถือเป็น “การแฮก” กุญแจส่วนตัว แต่เป็นการละเมิดหลักการ one‑time use ที่ WebAuthn ควรบังคับ

ในกรณีของ Windows Credential Store นั้น ปัญหาเกิดจากการที่ระบบเก็บ authentication assertion ไว้ในรูปแบบไฟล์ JSON ที่ไม่มีการเข้ารหัสเพิ่มเติม ทำให้ผู้มีสิทธิระดับสูงสามารถอ่านและคัดลอกข้อมูลได้ง่าย ส่วนระบบซิงค์คลาวด์ของ Apple และ Google มีการจัดเก็บ token การซิงค์ไว้ใน keychain ของอุปกรณ์โดยใช้ Secure Enclave หรือ Titan M แต่ก็ไม่ได้ทำการจำกัดการเข้าถึงจากแอปพลิเคชันที่ได้รับการอนุญาตระดับผู้ใช้เท่านั้น จึงเปิดช่องให้มัลแวร์ดึงข้อมูลได้

การรีพลย์ URL แสดงว่าการตรวจสอบความเป็นเจ้าของของอุปกรณ์ (device attestation) ยังไม่ได้รับการผูกมัดกับ challenge ที่เปลี่ยนแปลงทุกครั้ง การที่ผู้ใช้ไม่ได้เห็นคำขออย่างชัดเจนทำให้ฟีเจอร์ UI‑based phishing protection ไม่ได้ทำงานตามคาด

Impact & Risks

ผลกระทบโดยตรงของช่องโหว่เหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows, macOS/iOS และ Android ที่เปิดใช้ passkey ผ่านบริการคลาวด์ใด ๆ ผู้โจมตีที่สามารถติดตั้งมัลแวร์บนเครื่องเป้าหมายหรือเข้าถึง token ซิงค์จากคลาวด์ สามารถเข้าใช้บัญชีอีเมล, ระบบจัดการเอกสาร, แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน และบริการทางการเงินได้โดยไม่ต้องรู้รหัสผ่านเดิม

สำหรับองค์กรที่พึ่งพา MFA ที่ประกอบด้วย passkey เป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก การโจมตีแบบ replay อาจทำให้ระบบตรวจสอบตัวตนทั้งหมดเสียหายและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลลายเซ็นยังอาจนำไปสู่การวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อค้นหาแนวทางการโจมตีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต

Mitigation & Recommendations

ผู้ผลิตระบบปฏิบัติการและบริการคลาวด์ได้ออกคำแนะนำฉบับด่วนต่อสาธารณะ โดย Microsoft แก้ไขให้ Windows Credential Store ลบไฟล์ assertion หลังจากใช้เสร็จ, Apple และ Google เพิ่มการตรวจสอบ device attestation ที่ผูกกับ challenge แบบสุ่มทุกครั้งและจำกัดการเข้าถึง token ซิงค์ให้อยู่ใน sandbox ของระบบเท่านั้น

องค์กรควรดำเนินมาตรการต่อไปนี้:

  • ปรับใช้นโยบายให้เครื่องลูกข่ายอัพเดตแพทช์ความปลอดภัยล่าสุดโดยอัตโนมัติ
  • เปิดใช้งาน **Endpoint Detection and Response (EDR) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมของมัลแวร์ที่พยายามเข้าถึง keychain หรือ credential store
  • กำหนดให้ผู้ใช้ยืนยันการทำงานของ passkey ด้วย secondary factor เช่น biometric หรือ PIN ทุกครั้ง แม้ในกรณีที่ระบบอ้างว่าตรงกับ “trusted device”

นอกจากนี้ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันควรตรวจสอบว่า UI ของ WebAuthn แสดงข้อความแจ้งเตือนอย่างชัดเจนเมื่อมีการเรียกใช้ navigator.credentials.get เพื่อให้ผู้ใช้อาจสังเกตเห็นและยืนยันว่าการขอลงชื่อมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้

Summary

งานวิจัยใหม่เผยช่องโหว่สามประการที่ทำให้ passkey‑based MFA สามารถถูกละเมิดโดยใช้ข้อมูลลายเซ็นที่เคยลงนามแล้ว แม้ cryptography ด้านล่างจะยังคงปลอดภัย การโจมตีเหล่านี้เน้นจุดอ่อนด้าน implementation บน Windows, ระบบซิงค์คลาวด์ของ Apple/Google และการรีพลย์ URL ผู้ผลิตและองค์กรควรเร่งอัปเดตแพทช์และเสริมขั้นตอนตรวจสอบหลายระดับเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี passkey ต่อไป.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
New Passkey Attacks Can Recover Synced Private Keys or Bypass Phishing-Resistant MFA
ผู้เขียน
[email protected] (The Hacker News)
แหล่ง
The Hacker News
วันที่เผยแพร่
10 สิงหาคม 2569 เวลา 19:25

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ย้ายรหัสผ่าน 2FA และ Passkey ไปยัง Vaultwarden ให้ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นเหนือคาดSecurity
23 มิถุนายน 2569 เวลา 00:30

ย้ายรหัสผ่าน 2FA และ Passkey ไปยัง Vaultwarden ให้ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นเหนือคาด

การย้ายรหัสผ่าน 2FA และ Passkey จากตัวจัดการของเบราว์เซอร์ไปยัง Vaultwarden ทำให้ผู้ใช้ได้ความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่สูงขึ้น รวมถึงการจัดเก็บ OTP และ Passkey…

XDA Developers8 นาที
เว็บบินาร์สำรวจวิธีโจมตีหลบ MFA ด้วยฟิชชิงและแนวทางตอบโต้ด้วยพฤติกรรม AISecurity
21 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

เว็บบินาร์สำรวจวิธีโจมตีหลบ MFA ด้วยฟิชชิงและแนวทางตอบโต้ด้วยพฤติกรรม AI

การโจมตีแบบฟิชชิงล่าสุดใช้ Device Code เพื่อหลบ MFA ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องขโมยรหัสผ่าน เว็บบินาร์แนะนำการใช้พฤติกรรม AI…

BleepingComputer6 นาที
Cybersecurity พื้นฐานที่คนไทยต้องรู้ 2026Security
23 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00

Cybersecurity พื้นฐานที่คนไทยต้องรู้ 2026

ภัยไซเบอร์ไทย 2026 เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทั้ง call center scam, phishing LINE/Facebook, OTP hijacking และ deepfake มาเรียนรู้ 10 วิธีป้องกันตัวเองพื้นฐาน ที่ทำได้วันนี้เลยโดยไม่ต้องเป็น IT expert

Editorial14 นาที
การโจมตีด้วย CSS ทำลายระบบอีเมลเว็บเพื่อขโมยรหัสและโทเค็นSecurity
-

การโจมตีด้วย CSS ทำลายระบบอีเมลเว็บเพื่อขโมยรหัสและโทเค็น

นักวิจัยของ PortSwigger พบว่าโค้ด CSS ที่ฝังในอีเมลสามารถหลบขอบเขตข้อความ ทำให้ผู้โจมตีขโมยรหัสผ่าน โทเค็น และควบคุม AI ได้โดยไม่ต้องใช้ JavaScript.…

The Hacker News6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!