OpenAI เปิดฟีเจอร์ Computer History บันทึกกิจกรรมบน macOS แบบ keylogging

ที่มาภาพ: The Register

AI-อ่าน 6 นาทีThe Register

OpenAI เปิดฟีเจอร์ Computer History บันทึกกิจกรรมบน macOS แบบ keylogging

⚡ สรุป 30 วิ

OpenAI เพิ่มฟีเจอร์ Computer History ในแอป ChatGPT สำหรับ macOS เพื่อบันทึกการคลิก พิมพ์ และสลับแอป ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ…

OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Computer History ในแอป ChatGPT สำหรับ macOS ซึ่งเป็นระบบบันทึกกิจกรรมบนคอมพิวเตอร์แบบ “keylogging” ที่ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ ฟีเจอร์นี้จะจับเหตุการณ์คลิก การพิมพ์ และการสลับแอปแล้วส่งข้อมูลบางส่วนไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI เพื่อสร้าง “memory” ที่ช่วยปรับผลลัพธ์ของโมเดล AI  อย่างไรก็ตาม การเก็บบันทึกเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและการโจมตีแบบ prompt injection

Overview

OpenAI อธิบายว่า Computer History ทำหน้าที่สร้าง “interaction‑event stream” จากแอปและเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาต ผ่านระบบ accessibility ของ macOS โดยเหตุการณ์ที่บันทึกได้รวมถึงการคลิก การพิมพ์ คีย์ลัด การสลับแอป และข้อมูลบริบทอื่น ๆ เหตุการณ์เหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นข้อความสรุปและไฟล์หน่วยความจำในเครื่องของผู้ใช้ ซึ่งเก็บไว้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง ก่อนจะถูกลบโดย ChatGPT และ Codex

ฟีเจอร์นี้ไม่ได้จับภาพหน้าจอ เสียงจากไมโครโฟน หรือระบบเสียงของคอมพิวเตอร์ ทั้งยังไม่มีการบันทึกข้อมูลจากโหมด Private Browsing ของเว็บเบราว์เซอร์ ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการดักจับภาพหรือเสียงโดยตรง อย่างไรก็ตาม OpenAI เตือนว่าข้อมูลในไฟล์ “Computer History” อาจมีรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนและไม่ได้เข้ารหัส ทำให้แอปอื่น ๆ ที่ทำงานภายใต้ผู้ใช้ macOS เดียวกันสามารถเข้าถึงได้

Availability & Restrictions

ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานบน ChatGPT Desktop app สำหรับ macOS โดยจำกัดให้เฉพาะผู้ใช้ระดับ Pro, Business, และ Enterprise เท่านั้น ผู้ใช้ Pro สามารถเปิดหรือปิดได้ด้วยตนเอง ส่วน Business และ Enterprise ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ นอกจากนี้ยังไม่มีให้บริการในพื้นที่ต่อไปนี้

  • European Economic Area (EEA)
  • Switzerland
  • United Kingdom

และไม่สามารถใช้งานผ่าน API key หรือ Amazon Bedrock ได้อีกด้วย

Privacy & Security Considerations

OpenAI ระบุว่าไฟล์เหตุการณ์จะถูกเก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้เป็นระยะเวลา สูงสุด 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกลบโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ส่วนสรุปที่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อสร้าง “memory” อาจถูกเก็บไว้ได้นานกว่านั้นและอาจนำมาใช้ในการสนทนาครั้งต่อไป ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกรับประกันว่าจะไม่ถูกใช้งานเพื่อการฝึกโมเดล หากมีคำสั่งศาล OpenAI จะต้องส่งบันทึกแชทตามกระบวนการทางกฎหมาย

ในเอกสารของบริษัทยังให้คำแนะนำว่าผู้ใช้ควร ปิด Computer History เมื่อติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้า รวมถึงควรพิจารณาหยุดหรือยกเว้นแอปที่เก็บข้อมูลสุขภาพ การเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัว

Risks & Cost Implications

แม้ว่า Computer History จะช่วยสร้าง “timeline” ของกิจกรรมล่าสุดเพื่อให้ ChatGPT ให้คำตอบที่ตรงกับบริบทมากขึ้น แต่ฟีเจอร์นี้ก็เพิ่ม ค่าใช้จ่ายด้านโทเค็น เนื่องจากต้องใช้โทเค็นในการสรุปกิจกรรมและสร้างข้อมูลหน่วยความจำ นอกจากนี้ยังขยาย พื้นผิวการโจมตีแบบ prompt injection หากผู้ใช้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่มีคำสั่งอันตราย AI อาจประมวลผลตามคำสั่งเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจ

OpenAI ยอมรับว่าการบันทึกเหตุการณ์จากแอปและเว็บต่าง ๆ สามารถเป็นช่องทางให้โค้ดอันตรายหรือข้อความหลอกลวงเข้ามาในกระบวนการสร้างตอบกลับของโมเดล ทำให้ผู้ใช้ต้องระมัดระวังแหล่งข้อมูลที่ตนเองเข้าเยี่ยมชม

Analysis

จากมุมมองของนักข่าวเทคโนโลยี การเปิดตัว Computer History แสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม “surveillance capitalism” ที่บริษัท AI เริ่มพึ่งพาข้อมูลการใช้งานส่วนบุคคลเพื่อปรับปรุงโมเดลและประสบการณ์ผู้ใช้ แม้ว่าจะมีคำเตือนด้านความเป็นส่วนตัวแต่ฟีเจอร์ยังต้องอาศัย “opt‑in” จากผู้ใช้ซึ่งทำให้ความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคล

ข้อจำกัดในการให้บริการในยุโรปและสหราชอาณาจักรบ่งชี้ว่าบริษัทกำลังพิจารณากฎระเบียบด้าน GDPR อย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการเปิดหรือปิดฟีเจอร์ตามระดับผู้ใช้ (Pro, Business, Enterprise) ทำให้ OpenAI สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ในระดับองค์กร

โดยสรุปแล้ว Computer History เป็นการผสมผสานระหว่างประโยชน์เชิงฟังก์ชั่นและความท้าทายด้านความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเปิดใช้งาน

Summary

OpenAI เปิดตัว Computer History บนแอป ChatGPT macOS ซึ่งบันทึกเหตุการณ์การทำงานของผู้ใช้และส่งสรุปไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพ AI อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้เพิ่มความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและค่าโทเค็น พร้อมกับขยายพื้นผิวให้เกิดการโจมตีแบบ prompt injection ผู้ใช้ควรตระหนักถึงข้อจำกัดและคำแนะนำของ OpenAI ก่อนเปิดใช้งาน.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
OpenAI ditches Recall-style screenshot surveillance for friendly keylogging
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
14 สิงหาคม 2569 เวลา 07:27

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

สร้างเว็บไซต์โดยไม่ออกจาก ChatGPT เพียงหนึ่งคำสั่งAI
7 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

สร้างเว็บไซต์โดยไม่ออกจาก ChatGPT เพียงหนึ่งคำสั่ง

OpenAI เปิดฟีเจอร์ ChatGPT Sites ที่ทำให้สร้างเว็บไซต์หรือแอปขนาดเล็กได้ด้วยคำสั่งเดียว. ผู้รีวิวอัปโหลดไฟล์หนังสือสี่ฉบับและได้รับผลลัพธ์ภายในไม่กี่นาที

Tom's Guide8 นาที
ซาม อัลท์แมน ชักชวนพ่อแม่ใช้ ChatGPT สร้างพ็อดคาสต์ AI สำหรับลูกAI
3 สิงหาคม 2569 เวลา 23:30

ซาม อัลท์แมน ชักชวนพ่อแม่ใช้ ChatGPT สร้างพ็อดคาสต์ AI สำหรับลูก

ซาม อัลทร์แมน ผู้ก่อตั้ง OpenAI แนะนำให้พ่อแม่ใช้ ChatGPT สร้างพ็อดคาสท์ AI บรรยายกิจกรรมของลูกทุกเช้า การตอบรับบน X ได้รับไลค์กว่า 9,500 ครั้ง…

Mashable Tech6 นาที
ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้AI
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:00

ChatGPT วิเคราะห์ประวัติการรับชมและแนะนำซีรีส์ ภาพยนตร์ อนิเมะตามรสนิยมของผู้ใช้

ChatGPT วิเคราะห์ข้อมูลการรับชมจาก Netflix, Amazon Prime Video และ Crunchyroll จับรูปแบบความชอบของผู้ใช้ได้แม่นยำและเสนอรายการที่ตรงกับรสนิยม…

Tom's Guide7 นาที
ทดสอบโมเดลสร้างภาพ AI ของ Meta กับ ChatGPT และ Nano Banana 2 – ผลลัพธ์ที่ทำให้ต้องประหลาดใจAI
15 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:30

ทดสอบโมเดลสร้างภาพ AI ของ Meta กับ ChatGPT และ Nano Banana 2 – ผลลัพธ์ที่ทำให้ต้องประหลาดใจ

Meta เปิดตัวโมเดลสร้างภาพใหม่เพื่อเปรียบเทียบกับ ChatGPT ของ OpenAI และ Nano Banana 2 ของ Google Gemini โดยใช้คำสั่งเดียวกัน 5 ครั้ง…

TechRadar7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!