Peacock ปรับราคาขึ้น 18% หลังทำกำไร สะท้อนแนวโน้มตลาดสตรีมมิง

ที่มาภาพ: Ars Technica Gadgets

Business-อ่าน 6 นาทีArs Technica Gadgets

Peacock ปรับราคาขึ้น 18% หลังทำกำไร สะท้อนแนวโน้มตลาดสตรีมมิง

⚡ สรุป 30 วิ

Peacock ของ NBCUniversal ปรับค่าใช้งานเพิ่ม 18% ตั้งแต่สิงหาคม 2026 หลังจากทำกำไร…

Peacock ปรับค่าใช้จ่ายขึ้นครั้งที่สี่ต่อเนื่องในสี่ปีหลังจากบริษัทประกาศว่าบริการได้ทำกำไรแล้ว การเพิ่มราคานี้ส่งผลต่อผู้สมัครสมาชิกหลายแสนคนและสะท้อนแนวโน้มของตลาดสตรีมมิ่งที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น

Overview

Peacock เป็นบริการสตรีมมิ่งจาก NBCUniversal ที่เปิดตัวในปี 2020 โดยนำเสนอคอนเทนต์หลากหลายตั้งแต่ข่าว รายการตลก ไปจนถึงภาพยนตร์และซีรีส์ของบริษัทแม่ การจัดระดับสมาชิกแบ่งออกเป็นสามแผนหลักคือ Select, Premium, และ Premium Plus ซึ่งแตกต่างกันตามการมีโฆษณาและการเข้าถึงคอนเทนต์พิเศษ

ในเดือนสิงหาคม 2026 บริษัทประกาศเพิ่มค่าบริการโดยรวมประมาณ **18% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปรับราคาที่สำคัญที่สุดตั้งแต่บริการเริ่มต้น และเป็นการบ่งชี้ว่าการทำกำไรของ Peacock ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการยกระดับราคาเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์และการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่

Pricing Changes

ราคาที่ปรับขึ้นสำหรับแผนต่าง ๆ มีดังนี้:

  • Select (โฆษณา, ไม่รวมกีฬา/ภาพยนตร์/Original): จาก $8/เดือน เพิ่มเป็น $9/เดือน
  • Premium (โฆษณามาตรฐาน): จาก $11/เดือน เพิ่มเป็น $13/เดือน
  • Premium Plus (ไม่มีโฆษณา): จาก $17/เดือน เพิ่มเป็น $20/เดือน

นอกจากนี้ แผนรายปียังคงเสนอ “12 เดือนในราคา 10 เดือน” ตามแบบเดิม ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนให้กับผู้สมัครสมาชิกที่เลือกชำระล่วงหน้า

Historical Context

Peacock ได้ทำการปรับราคาก่อนหน้านี้สามครั้งตั้งแต่เปิดตัว: ครั้งแรกในสิงหาคม 2023, จากนั้นตามด้วยการปรับขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2024 และอีกครั้งหนึ่งในกรกฎาคม 2025 โดยการเพิ่มราคาในปี 2025 นั้นเป็นการยกระดับแผนระดับกลางจาก $8 เป็น $11 ต่อเดือนและแผนไม่มีโฆษณาจาก $14 เป็น $17

ตามข้อมูลของ Ars Technica การปรับราคาทุกครั้งมักจะสอดคล้องกับการขยายคอนเทนต์ใหม่ เช่น การเพิ่มรายการกีฬา, ซีรีส์ Original ของ NBCUniversal และสิทธิ์การเข้าถึงภาพยนตร์จากสตูดิโอพันธมิตร การทำกำไรของ Peacock ที่ประกาศในปี 2026 เป็นผลมาจากจำนวนผู้สมัครสมาชิกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่าโฆษณาที่สูงขึ้น

Market Impact

การปรับราคาเป็นเรื่องสำคัญในตลาดสตรีมมิ่งที่เต็มไปด้วยการแข่งขันจาก Netflix, Disney+, Amazon Prime Video** และบริการท้องถิ่นหลายราย ผู้บริโภคจึงต้องเปรียบเทียบคุณค่าที่ได้รับต่อค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด

โดยอ้างอิงจากข้อมูลตลาดสตรีมมิ่งของ Statista ในปี 2025 จำนวนผู้ใช้งาน Peacock อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งเป็นการเติบโตเหนือระดับเฉลี่ยของอุตสาหกรรม การเพิ่มราคาจึงอาจทำให้บางกลุ่มผู้ใช้พิจารณาย้ายไปยังบริการที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า หรือเลือกแผนรายปีเพื่อประหยัดต้นทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม Peacock ยังได้เปรียบด้วยคอนเทนต์ข่าวและกีฬาแบบเรียลไทม์ซึ่งเป็นสิ่งที่บางแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้บริการไม่ได้ การเพิ่มราคานี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติเหล่านั้นมากกว่าราคา

Consumer Reaction

ในช่วงแรกของการประกาศปรับราคา ผู้สมัครสมาชิกส่วนใหญ่ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Select ที่ไม่มีฟีเจอร์พิเศษแต่ต้องชำระเงินเพิ่มตามระดับเดียวกันกับผู้ใช้งานที่ได้รับประโยชน์ครบถ้วน

การสำรวจความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียโดยอ้างถึงโพสต์ใน Reddit และ Twitter พบว่าผู้ใช้บางส่วนกำลังพิจารณายกเลิกหรือเปลี่ยนไปสมัครบริการสตรีมมิ่งอื่นที่ให้คอนเทนต์คล้ายกันในราคาที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งที่ยอมรับการปรับราคา เนื่องจากเชื่อว่าการทำกำไรของ Peacock จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ ๆ

Analysis

การเพิ่มราคาของ Peacock สะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับต้นทุนลิขสิทธิ์สูงขึ้นและความต้องการลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ การทำกำไรของบริษัทเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการให้บริการต่อเนื่องโดยไม่พึ่งพาโฆษณามากเกินไป

จากมุมมองของนักวิเคราะห์การเงิน การเพิ่มราคาที่สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของผู้ใช้สามารถเพิ่มรายได้ต่อผู้สมัครสมาชิก (ARPU) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักสำหรับบริษัทที่ต้องการขยายกำไรขั้นต้นในตลาดสตรีมมิ่งที่เต็มไปด้วยความกดดันด้านราคา

Summary

Peacock ปรับค่าบริการขึ้นครั้งที่สี่โดยเพิ่ม **18% ให้กับแผนสมาชิกทั้งหมด หลังจากประกาศทำกำไร การปรับราคานี้อาจกระทบต่อผู้ใช้บางกลุ่มแต่ยังคงรักษาความได้เปรียบด้านคอนเทนต์พิเศษและข่าวสารแบบเรียลไทม์ในตลาดสตรีมมิ่งที่แข็งแกร่ง.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Peacock raises prices by 18 percent after becoming profitable
ผู้เขียน
Scharon Harding
แหล่ง
Ars Technica Gadgets
วันที่เผยแพร่
18 สิงหาคม 2569 เวลา 23:42

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

‘Oppenheimer’ ของนอลัน เปิดให้ชมฟรีบน Peacock และ Fandango แบบโฆษณาBusiness
-

‘Oppenheimer’ ของนอลัน เปิดให้ชมฟรีบน Peacock และ Fandango แบบโฆษณา

ภาพยนตร์ ‘Oppenheimer’ สามารถสตรีมฟรีบน Peacock และ Fandango ผ่านโมเดลโฆษณา ช่วยขยายฐานผู้ชมและเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวทางธุรกิจของอุตสาหกรรมภาพยนต์.

Polygon4 นาที
tinyBuild ยกเลิก 649 คีย์ ReStory เนื่องจากพบการขายต่อโดยผู้ค้าขายคีย์ไม่ได้รับอนุญาตBusiness
16 สิงหาคม 2569 เวลา 23:30

tinyBuild ยกเลิก 649 คีย์ ReStory เนื่องจากพบการขายต่อโดยผู้ค้าขายคีย์ไม่ได้รับอนุญาต

tinyBuild ยกเลิกคีย์เกม ReStory จำนวน 649 ชุดหลังตรวจพบว่ามาจากเว็บไซต์ขายคีย์ที่ไม่ผ่านการอนุญาต. เกมนี้ขายได้กว่า 300,000 สำเนาในสัปดาห์แรก…

GamesRadar6 นาที
Xbox แยก Compulsion Games อย่างเป็นทางการ พร้อมเกม South of Midnight บน SteamBusiness
16 สิงหาคม 2569 เวลา 08:30

Xbox แยก Compulsion Games อย่างเป็นทางการ พร้อมเกม South of Midnight บน Steam

Compulsion Games แยกจาก Xbox Game Studios อย่างสมบูรณ์และเป็ นผู้จัดจำหน่ายเกม South of Midnight บน Steam การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนยุทธศาสตร์การรีเซ็ตของ…

IGN9 นาที
อเมซอนประกาศถอนตัวจากธุรกิจเกม MMO ทั้งหมดในปี 2027.Business
15 สิงหาคม 2569 เวลา 01:00

อเมซอนประกาศถอนตัวจากธุรกิจเกม MMO ทั้งหมดในปี 2027.

Amazon Game Studios จะยุติการให้บริการเกม MMO ทั้งสองชื่อ Throne and Liberty และ Lost Ark โดยจะโอนสิทธิ์การดำเนินงานให้ NCSoft และ Smilegate…

GameSpot6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!