
ที่มาภาพ: TechRadar
Qualcomm และ MediaTek เปิดตัวชิป AI 3 nm สำหรับอุปกรณ์สวมใส่และ IoT
⚡ สรุป 30 วิ
Qualcomm กับ MediaTek ใช้เทคโนโลยี 3 nm เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มความเร็วของ AI ในอุปกรณ์สวมใส่. ชิปใหม่รองรับ Wi‑Fi micropower, 5G RedCap และหลายกล้อง…
การเปิดตัวชิป AI ใหม่ของ Qualcomm และ MediaTek ที่มุ่งเน้นอุปกรณ์สวมใส่และ IoT ทำให้ตลาดอุปกรณ์ที่ต้องจัดการพลังงานอย่างเข้มข้นได้พบกับแนวทางเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งสองบริษัทต่างนำกระบวนการผลิต 3 nm มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลและลดการใช้พลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกแบบสมาร์ทวอช, แว่นตาอัจฉริยะ และเซ็นเซอร์เชิงร่างกายในอนาคต
Overview
เทคโนโลยี AI ในศูนย์ข้อมูลได้รับความสนใจมากมาย แต่ข้อจำกัดด้านพลังงานของอุปกรณ์ IoT และ wearables ยังเป็นจุดบอดสำคัญ การต่อสู้เพื่อให้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กสามารถทำงานได้นานหลายวันหรือหลายปี ยังคงต้องการวิศวกรรมระดับลึก ทั้ง Qualcomm และ MediaTek จึงมุ่งเน้นพัฒนาชิปที่รวม CPU, GPU, NPU เข้าไว้ในโซลูชันเดียวโดยใช้กระบวนการ 3 nm ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสาหกรรม
MediaTek Genio Pro 5100
Genio Pro 5100 ของ MediaTek ถูกออกแบบมาสำหรับตลาด IoT ที่ต้องการประมวลผลภาพและข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ชิปนี้ให้ประสิทธิภาพของ CPU ใกล้เคียงกับ Intel Core และใช้สถาปัตยกรรม GPU ARM Immortalis พร้อม NPU ที่มีพลังสูง การสนับสนุนกล้องหลายตัวทำให้สามารถรับข้อมูลจากอุปกรณ์จับภาพได้หลากหลายรูปแบบ
- รองรับกล้องเต็มความละเอียด HD จำนวน 16 ตัว หรือกล้อง 4K จำนวน 2 ตัว (30 fps)
- สามารถรัน Vision‑Language Models ที่ปรับแต่งเฉพาะแพลตฟอร์ม
- โมดูลเสริมสำหรับ Wi‑Fi, Bluetooth และเซลล์ลูลาร์รวมถึง 5G RedCap
MediaTek ยังคงให้ความสำคัญกับระบบปฏิบัติการเปิด เช่น Linux และ **ROS (Robotics Operating System) เพื่อสนับสนุนการใช้งานในหุ่นยนต์อุตสาหกรรม, ระบบอัตโนมัติโรงงาน, โลจิสติกส์และบริการด้านโรงแรม บริษัทตั้งเป้าการให้ผลิตภัณฑ์นี้ใช้งานได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 7‑12 ปี ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความเสถียรของซอฟต์แวร์ในระยะยาว
Qualcomm Snapdragon Wear Elite
ชิป Snapdragon Wear Elite ของ Qualcomm นำเสนอการก้าวกระโดดด้านประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรุ่น W5 ที่เคยใช้ในนาฬิกา Pixel รุ่นก่อนหน้า ชิปนี้ยังคงผลิตด้วยโครงข่าย 3 nm แต่เพิ่มคุณสมบัติสำคัญสี่ประการ: การเชื่อมต่อแบบ micropower, “low‑power islands”, ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น และประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น
ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรม dual‑NPU โดย NPU หลักสามารถประมวลผลโทเค็นได้ประมาณ 18‑20 tokens/second สำหรับโมเดลพารามิเตอร์ 1 พันล้านตัว ซึ่งเทียบเท่ากับสมาร์ตโฟนรุ่นเก่า 2 ปี ส่วน eNPU ใหม่ออกแบบมาเพื่องานที่ต้องการตอบสนองเร็ว เช่น การเปิดใช้งานด้วยเสียงและระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ทำให้สามารถทำงานได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- รองรับ micropower Wi‑Fi ที่ใช้พลังงานน้อย 80 % กว่ารุ่นก่อน
- สนับสนุนมาตรฐานเซลล์ลูลาร์ 5G RedCap และการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม
- เปิดใช้งานฟีเจอร์เช่น การโค้ชสุขภาพ, lifelogging, แปลภาษาบนอุปกรณ์, และการยืนยันตัวตนแบบ USB ด้วยมาตรฐาน Aliro (ส่วนหนึ่งของ Matter)
Technical Comparisons & Capabilities
แม้ว่า Genio Pro 5100 และ Snapdragon Wear Elite จะใช้เทคโนโลยีกระบวนการเดียวกัน แต่เป้าหมายการใช้งานต่างกันชัดเจน Genio Pro เน้นที่ การประมวลผลภาพหลายกล้อง และรองรับงานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมโดยให้โมดูลเสริมเชื่อมต่อได้หลากหลาย ส่วน Snapdragon Wear Elite มุ่งไปที่ การทำงานบนอุปกรณ์สวมใส่ ที่ต้องการประสิทธิภาพ AI แบบเรียลไทม์พร้อมการจัดการพลังงานอย่างละเอียด ทั้งสองชิปต่างมี NPU แต่ขนาดและรูปแบบการใช้งานแตกต่าง: Genio Pro ใช้ NPU หนึ่งตัวสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลภาพ ในขณะที่ Snapdragon มี dual‑NPU เพื่อแยกภาระงานระหว่างประมวลผลเชิงลึกและตอบสนองเร็ว
การรวม Wi‑Fi แบบ micropower และ 5G RedCap ทำให้ทั้งสองแพลตฟอร์มสามารถสื่อสารกับคลาวด์หรืออุปกรณ์ขอบเครือข่ายได้โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่หมดอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้สำคัญต่ออุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายวันหรือหลายปีโดยไม่มีการบำรุงรักษาแบบบ่อยครั้ง
Market Impact
การประกาศของ Qualcomm และ MediaTek ได้รับการตอบรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ระดับโลกที่เข้าร่วม Mobile World Congress ได้แก่ Samsung, Motorola และ Google ซึ่งได้ระบุว่าจะใช้ Snapdragon Wear Elite ในบางรุ่นของ Galaxy Watch 9 นอกจากนี้ การสนับสนุน ROS จาก MediaTek ทำให้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานมีทางเลือกใหม่ในการเพิ่มความฉลาดโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
การเปิดตัวชิปที่มุ่งเน้น AI บนอุปกรณ์สวมใส่และ IoT นี้คาดว่าจะเร่งกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เช่น ระบบโค้ชสุขภาพแบบส่วนบุคคล, การแปลภาษาในเวลาจริงบนแว่นตาอัจฉริยะ และระบบตรวจจับเหตุการณ์สำคัญโดยตรงจากเซ็นเซอร์ไร้สาย ทั้งสองบริษัทกำหนดเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ในตลาดตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการขยายขอบเขตของ AI ไปสู่ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
Summary
Qualcomm และ MediaTek เปิดตัวชิป AI 3 nm ใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ wearables และ IoT โดยเพิ่มความสามารถด้านการประมวลผลภาพและการตอบสนองแบบเรียลไทม์พร้อมลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ การสนับสนุนจากผู้ผลิตใหญ่จะเร่งให้แอปพลิเคชัน AI ใหม่ ๆ ปรากฏบนตลาดในไม่กี่ปีข้างหน้า.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Can smartwatches and glasses get smarter? Inside Qualcomm and MediaTek’s new wearable AI play
- ผู้เขียน
- Ross Rubin
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:20



