Riot เปิดใช้งานโหมด Vanguard แบบเปิดตามความต้องการ เมื่อเล่นเกมเท่านั้น

ที่มาภาพ: PC Gamer

Security-อ่าน 8 นาทีPC Gamer

Riot เปิดใช้งานโหมด Vanguard แบบเปิดตามความต้องการ เมื่อเล่นเกมเท่านั้น

⚡ สรุป 30 วิ

Riot Games ปรับปรุงระบบป้องกันการโกง Vanguard ให้ทำงานเฉพาะเมื่อติดตั้งเกมและปิดอัตโนมัติเมื่อหยุดเล่น ลดการใช้ทรัพยากรและความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว…

Riot Games ประกาศอัปเดตระบบป้องกันการโกง Vanguard ให้ทำงานแบบ “on‑demand” – จะเปิดทำงานเฉพาะเมื่อเล่นเกมและปิดโดยอัตโนมัติเมื่อหยุดเล่น – หลังจากอัปเดตที่เริ่มปล่อยวันนี้ ระบบจะไม่เริ่มทำงานเมื่อติดตั้งคอมพิวเตอร์อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญเพราะ Vanguard เคยเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์จากการทำงานระดับเคอร์เนลที่ลึกซึ้งและการทำงานตลอดเวลา

Overview

Riot ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเปิดให้ผู้เล่นที่ใช้ PC ที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยระดับสูง สามารถสลับโหมด “on‑demand” ได้โดยอัตโนมัติ หลังจากอัปเดตเสร็จสิ้น ผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการรองรับจะเห็นตัวเลือกนี้ปรากฏในเมนูตั้งค่า Vanguard

ตามที่ Phillip Koskinas หัวหน้าทีม anti‑cheat ของ Riot ระบุ “Vanguard จะเริ่มสนับสนุนเซสชันแบบ on‑demand จากอุปกรณ์ PC ที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเพียงพอ” การเปิดใช้งานนี้ต้องอาศัยกลไกความปลอดภัยก่อนบูตของ Windows และคุณสมบัติของฮาร์ดแวร์สมัยใหม่

การอัปเดตนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนที่ผู้เล่นหลายคนเคยแสดงถึงการที่ Vanguard ทำงานตลอดเวลาตั้งแต่บูตเครื่อง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพของระบบ

Background

Vanguard เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 เพื่อต่อสู้กับการโกงในเกม Valorant และต่อมาได้ขยายการใช้งานไปยัง League of Legends ระบบทำงานในโหมดเคอร์เนล (kernel mode) ซึ่งให้สิทธิ์เข้าถึงระดับลึกของระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์

ในขณะเดียวกันเกมอื่น ๆ เช่น Genshin Impact, Doom Eternal, และเกมซีรีส์ Call of Duty ใช้ระบบ anti‑cheat แบบเคอร์เนลเช่นกัน แต่แตกต่างตรงที่ตัวระบบจะทำงานเฉพาะช่วงที่เกมกำลังรันอยู่และหยุดทำงานเมื่อเกมปิดลง

ความแตกต่างนี้ทำให้ Vanguard ถูกมองว่าเป็น “omniscient” – ทำงานตลอดเวลาโดยไม่คำนึงว่าผู้ใช้กำลังเล่นเกมหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้หลายคนเรียกร้องให้ Riot ปรับปรุงให้ทำงานแบบออน‑ดิมานด์เช่นเดียวกับเกมอื่น

New On‑Demand Feature

การอัปเดตนี้ทำให้ Vanguard driver component ไม่ทำการโหลดเมื่อระบบเริ่มทำงาน (boot) แต่จะเริ่มทำงานเฉพาะเมื่อผู้เล่นเปิดเกมที่ใช้ Vanguard เท่านั้น หลังจากเกมปิดลง ไดรเวอร์จะถูกหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้แถบงาน (taskbar) คืนพื้นที่พิกเซล 256 พิกเซลให้ผู้ใช้

ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานโดยอัตโนมัติสำหรับผู้เล่นที่ผ่าน Pre‑Check ซึ่งตามข้อมูลของ Riot ประมาณ **35 % ของผู้เล่นทั้งหมดมีฮาร์ดแวร์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

ผู้ใช้ที่ยังไม่ผ่านเงื่อนไขจะต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็น Windows 11 25H2 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า และเปิดใช้งานคุณลักษณะความปลอดภัยต่อไปนี้ใน BIOS/UEFI

Technical Requirements

  • UEFI Secure Boot
  • TPM 2.0
  • **Virtualization‑Based Security (VBS)
  • **Hypervisor‑Enforced Code Integrity (HVCI)
  • IOMMU

การเปิดใช้งานคุณลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ Windows สามารถทำการตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลของกระบวนการบูตและเคอร์เนลได้อย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ Vanguard ต้องการเพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานแบบ on‑demand จะไม่ทำให้ระบบเปิดช่องโหว่ใหม่

ตามที่ Riot ระบุ มีผู้เล่นประมาณ **3 % ที่ใช้ฮาร์ดแวร์เก่าเกินกว่าจะทำตามข้อกำหนดนี้ จึงไม่สามารถใช้โหมด on‑demand ได้จนกว่าจะอัปเกรดอุปกรณ์

Player Impact

สำหรับผู้เล่นที่มีระบบรองรับ การเปลี่ยนเป็นโหมด on‑demand จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรระบบในขณะที่ไม่ได้เล่นเกม ลดความเสี่ยงต่อการรบกวนจากซอฟต์แวร์ระดับเคอร์เนลที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และอาจทำให้ประสบการณ์การทำงานของ PC ราบรื่นยิ่งขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ผู้เล่นที่ต้องอัปเดต BIOS หรืออัปเกรดฮาร์ดแวร์อาจต้องใช้เวลาศึกษาและดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเป็นภาระเพิ่มเติม แม้ Riot จะระบุว่า “เราไม่ได้บังคับให้ใครต้องเปลี่ยนแปลงอะไร” และผู้ใช้ที่พอใจกับการทำงานเดิมของ Vanguard สามารถเลือกไม่อัปเดตได้เช่นกัน

การปรับเปลี่ยนนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมเกมที่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพของผู้ใช้ มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI ทำให้การสร้างบอทและการโกงเกมซับซ้อนขึ้น

Analysis

การเปิดใช้งานโหมด on‑demand ของ Vanguard แสดงให้เห็นว่าระบบปฏิบัติการ Windows และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ได้พัฒนาความปลอดภัยจนถึงระดับที่สามารถรองรับการทำงานของ anti‑cheat แบบเคอร์เนลโดยไม่ต้องทำงานตลอดเวลา ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความกังวลของผู้ใช้โดยตรง

จากมุมมองของ Riot การร่วมมือกับ Xbox OS Security Team ของ Microsoft ทำให้การอัปเดตเคอร์เนลของ Windows สามารถสนับสนุนการทำงานแบบ “pre‑boot security mechanisms” ได้อย่างเต็มที่ การทำงานร่วมกันนี้อาจเป็นแบบอย่างสำหรับผู้พัฒนาเกมอื่น ๆ ที่ต้องการลดผลกระทบจากระบบ anti‑cheat ต่อประสบการณ์ผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของการตั้งค่าเช่น VBS, HVCI และ IOMMU ยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิค แม้ Riot จะให้ข้อมูลในอัปเดตเต็มรูปแบบ แต่การที่ผู้ใช้ต้องเข้าไปปรับเปลี่ยน BIOS ยังอาจทำให้บางส่วนของฐานผู้เล่นเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลง

สุดท้าย การที่ Vanguard ยังคงทำงานแบบเดิมสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้เปิดใช้งานโหมด on‑demand แสดงให้เห็นว่า Riot ยังให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับการโกงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการลดระดับความเข้มข้นของการตรวจสอบในระดับแข่งขันสูง

Summary

Riot Games ปรับระบบ Vanguard ให้ทำงานแบบ “on‑demand” เฉพาะเมื่อเล่นเกม หากอุปกรณ์ผ่านข้อกำหนดความปลอดภัยใหม่ ผู้เล่นประมาณ 35 % จะได้รับประโยชน์ทันที ส่วนผู้ใช้ที่ยังไม่รองรับต้องอัปเดต Windows 11 และเปิดฟีเจอร์เช่น Secure Boot, TPM 2.0, VBS, HVCI, IOMMU การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้เล่นในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเข้มข้นของการป้องกันการโกงสำหรับผู้เล่นที่ต้องการโหมดแข่งขันสูง.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
You can finally turn Riot's Vanguard anti-cheat off when you're not playing a game
ผู้เขียน
Andy Chalk
แหล่ง
PC Gamer
วันที่เผยแพร่
25 มิถุนายน 2569 เวลา 05:16

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกมฟรี TBH: Task Bar Hero ขึ้นอันดับ 3 ของ Steam แต่เจอปัญหาแบนโดยอัตโนมัติSecurity
-

เกมฟรี TBH: Task Bar Hero ขึ้นอันดับ 3 ของ Steam แต่เจอปัญหาแบนโดยอัตโนมัติ

TBH: Task Bar Hero เปิดให้เล่นฟรีบน Steam และภายในเดือนเดียวขึ้นเป็นเกมอันดับ 3 ของผู้เล่นพร้อมกันโดยมีผู้เล่นเกินครึ่งล้านคน อย่างไรก็ตาม ระบบ anti‑cheat…

IGN7 นาที
GitHub ปรับ actions/checkout เวอร์ชัน 7 เพื่อบล็อกการโจมตีแบบ pwn requestSecurity
25 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

GitHub ปรับ actions/checkout เวอร์ชัน 7 เพื่อบล็อกการโจมตีแบบ pwn request

GitHub ปรับปรุง actions/checkout เวอร์ชัน 7 ให้บล็อก workflow ที่ดึงโค้ดจากฟอร์กที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเมื่อใช้ pull_request_target หรือ workflow_run…

InfoWorld8 นาที
การโจมตีซัพพลายเชนของ Klue ทำให้บริษัทด้านความปลอดภัยหลายร้อยแห่งถูกละเมิดข้อมูลSecurity
25 มิถุนายน 2569 เวลา 02:00

การโจมตีซัพพลายเชนของ Klue ทำให้บริษัทด้านความปลอดภัยหลายร้อยแห่งถูกละเมิดข้อมูล

Klue ถูกเจาะระบบซัพพลายเชนเมื่อ 11‑มิถุนายนโดยใช้ credential เก่าเพื่อดึง OAuth token ทำให้ข้อมูล Salesforce ของหลายร้อยบริษัท…

The Register6 นาที
เปิดเผยช่องโหว่ Squidbleed อายุ 29 ปี รั่วข้อมูล HTTP แบบ plaintext ผ่านพร็อกซี่เดียวกันSecurity
24 มิถุนายน 2569 เวลา 20:00

เปิดเผยช่องโหว่ Squidbleed อายุ 29 ปี รั่วข้อมูล HTTP แบบ plaintext ผ่านพร็อกซี่เดียวกัน

นักวิจัยจาก Calif.io พบช่องโหว่ heap over‑read ใน Squid ชื่อ Squidbleed ซึ่งอายุ 29 ปี ทำให้ผู้ใช้ที่แชร์พร็อกซี่เดียวกันสามารถดึงข้อมูล HTTP แบบ plaintext…

The Hacker News6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!