
ที่มาภาพ: TechRadar
RIS ช่วยแก้ปัญหา EMI เร่งการเปิดตัวเครือข่าย 6G ปี 2030
⚡ สรุป 30 วิ
นักวิจัยจาก University of Glasgow พัฒนา Reconfigurable Intelligent Surfaces (RIS) เพื่อลดผลกระทบของ EMI ต่อเครือข่าย 6G การใช้งาน RIS…
การวิจัยของนักวิศวกรจาก University of Glasgow เพิ่งประกาศวิธีใหม่ที่อาจแก้ปัญหา electromagnetic interference (EMI) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเครือข่าย 6G — เทคโนโลยีรุ่นถัดไปที่ตั้งเป้าให้ความเร็วสูงสุดถึง 100‑เท่าของ 5G การค้นพบนี้นำเสนอแนวทางใช้ reconfigurable intelligent surfaces (RIS) เพื่อควบคุมและกำหนดทิศทางของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้การเปิดตัว 6G ในปี 2030 เป็นไปได้เร็วขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
Overview
เครือข่าย 6G ถูกออกแบบให้รองรับความเร็วข้อมูลระดับหลายร้อยเท่าของ 5G พร้อมกับรองรับอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) จำนวนมหาศาล การเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวต้องเผชิญกับปัญหา EMI ที่มาจากอุปกรณ์เชื่อมต่อทั่วโลก ซึ่งโดยทั่วไปทำให้สัญญาณหลักของระบบถูกบิดเบือนหรือสูญเสียคุณภาพ ก่อนหน้านี้การแก้ไข EMI มักพึ่งพาการประมวลผลดิจิทัลหนัก ๆ ที่ศูนย์ฐาน (base station) ทำให้ใช้พลังงานมากและเพิ่มความซับซ้อนของระบบอย่างมหาศาล
Breakthrough with Reconfigurable Intelligent Surfaces
ทีมวิจัยจาก University of Glasgow ได้นำเสนอการใช้งาน RIS ซึ่งเป็นพื้นผิวที่ประกอบด้วยองค์ประกอบโปรแกรมได้หลายร้อยตัวบนแผ่นเดียว องค์ประกอบเหล่านี้สามารถสะท้อน, โฟกัส และเปลี่ยนทิศทางของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ ทำให้สัญญาณ 6G สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มี EMI สูงได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ทีมยังพัฒนา “EMI‑aware framework” ที่ทำการสแกนหาเส้นทางสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดและใช้ RIS ช่วยนำสัญญาณนั้นไปยังปลายทางโดยหลีกเลี่ยงอุปสรรค
- สะท้อนและโฟกัสสัญญาณ
- เปลี่ยนทิศทางของ EMI
- เพิ่มความแรงของสัญญาณหลัก
- ควบคุมแต่ละองค์ประกอบแยกกันได้
Technical Implications
จากคำให้การของ Jalil Kazim จาก James Watt School of Engineering การนำ RIS ไปติดตั้งในสภาพแวดล้อมจริงทำให้ฐานสถานีไม่จำเป็นต้องประมวลผลดิจิทัลที่หนักหน่วง เพื่อลดภาระคอมพิวเตอร์และการใช้พลังงานของเครือข่ายโดยรวม นอกจากนี้ RIS ยังสามารถ “fingerprint” ลักษณะของ EMI เพื่อสร้างแผนที่สัญญาณแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ระบบปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
ความปลอดภัยก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ Muhammad Ali Imran กล่าวว่า RIS สามารถกำหนดเส้นทางข้อมูลไปยังอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทำให้ลดความเสี่ยงจากการดักฟังหรือการโจมตีของผู้ไม่ประสงค์ดี การจัดสรรสัญญาณแบบนี้ช่วยยกระดับ privacy และ resilience ของเครือข่าย 6G ให้เป็นมาตรฐานใหม่ที่ต้องมีในอนาคต
Potential Impact on Deployment
หากเทคโนโลยี RIS สามารถทำงานได้ตามที่วิจัยแสดงไว้ การเปิดตัว 6G ในปี 2030 จะอาจดำเนินการเร็วขึ้น เนื่องจากปัญหา EMI ที่เคยเป็นข้อจำกัดหลักจะถูกบรรเทาอย่างมีประสิทธิภาพ นี้หมายความว่าการเชื่อมต่อ Wi‑Fi, ระบบบ้านอัจฉริยะ และแพลตฟอร์ม IoT จะได้รับประโยชน์จากแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นและการสื่อสารที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ RIS อย่างไรก็ตาม การนำ RIS ไปใช้จริงยังต้องผ่านขั้นตอนทดสอบเชิงพาณิชย์และการกำหนดมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและทรัพยากร
Summary
งานวิจัยจาก University of Glasgow แสดงให้เห็นว่า RIS สามารถจัดการกับปัญหา EMI ของ 6G ได้โดยไม่ทำให้สัญญาณหลักอ่อนแอลง พร้อมทั้งช่วยลดภาระพลังงานและเพิ่มความปลอดภัยของเครือข่าย การพัฒนานี้อาจเร่งกระบวนการเปิดตัว 6G ในปี 2030 ให้เป็นจริงได้เร็วขึ้น.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Cutting through the noise — researchers may have cracked a key issue with developing next-gen 6G networks
- ผู้เขียน
- Christian Cawley
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:20



