
ที่มาภาพ: Tom's Guide
รีวิว Splatoon Raiders: เกม looter‑shooter บน Nintendo Switch 2 ที่เปลี่ยนโฟกัสจากการต่อสู้เป็นภารกิจจับ Salmonids
⚡ สรุป 30 วิ
Splatoon Raiders ปรากฏบน Nintendo Switch 2 เมื่อ 23 ก.ค. 2026 ให้ผู้เล่นเป็น The Mechanic สู้กับฝูง Salmonids ผ่านภารกิจ raid พร้อมอัปเกรดเรือและอาวุธ…
Splatoon Raiders เปิดตัวบน Nintendo Switch 2 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 นำเสนอรูปแบบเกม “looter shooter” แบบบุคคลที่สามซึ่งเปลี่ยนโฟกัสจากการต่อสู้ผู้เล่นหลายคนเป็นภารกิจรบกับฝูง Salmonids ในโหมดเดี่ยวพร้อมตัวเลือกทำงานร่วมกันสูงสุด 4 ผู้เล่น การเปิดตัวนี้สำคัญเพราะเป็นเกมแยกสาขาแรกของซีรีส์ Splatoon ที่ออกสู่แพลตฟอร์มรุ่นใหม่และอาจกำหนดทิศทางของแนวเกมแบบ “loot‑and‑raid” บนเครื่องพกพาในอนาคต
Overview
Splatoon Raiders เป็น spin‑off ของซีรีส์ Splatoon ที่ให้ผู้เล่นรับบทเป็น The Mechanic พร้อมทีม Deep Cut (Shiver, Frye, Big Man) เพื่อตั้งฐานบนเรือซ่อนของตนเองและสำรวจ Spirhalite Islands การออกแบบเกมมุ่งเน้นการทำภารกิจรบหลายขั้นตอน (raid) เพื่อเก็บสมบัติและอัพเกรดอุปกรณ์ แทนโหมดผู้เล่นต่อสู้แบบเดิมใน Splatoon 3
ตามรายงานของ Tom’s Guide เกมนี้ใช้ ระบบยิงด้วยหมึก เป็นเครื่องมือหลักในการทำลายศัตรู การจัดวางสีและการเคลื่อนไหวยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกไหลลื่น แม้ว่าเป้าหมายจะเปลี่ยนจากผู้เล่นคนอื่นไปเป็นฝูง Salmonids ที่มีรูปแบบพฤติกรรมหลายชนิด ทั้งบิน, ฝังดินและขนาดยักษ์
การออกแบบโลกของเกมนำเสนอภูมิทัศน์หลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดทรายสีสันสดใสจนถึงยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ผู้เล่นจะต้องเดินทางผ่านเกาะต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงจุดศูนย์กลางของอาร์คิพาเลโก ซึ่งทำให้เกมมีความหลากหลายด้านภาพและบรรยากาศ
Gameplay & Core Loop
วงจรการเล่นหลักของ Splatoon Raiders คือ “raid ship upgrade” ผู้เล่นจะเข้าสู่ภารกิจรบเพื่อกำจัดศัตรูหรือเก็บทรัพยากร จากนั้นกลับมาที่เรือซ่อนเพื่ออัปเดตอาวุธและอุปกรณ์ต่อไป การวนลูปนี้ให้ความรู้สึกของการได้รับรางวัลที่ชัดเจนทุกครั้งเมื่อสำเร็จภารกิจ
ประเภทภารกิจหลากหลาย ตั้งแต่การต่อสู้บอสขั้นเดียวจนถึงการทำภารกิจแบบอิสระเพื่อเก็บ Power Eggs การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดความจำเจของการเล่นแม้ในช่วงหลังของเกมที่บางส่วนของเกาะเริ่มซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการดำเนินเรื่องทำให้ผู้เล่นมักจะไม่สังเกตถึงความเรียบง่ายนั้นจนกว่าจะเข้าสู่ภารกิจต่อไป
นอกจากอาวุธมาตรฐานเช่น shooters, brushes, sloshers ผู้เล่นยังสามารถสร้างและใช้ gadgets ระหว่างการต่อสู้ได้ การจัดการคูลดาวน์ของ gadget จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ เนื่องจากการใช้งานที่เหมาะสมอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ของ raid ได้อย่างมีนัยสำคัญ
Progression & Crafting
ระบบอัปเกรดในเกมเชื่อมต่อโดยตรงกับความสำเร็จของแต่ละ raid ผู้เล่นจะได้รับ อาวุธระดับสูง, ส่วนประกอบ gadget, และวัสดุการสร้าง ซึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาความสามารถของตัวละครหรือเรือซ่อนได้ The Mechanic มีบทบาทเฉพาะในการซ่อมแซมและขยายฐานทัพ ทำให้การจัดสรรทรัพยากรมีความสำคัญมาก
ผู้เล่นเลือก Ink Tank ที่ติดตั้งบนตัวละครตามสไตล์การเล่นที่ต้องการ ได้แก่ Speed, Power, Tactical แต่ละแบบมาพร้อม gadget เฉพาะและสามารถอัปเกรดเพื่อเพิ่มค่า สุขภาพสูงสุด, damage output เป็นต้น การทำความเข้าใจและปรับแต่ง Ink Tank อย่างเหมาะสมช่วยให้ผู้เล่นสามารถรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นได้
การลดคูลดาวน์ของ gadget ผ่านการสร้างส่วนประกอบเฉพาะเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ผู้รีวิวพบว่ามีผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง การใช้เวลาสักครู่เพื่อวางแผนอัปเกรดก่อนเข้าสู่ raid ถัดไปมักทำให้ระดับความยากของภารกิจลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Multiplayer & Co‑op
แม้ว่า Splatoon Raiders จะออกแบบมาเป็นเกมโหมดเดี่ยวหลัก แต่ผู้เล่นสามารถเชิญเพื่อนเข้ามา ร่วมทีม 4 คน ทั้งในรูปแบบการเล่นบนเครื่องเดียว (local) หรือออนไลน์ การทำงานร่วมกันช่วยลดความยากของภารกิจที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้แบ่งปันทรัพยากรระหว่างผู้เล่น
ระบบ co‑op ใช้ Deep Cut เป็นตัวละคร NPC คอยสนับสนุนทีมในแต่ละ raid ทำให้การต่อสู้มีมิติเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะไม่มีโหมด PvP การทำงานร่วมกับเพื่อนยังคงสะท้อนลักษณะของเกม Splatoon ที่เน้นความสนุกจากการยิงและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ผู้รีวิวได้บันทึกว่าแม้จะเล่นคนเดียวก็สามารถเรียก “online backup” เพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ยากเกินไป ซึ่งทำให้ประสบการณ์การเล่นมีความต่อเนื่องและไม่ติดขัด
Comparison & Context
ตามข้อมูลจาก Tom’s Guide เกมนี้ถือว่า คล้ายกับโหมด Salmon Run ของ Splatoon 3 ในแง่ของศัตรูและการใช้หมึกเป็นอาวุธ แต่เพิ่มองค์ประกอบ “expedition‑style” ที่พบได้ในเกมอย่าง Borderlands รวมถึงระบบ co‑op ที่เปรียบเทียบได้กับ Deep Rock Galactic
ทีมพัฒนาเดียวกันที่เคยสร้างซีรีส์ Splatoon ทั้งหมดและ Animal Crossing: New Horizons ทำให้การออกแบบโลกและรายละเอียดกราฟิกของ Spirhalite Islands มีความสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของ Nintendo อย่างชัดเจน การเลือกปล่อยเกมเป็น spin‑off บน Switch 2 แสดงถึงความพยายามของบริษัทในการขยายแนวทางเกมยิงบุคคลที่สามเข้าสู่ตลาดเกม “loot‑and‑raid” ที่กำลังเติบโต
แม้จะมีการซ้ำซากในบางเกาะตามที่รีวิวชี้แจง แต่ความเร็วของเกมและระบบอัปเกรดทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าเนื้อหาเบื่อจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเกมคู่แข่งที่มักต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์จากการอัปเกรด
Specs & Pricing
- **แพลตฟอร์ม: Nintendo Switch 2
- **ราคา (ดิจิทัล): US$49 / £42 / AU$69
- **ราคา (ฟิสิกส์): US$59 / £49 / AU$79
- **วันที่วางจำหน่าย: 23 กรกฎาคม 2026
- **ประเภทเกม: Third‑person looter shooter
Summary
Splatoon Raiders เป็นการทดลองที่สำคัญของ Nintendo ในการผสานแนว “loot‑and‑raid” กับกลไกการยิงด้วยหมึกแบบดั้งเดิม แม้จะมีจุดด้อยเรื่องความซ้ำซากในภาคหลัง แต่ระบบอัปเกรดและโหมด co‑op ทำให้เกมนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เล่นซีรีส์ Splatoon และผู้ที่ชื่นชอบเกมยิงบุคคลที่สามบน Nintendo Switch 2.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Splatoon Raiders review: An ink-soaked looter shooter
- ผู้เขียน
- Anthony Spadafora
- แหล่ง
- Tom's Guide
- วันที่เผยแพร่
- 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:00



