
ที่มาภาพ: TechRadar
TechRadar คัดสรร 3 เครื่องทำเอสเปรสโซ่ระดับพรีเมี่ยมที่คุ้มค่าในปี 2026
⚡ สรุป 30 วิ
TechRadar ทดสอบเครื่องเอสเปรสโซ่ 3 รุ่น ได้แก่ Philips Café Aromis 8000 Series, Philips Baristina และ Meraki Espresso Machine Gen 2 ให้คะแนนตั้งแต่ 4.5‑5 ดาว…
Lead: บริษัทเทคโนโลยีการบริโภค TechRadar เผยผลการทดสอบเครื่องทำเอสเปรสโซ่ระดับพรีเมียมสามรุ่นในปี 2026 ซึ่งรวมถึง Philips Café Aromis 8000 Series, Philips Baristina และ Meraki Espresso Machine Gen 2** ทั้งหมดได้รับคะแนนอย่างน้อย 4.5 ดาวจาก 5 ดาว การทดสอบนี้สำคัญต่อผู้บริโภคที่กำลังมองหาเครื่องทำกาแฟคุณภาพสูงสำหรับใช้ในบ้าน เพราะผลการประเมินชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีการสกัดและระบบเชื่อมต่อใหม่ ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการเตรียมกาแฟส่วนบุคคล
Overview
TechRadar ได้ทดลองเครื่องทำเอสเปรสโซ่กว่า หนึ่งสิบสอง เครื่องต่อปี และพบว่าในปี 2026 มีโมเดลที่โดดเด่นที่สุดสามรุ่นตามรายการข้างต้น ทั้งสามเป็น “bean‑to‑cup” รุ่นเต็มรูปแบบที่สามารถบดเมล็ดกาแฟสดและสกัดได้โดยอัตโนมัติ การให้คะแนนจากผู้ทดสอบทั้งหมดอยู่ในช่วง 4.5–5 ดาว แสดงถึงความพึงพอใจระดับสูงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความสะอาดของระบบ และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม
การเปิดตัวแต่ละรุ่นเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 – Philips Baristina (กุมภาพันธ์) เป็นเครื่องที่เล็กที่สุดและราคาเข้าถึงได้ง่าย ส่วน Philips Café Aromis 8000 Series เปิดตัวในเดือนมีนาคมพร้อมเมนูเครื่องดื่มหลากหลายถึง 50 รายการ และ Meraki Espresso Machine Gen 2 ก็มาพร้อมดีไซน์หรูหรา แม้จะต้องใช้พื้นที่กว้าง แต่ก็เป็นหนึ่งในเครื่องที่ให้คุณภาพการสกัดระดับมืออาชีพ
จากมุมมองของผู้บริโภค การทดสอบนี้ช่วยชี้แนะว่าแม้ว่าตลาดเครื่องทำกาแฟบ้านกำลังเต็มไปด้วยตัวเลือกใหม่ ๆ ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ฟังก์ชั่นการทำความสะอาด ระบบเชื่อมต่อแบบ AI และคุณสมบัติของระบบสตีมเมล็ดนม
Key Details
Philips Café Aromis 8000 Series มีระบบกันเสียงขั้นสูง ทำให้เครื่องทำงานได้อย่างเงียบขณะสกัดและสตีมนม ระบบนมแยกออกจากตัวเครื่องเป็นคาราฟสองอัน (ร้อนและเย็น) ซึ่งสามารถล้างในถังล้างจานได้โดยตรง ทั้งแบบนมหรือทางเลือกพืช‑พื้นฐานทำงานได้เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ แอป Philips Home ที่มีลักษณะคล้ายแชทบอท AI จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟและรสชาติที่ผู้ใช้ต้องการเพื่อปรับค่าการสกัดให้เหมาะสม
Philips Baristina เป็นเครื่อง “bean‑to‑cup” ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่อยากย้ายจากระบบแคปซูลไปใช้เมล็ดกาแฟสด การทำงานเป็นอัตโนมัติเต็มรูปแบบตั้งแต่การบดจนถึงการตักช็อตโดยไม่ต้องกดหลายขั้นตอน แม้จะไม่มีฟังก์ชั่นสตีมนมในรุ่นมาตรฐาน แต่บริษัทได้ประกาศเวอร์ชัน Baristina Latte ที่จะเพิ่มเครื่องสตีมแยกออกมาเป็นอุปกรณ์เสริม
ส่วน Meraki Espresso Machine Gen 2 เป็นเครื่องเอสเปรสโซ่แบบแมนนวลที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการควบคุมด้วยมือ มีหน้าจอสัมผัสหมุนได้, ระบบชั่งน้ำหนักในตัวใต้หัวบดและกลุ่มสกัด ช่วยให้ผู้ใช้กำหนดปริมาณเมล็ดกาแฟและเวลาการสกัดอย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีระบบ “dual boiler” ที่หายากในเครื่องระดับบ้าน ทำให้การสตีมนมไม่เสียความดันหรืออุณหภูมิระหว่างทำงาน
Specs & Features
- Philips Café Aromis 8000 Series
- เมนูเครื่องดื่ม: 50 รายการ (ร้อนและเย็น)
- ระบบกันเสียงขั้นสูง ลดระดับเดซิเบลขณะทำงานลงอย่างมีนัยสำคัญ
- คาราฟนมแยกออกจากตัวเครื่อง, ล้างได้ในถังล้างจาน
- เชื่อมต่อ Wi‑Fi/Bluetooth พร้อมแอป AI ช่วยปรับการสกัดตามรสชาติ
- Philips Baristina
- ขนาดคอมแพ็กท์ที่สุดของ Philips ในปี 2026
- ระบบบดอัตโนมัติและตักช็อตอัตโนมัติ เพียงกดหนึ่งครั้ง
- ไม่มีฟังก์ชั่นสตีมนมในรุ่นพื้นฐาน, มีอุปกรณ์เสริม Baristina Latte
- Meraki Espresso Machine Gen 2
- ดีไซน์หรูหราพร้อมพื้นผิวซาติน, โครเมียมและไม้
- ระบบชั่งน้ำหนักในตัวใต้หัวบดและกลุ่มสกัด
- Dual boiler สำหรับเอสเปรสโซ่และนมพร้อมกันโดยไม่สูญเสียแรงดัน
Analysis
จากการทดสอบพบว่า Philips Café Aromis มุ่งเน้นประสบการณ์ผู้ใช้ที่ครบวงจร ทั้งเมนูหลากหลาย การทำความสะอาดง่าย และระบบ AI ที่ปรับค่าการสกัดให้เหมาะกับเมล็ดกาแฟส่วนบุคคล แม้ราคาจะสูงกว่ารุ่นอื่น แต่คะแนนเต็ม 5 ดาวบ่งชี้ว่าความคุ้มค่าอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคพิจารณาได้
Philips Baristina แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของตลาดสู่ความเป็นมินิมัลและราคาที่เข้าถึงได้ การทำงานอัตโนมัติโดยไม่มีส่วนประกอบซับซ้อนมากนัก ทำให้การบำรุงรักษาง่ายกว่าเครื่องเอสเปรสโซ่อัตโนมัติทั่วไป แม้จะขาดฟังก์ชั่นสตีมนม แต่ความยืดหยุ่นของอุปกรณ์เสริม Baristina Latte ช่วยเติมเต็มช่องว่างนั้นได้
ส่วน Meraki Espresso Machine Gen 2 นำเสนอแนวคิด “มืออาชีพที่บ้าน” โดยการผสมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และระบบสองหม้อเข้ากับดีไซน์ระดับพรีเมียม แม้จะต้องใช้พื้นที่มากและมีราคาอยู่ในระดับสูง แต่คุณลักษณะเช่นระบบชั่งน้ำหนักในตัวและความสามารถสตีมนมต่อเนื่องทำให้เครื่องนี้เหมาะกับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากได้รสชาติเอสเปรสโซ่แบบบาริสต้าโดยไม่ต้องออกจากบ้าน
Impact
ผลการทดสอบของ TechRadar มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการเลือกซื้อของกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจย้ายจากเครื่องกาแฟแคปซูลไปสู่ระบบ bean‑to‑cup การมีข้อมูลเปรียบเทียบฟังก์ชั่นเช่น AI‑assist, ระบบทำความสะอาดง่าย และ dual boiler จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้ตามลักษณะการใช้งานและงบประมาณของตน
ในระดับตลาด เครื่อง Philips ยังคงครองส่วนแบ่งใหญ่ เนื่องจากเครือข่ายบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ส่วน Meraki แสดงให้เห็นว่าตลาดเครื่องทำกาแฟระดับมืออาชีพกำลังเติบโต โดยมีผู้ใช้พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์คุณภาพสูงและดีไซน์หรูหรา การทดสอบครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงการแยกตัวของผลิตภัณฑ์ตามระดับราคาและความต้องการฟีเจอร์เฉพาะ
Summary
TechRadar ให้คะแนนเต็มแก่ Philips Café Aromis 8000 Series และ Philips Baristina, พร้อมให้คะแนน 4.5 ดาวกับ Meraki Espresso Machine Gen 2 ซึ่งแต่ละเครื่องตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของฟังก์ชั่น AI, ความสะดวกในการทำความสะอาด หรือประสิทธิภาพการสตีมนม การทดสอบนี้ช่วยชี้นำผู้บริโภคไทยให้เลือกเครื่องเอสเปรสโซ่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของตนได้อย่างมีข้อมูล.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- I'm a certified barista, and these are the best 3 espresso machines I've tested so far this year — and the only ones genuinely worth your kitchen counter space
- ผู้เขียน
- Cat Ellis
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:00



