TikTok ทดลองเครื่องมือจับ AI Likeness ลดการแพร่กระจาย Deepfake

ที่มาภาพ: The Verge

AI-อ่าน 5 นาทีThe Verge

TikTok ทดลองเครื่องมือจับ AI Likeness ลดการแพร่กระจาย Deepfake

⚡ สรุป 30 วิ

TikTok กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่สแกนคอนเทนต์เพื่อระบุการใช้ AI สร้างภาพหรือวิดีโอแบบ Deepfake. ผู้สร้างต้องยืนยันตัวตนผ่าน Jumio แล้วส่งรายงานเมื่อพบสิ่งสงสัย…

TikTok เริ่มทดสอบเครื่องมือใหม่ที่ช่วยตรวจจับ AI likeness หรือการเลียนแบบด้วยปัญญาประดิษฐ์และเปิดให้ผู้สร้างคอนเทนต์รายงานผลได้โดยสมัครใจ รายการนี้ถูกพบเห็นครั้งแรกจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสังคมออนไลน์ Matt Navarra และถือเป็นความพยายามของแพลตฟอร์มในการจัดการกับปัญหา “deepfake” ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Overview

TikTok ยืนยันว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทดสอบ เครื่องมือตรวจจับ AI likeness กับผู้สร้างบางส่วนในสหรัฐอเมริกา ผู้ใช้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมต้องยอมรับการใช้งานแบบ opt‑in ก่อนจึงจะสามารถสแกนคอนเทนต์ของตนเองเพื่อค้นหาภาพหรือวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI ได้ การรายงานผลจะส่งตรงไปยังทีมตรวจสอบของ TikTok เพื่อทำการประเมินต่อไป

How the Tool Works

เครื่องมือนี้ออกแบบให้สแกนคอนเทนต์ในรูปภาพและคลิปวีดีโอโดยอัตโนมัติ เพื่อตรวจหาลักษณะเฉพาะที่บ่งชี้ว่าเป็นการสร้างด้วยโมเดล AI เช่น การประมวลผลใบหน้าแบบไม่ธรรมชาติหรือความละเอียดของพื้นผิวที่ผิดปกติ หากระบบตรวจพบสิ่งสงสัย ผู้สร้างสามารถคลิกเพื่อส่งรายงานให้ TikTok พิจารณา

ขั้นตอนนี้ยังคงอยู่ในระยะทดลองและอาจมีการปรับแต่งอัลกอริธึมตามผลตอบรับจากผู้ใช้ การทำงานของระบบไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งหมด เนื่องจากเป็นข้อมูลภายในที่ TikTok ถือเป็นความลับทางการค้า

Comparison with YouTube

YouTube เพิ่งเปิดตัวเครื่องมือคล้ายกันให้กับผู้ใช้วัยผู้ใหญ่ทุกคนแล้ว ซึ่งแตกต่างจาก TikTok ที่ยังจำกัดการทดลองอยู่เฉพาะกลุ่มผู้สร้างในสหรัฐฯ เท่านั้น ทั้งสองแพลตฟอร์มมีจุดประสงค์ร่วมคือการลดปริมาณคอนเทนต์ deepfake ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือใช้เป็นเครื่องมือปลอมแปลง

แม้ว่าฟังก์ชันพื้นฐานจะคล้ายคลึงกัน แต่ YouTube ให้บริการแบบเปิดเผยต่อสาธารณะมากกว่า ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถตรวจสอบคอนเทนต์ที่ตนเองเห็นได้โดยตรง ขณะที่ TikTok ยังคงใช้โมเดลการรายงานจากผู้สร้างเป็นหลัก

Privacy & Verification Process

เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ผู้สร้างที่ต้องการเข้าร่วมการทดสอบจะต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนกับบริษัทภายนอกชื่อ Jumio ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

  • การสแกนเซลฟี่แบบเรียลไทม์
  • ตรวจสอบเอกสารประจำตัวประชาชนหรือพาสปอร์ต

ตามที่ผู้แทน TikTok สหรัฐอเมริกา Zachary Kizer ให้ข้อมูลกับ The Verge “**TikTok does not retain ID documents, and facial information…” ซึ่งหมายความว่าข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกจัดเก็บโดยบริษัทหลังการตรวจสอบเสร็จสิ้น

Potential Impact

หากเครื่องมือนี้ประสบความสำเร็จ การทำให้ผู้สร้างสามารถระบุตัว AI likeness ได้อาจเป็นก้าวแรกในการลดการกระจายของ deepfake บนโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความไว้วางใจของผู้ใช้ต่อคอนเทนต์ที่เผยแพร่บน TikTok อย่างไรก็ตาม การต้องยืนยันตัวตนด้วยเอกสารอาจทำให้บางคนลังเลเข้าร่วม เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว

อีกมุมหนึ่งคือการที่แพลตฟอร์มหลายแห่งเริ่มพัฒนาเครื่องมือคล้ายกัน แสดงถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่จะบังคับใช้มาตรฐานตรวจสอบ AI อย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อกฎระเบียบของรัฐบาลและองค์กรกำกับดูแลในอนาคต

Summary

TikTok กำลังทดสอบเครื่องมือ AI likeness detection ที่ให้ผู้สร้างคอนเทนต์สแกนและรายงานการใช้ AI บนแพลตฟอร์ม โดยต้องยืนยันตัวตนผ่าน Jumio และไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล หลังจากที่ YouTube เปิดให้บริการแบบเดียวกันแล้ว การทดลองนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่ในการจัดการกับ deepfake ในวงการสื่อออนไลน์.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
TikTok is testing an AI likeness detection tool
ผู้เขียน
Jay Peters
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
18 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:34

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ละทิ้ง Google Voice Control ย้ายไปใช้ Home Assistant แบบออฟไลน์เพื่อความเร็วและความเป็นส่วนตัวAI
30 มิถุนายน 2569 เวลา 00:30

ละทิ้ง Google Voice Control ย้ายไปใช้ Home Assistant แบบออฟไลน์เพื่อความเร็วและความเป็นส่วนตัว

ผู้เขียนยกเลิก Google Voice Control เนื่องจากความล่าช้าและความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว แล้วย้ายไปใช้ Home Assistant พร้อมโมดูลออฟไลน์เช่น Rhasspy…

XDA Developers8 นาที
Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่น Kylie Jenner ราคา $399 พร้อมฟีเจอร์ AI และกล้อง 12MPAI
28 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30

Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่น Kylie Jenner ราคา $399 พร้อมฟีเจอร์ AI และกล้อง 12MP

Meta เปิดตัวแว่นตา AI รุ่นพิเศษร่วมกับ Kylie Jenner ที่มีฟังก์ชันกล้อง 12 MP, คำสั่งเสียงและการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ราคาตั้งแต่ $399.…

Mashable Tech7 นาที
Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลอง 35 ปี Sonic พร้อมข้อตกลงฝึก AI ทำให้แฟนเกมกังวลAI
27 มิถุนายน 2569 เวลา 23:00

Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลอง 35 ปี Sonic พร้อมข้อตกลงฝึก AI ทำให้แฟนเกมกังวล

Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลองครบรอบ 35 ปี Sonic ให้ผู้เล่นลงทะเบียนและยอมรับเงื่อนไขการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อฝึก AI ของบริษัท…

GamesRadar6 นาที
รายงาน 2026: AI เสริมความเกลียดชังต่อชุมชน LGBTQ อย่างต่อเนื่องAI
19 มิถุนายน 2569 เวลา 22:30

รายงาน 2026: AI เสริมความเกลียดชังต่อชุมชน LGBTQ อย่างต่อเนื่อง

GLAAD รายงานว่า AI ยังคงเผยข้อมูลเท็จและกรองเนื้อหาอย่างผิดพลาดต่อกลุ่ม LGBTQ ทำให้เกิดอคติ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและสิทธิพื้นฐานของผู้ใช้ที่เปราะบาง

Mashable Tech7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!