
ที่มาภาพ: TechRadar
โดรนยูเครนทำลายยานเกราะสหรัฐในสนามฝึกอย่างรวดเร็วต้องรีเซ็ตใหม่
⚡ สรุป 30 วิ
การฝึก Combined Resolve ในเยอรมนีทำให้ทิมโดรนยูเครนสามารถทำลายยานเกราะของสหรัฐได้ภายในไม่กี่วินาที ต้องนำอุปกรณ์ที่เสียกลับมาทดแทนทันที…
การฝึกยุทธการ Combined Resolve ที่จัดขึ้นในเยอรมนีช่วงเมษายน‑พฤษภาคม 2026 ทำให้กองพลเกราะของสหรัฐถูกยับยั้งโดยทีมโดรนของยูเครนอย่างรวดเร็วจนต้อง “รีสปอว์” ยานศักลักษณ์ที่เสียหายกลับเข้าสู่สนามฝึกใหม่ การเกิดเหตุครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าและประสิทธิภาพของระบบ Unmanned Systems ของยูเครน รวมทั้งบ่งบอกถึงช่องโหว่ของกองทัพ NATO ที่ยังต้องพัฒนากลยุทธ์ต่อสู้กับภัยคุกคามจากอากาศไร้คนขับ
Overview
การฝึก Combined Resolve มีเป้าหมายเพื่อจำลองสถานการณ์สงครามที่โดรนเป็นส่วนสำคัญของสนามรบ การปะทะระหว่างกองพลเกราะของสหรัฐและทีมโดรนยูเครนทำให้ผู้สังเกตเห็นว่ากลไกการทำลายยานโดย “บันทึกการฆ่า” (recording a kill) ทำได้เร็วจนต้องนำอุปกรณ์ที่ถูกทำลายกลับเข้ามาใหม่เหมือนในเกมคอมพิวเตอร์ การทดลองนี้ไม่ได้ใช้กระสุนจริง แต่กำหนดให้โดรนบินเหนือเป้าหมายเพียงพอเพื่อยืนยันว่าการทำลายสำเร็จ
ผลการฝึกแสดงให้เห็นว่า Ukrainian drones สามารถทำภารกิจทำลายได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ แม้ว่ากองทัพสหรัฐจะมีประสบการณ์ใช้โดรนระยะไกลในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย แต่ผลลัพธ์ในการป้องกันการโจมตีจากอากาศไร้คนขับยังคงผสมผสานกันระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลว
Exercise Details
สนามฝึกตั้งอยู่ในเขตทหารของเยอรมนีที่จัดเตรียมเป็นพื้นที่จำลองการต่อสู้แบบผสมผสาน ระยะเวลาฝึกรวมสองสัปดาห์โดยมีหน่วยกองพลเกราะจากฐาน Fort Hood ของสหรัฐเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีทีมฝึกจากยูเครนที่รับบทเป็นผู้โจมตีและในบางช่วงก็เปลี่ยนฝ่ายเพื่อช่วยสหรัฐทำการโจมตีด้วยโดรนของตนเอง
การบันทึกการ “ฆ่า” ทำโดยเจ้าหน้าที่สังเกตร่วมกับระบบวิดีโอ เมื่อโดรนหยุดค้างเหนือยานศักลักษณ์เป็นเวลาที่กำหนด ระบบจะถือว่าเกิดการทำลายและอุปกรณ์นั้นต้องถูกส่งกลับเข้าสู่สนามฝึกใหม่ การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้ฝึกต้องปรับแผนการต่อสู้หลายครั้งตลอดระยะเวลาการฝึก
Ukrainian Drone Performance
ทีมโดรนของยูเครนใช้เทคโนโลยี electronic warfare ควบคู่กับระบบนำทางอัตโนมัติที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความเร็วในการเข้าสู่เป้าหมายและการบันทึก “kill” ทำได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที การทำเช่นนี้ทำให้ผู้สังเกตเห็นว่าการตอบโต้ของกองทัพสหรัฐต้องอาศัยเวลาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
ยิ่งไปกว่านั้น ยูเครนได้ผสมผสานการใช้โดรนกับระบบป้องกันไซเบอร์ ทำให้สามารถขัดขวางการสื่อสารและข้อมูลของศัตรูในระยะเวลาเดียวกัน การดำเนินงานดังกล่าวทำให้ Ukrainian drones กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การต่อสู้ของยูเครนในการสงครามกับรัสเซีย และได้พิสูจน์ว่าตนเองเป็น “ผู้บุกเบิก” ด้านการผสมผสาน Unmanned Systems กับ electronic warfare
US Response & Adaptation
เมื่อเริ่มแรกกองทัพสหรัฐพบว่าอุปกรณ์ของตนถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติตามผลการประเมินโดยมุ่งเน้นที่สามประเด็นสำคัญ:
- Camouflage เร็วขึ้นและมีการกระจายสีให้สอดคล้องกับภูมิประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากโดรน
- การ dispersal ของยานศักลักษณ์ให้อยู่ห่างกันมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทำลายหลายคันพร้อมกัน
- การใช้ **electronic counter‑measures (ECM) เพื่อขัดขวางสัญญาณควบคุมและระบบนำทางของโดรน
ตามรายงานของ *Wall Street Journal* แสดงให้เห็นว่าในช่วงสุดท้ายของการฝึก กองทัพสหรัฐสามารถลดอัตราการถูกทำลายลงอย่างมีนัยสำคัญ และผู้สังเกตหลายคนบันทึกว่ามี “การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่น” หลังจากได้เรียนรู้เทคนิคเหล่านี้
Wider NATO Implications
ผลของการฝึกครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงกองทัพสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากหน่วยอื่นๆ ของ NATO ที่ร่วมฝึกกับยูเครนในปี 2026 เช่น สหราชอาณาจักร, เอสโตเนีย และ สวีเดน ต่างก็พบว่าตัวเองถูก “แซงหน้า” โดยเทคโนโลยีโดรนของยูเครนเช่นเดียวกัน
- สหราชอาณาจักรรายงานว่าการป้องกันจากโดรนในสนามฝึกมีประสิทธิภาพต่ำกว่า 50 %
- เอสโตเนียต้องพึ่งพา electronic warfare ของพันธมิตรเพื่อทำการขัดจังหวะสัญญาณควบคุมของยูเครน
- ฝ่ายสวีเดนที่นำทีม NATO ไปฝึกกับโดรนยูเครนก็พบว่าการกระจายอุปกรณ์และการซ่อนตัวไม่เพียงพอ
ความล้มเหลวดังกล่าวทำให้ผู้นำระดับสูงใน NATO เริ่มเร่งดำเนินการทบทวนแนวทางการฝึกและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโดรนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่มีความเร็วและความแม่นยำเพิ่มขึ้น
Analysis
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารอากาศไร้คนขับ การฝึก Combined Resolve ทำหน้าที่เป็น “สนามทดลอง” ที่เปิดเผยช่องโหว่สำคัญของกองกำลัง NATO ในยุคที่ drone warfare กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้ ความสามารถของยูเครนในการทำลายอุปกรณ์โดยไม่ต้องใช้กระสุนจริง แสดงให้เห็นว่าการรวมระบบ electronic warfare, การนำทางอัตโนมัติ และการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ สามารถสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์อย่างมีนัยสำคัญ
การที่กองทัพสหรัฐและพันธมิตรต้อง “รีสปอว์” ยานศักลักษณ์กลับเข้าสู่สนามฝึกหลายครั้ง ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณว่าต้องพัฒนาวิธีการซ่อนตัวและการกระจายยานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการสร้างระบบ counter‑drone ที่สามารถตรวจจับ ยับยั้ง และทำลายโดรนศัตรูได้ในระยะต้นของการโจมตี
สุดท้าย การกล่าวอ้างของ *Air Force General Alexus Grynkewich* ว่า “คุณไม่สามารถฝึกแบบนี้ในสหรัฐ” สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างด้านประสบการณ์ภาคสนามระหว่างประเทศ NATO ที่ยังคงพึ่งพาการฝึกในสถานที่จำลอง ขณะที่ยูเครนได้เรียนรู้จากการต่อสู้จริงบนพื้นดิน การร่วมมือและการแลกเปลี่ยนบทเรียนเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความพร้อมของ NATO ต่อภัยคุกคามจากโดรนในอนาคต
Summary
การฝึก Combined Resolve เผยให้เห็นว่า Ukrainian drones สามารถทำลายกองพลเกราะสหรัฐได้อย่างรวดเร็วจนต้อง “รีสปอว์” ยานศักลักษณ์กลับเข้าสู่สนามฝึกใหม่ การตอบโต้ของสหรัฐโดยเพิ่มการซ่อนตัว, กระจายยานและใช้ electronic counter‑measures ทำให้ประสิทธิภาพในการรับมือดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อ NATO ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากลยุทธ์และเทคโนโลยีป้องกันโดรนเพื่อรักษาความได้เปรียบในสนามรบแห่งอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Ukrainian drones disabled US armor brigade in simulated warfare 'so quickly' that they had to respawn the equipment
- ผู้เขียน
- Christian Cawley
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 15 สิงหาคม 2569 เวลา 06:25



