
ที่มาภาพ: TechRadar
กองทัพสหรัฐค้นหา NGCM ขีปนาวุธต่อต้านโดรนน้อย เพิ่มระยะต่อสู้และความเร็ว
⚡ สรุป 30 วิ
สหรัฐกำลังพัฒนา Missiles NGCM เพื่อทำลายโดรนขนาดเล็กภายในห้าวินาที พร้อมระยะดักจับ 6‑25 กม. ระบบจะผสานกับ Coyote Launcher ทั้งแบบคงที่และเคลื่อนที่.
สหรัฐอเมริกาประธานากำลังมองหา Missile NGCM (Next Generation C‑sUAS Missile) ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำลายโดรนขนาดเล็กและเพิ่มระยะการต่อสู้ของระบบต่อต้านยานบินไร้คนขับ ปฏิบัติการนี้สำคัญเพราะศัตรูที่ใช้โดรนในสนามรบกำลังเพิ่มความซับซ้อน ทำให้กองทัพต้องมีอาวุธตอบโต้ที่รวดเร็วและครอบคลุมระยะไกลยิ่งขึ้น
Overview
กองทัพสหรัฐเปิดการค้นหา NGCM เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างระบบ Coyote ปัจจุบันกับความต้องการของสนามรบยุคใหม่ ตามเอกสาร “Sources Sought” ของกระทรวงกลาโหม ระยะเวลาที่สำคัญคือให้จรวดออกจากตัวยิงภายใน ห้าวินาที หลังคำสั่งไฟร์ เมื่อศัตรูส่งโดรนเข้ามา
ข้อกำหนดหลักของมิสไซล์รวมถึงการทำลาย Group 2 drones เช่น Boeing ScanEagle (น้ำหนัก 21‑55 ปอนด์) ที่บินต่ำกว่า 3,500 ฟุต และเร็วไม่เกิน 250 น็อต รวมถึง Group 3 drones อย่าง Insitu RQ‑21 Blackjack (น้ำหนัก <1,320 ปอนด์) บนความสูงไม่เกิน 18,000 ฟุต ความเร็วเดียวกัน การออกแบบจึงต้องคงประสิทธิภาพทั้งในระดับต่ำและกลางของสนามรบ
Requirements
ตามเงื่อนไขเริ่มต้น มิสไซล์ NGCM ต้องสามารถดักจับโดรนที่ความสูง 6 กม. และระยะ 16 กม. ขณะนี้ยังมีเป้าหมายระยะไกลกว่า 25 กม. ที่ระดับ 8 กม. เพื่อรองรับการปฏิบัติการณ์ในอนาคต ระบบนำทางต้องอาศัย radar seeker** ทำให้สามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายต่อสู้ด้านอากาศที่มีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ มันยังต้องเข้ากันได้กับ Coyote Launcher โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนมากนัก ทั้งนี้เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานที่กองทัพตั้งไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Sentinel A3/A4, LTAMDS หรือเรดาร์ TPQ‑53 การบูรณาการเช่นนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
Integration & Architecture
การออกแบบ NGCM ให้สอดคล้องกับระบบ Coyote Launcher แสดงให้เห็นว่ากองทัพต้องการ ขยายระยะและความเร็ว ของอาวุธที่มีอยู่โดยไม่สร้างแพลตฟอร์มใหม่ ระบบจะถูกติดตั้งในสองรูปแบบหลัก
- แบบคงที่ (fixed‑site) ใช้เซนเซอร์ต่าง ๆ รวมกันเพื่อเฝ้าระวังศัตรูอย่างต่อเนื่อง
- แบบเคลื่อนที่ (mobile) ติดบนยานยนต์เชิงรุก สามารถทำงานได้ทั้งขณะหยุดนิ่งและเคลื่อนที่
โครงสร้างนี้ช่วยให้กองทัพสามารถปรับตำแหน่งตามสภาพสนามรบได้อย่างรวดเร็ว และยังคงใช้ประโยชน์จากเครือข่ายตรวจจับแบบรวมศูนย์เดิมอยู่แล้ว
Procurement & Timeline
กระทรวงกลาโหมกำหนดให้ผู้รับจ้างส่งข้อเสนอภายใน 20 สิงหาคม นี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความสามารถของ NGCM ทั้งนี้ คาดว่าระดับ Technology Readiness Level 7 จะต้องได้รับการทดสอบโดยต้นปีงบประมาณ 2027
ต่อจากนั้น บริษัทผู้ผลิตจะต้องจัดหา 50 ลูก สำหรับการประเมินการปฏิบัติงานก่อนต้นปี 2028 ก่อนที่การสั่งซื้อในระดับมหาศาลจะเริ่มขึ้น ตามแผนกองทัพคาดว่าจะสั่งซื้อ 5,000 ลูก ภายในช่วงต่อไปโดยตั้งเป้าราคาที่ ไม่เกิน $150,000 ต่อชิ้น
Cost & Comparison
ค่าใช้จ่ายของ NGCM ถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามิสไซล์ป้องกันอากาศระดับสูงอย่าง Patriot ที่มีราคาประมาณ $4 ล้านต่อหัว อย่างมาก แต่ก็ยังสูงกว่าโดรนแบบ Shahed‑136 ของอิหร่านซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ $35,000 ต่อเครื่อง
- NGCM: ≤ $150,000/ลูก
- Patriot interceptor: ≈ $4 M/หัว
- Shahed‑136 drone: ≈ $35,000/เครื่อง
ดังนั้น แม้ NGCM จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในเชิงปฏิบัติการต่อสู้กับโดรนจำนวนมาก แต่ก็ยังต้องพิจารณาเทคโนโลยีเสริมอย่าง laser หรือ microwave ที่อาจมีต้นทุนต่อต่อการทำลายต่ำกว่าเมื่อเงื่อนไขทางสภาพอากาศเอื้อตรงกัน
Analysis
การมุ่งเน้นพัฒนามิสไซล์ที่สามารถบรรทุกได้บนแพลตฟอร์ม Coyote แสดงให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐกำลังทำ “incremental upgrade” ของระบบต่อสู้ด้านอากาศโดยไม่สร้างความซับซ้อนใหม่ การตอบสนองเร็วภายในห้าวินาทีและระยะการดักจับที่เพิ่มขึ้นเป็นการแก้ไขจุดอ่อนของระบบเดิมที่มักต้องใช้เวลานานในการทำลายโดรนขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ NGCM จะพึ่งพาการบูรณาการกับเซ็นเซอร์หลายประเภทและเครือข่ายเรดาร์ระดับสูง หากโครงสร้างเหล่านี้ยังไม่พร้อมหรือมีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร การใช้งานจริงอาจไม่สามารถทำให้เกิดประสิทธิภาพตามที่คาดหวังได้ นอกจากนี้ ราคา $150,000 ต่อหัวแม้จะต่ำกว่า Patriot แต่ก็ยังสูงเมื่อเทียบกับความเป็นไปได้ของ swarm drone ที่อาจถูกใช้ในจำนวนมาก ทำให้ต้องพิจารณาแนวทางเสริมเช่น laser หรือ microwave อย่างต่อเนื่อง
Summary
กองทัพสหรัฐเปิดโครงการค้นหา NGCM เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากโดรนโดยมุ่งเพิ่มระยะและความเร็วของการยิงภายในห้าวินาที การบูรณาการกับระบบ Coyote Launcher ทำให้โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว แม้ราคาต่อหัวจะต่ำกว่ามิสไซล์ระดับสูง แต่ยังคงต้องพิจารณาความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถของโดรนแบบฝูงและเทคโนโลยีเสริมอื่น ๆ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- US Army is hunting for surface-to-air missiles able to take down small drones
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 9 สิงหาคม 2569 เวลา 06:40



