
ที่มาภาพ: TechRadar
สหรัฐอเมริก่าเปิดเผยกลุ่มแฮกเกอร์จีนเจาะระบบหลายหน่วยงานรัฐบาลรวม NASA และ Federal Reserve
⚡ สรุป 30 วิ
สหรัฐบอกว่ากลุ่มแฮกเกอร์จีนได้เจาะระบบของ NASA, Federal Reserve, ศาลและหน่วยงานอื่น ๆ ผ่าน botnet ขนาดใหญ่ การโจมตีเป็นภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ.
การเปิดเผยของสหรัฐอเมริกาบ่งชี้ว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐจีนได้เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของหลายหน่วยงานรัฐบาลรวมถึง NASA, Federal Reserve, และ U.S. Senate รายละเอียดเหล่านี้เผยให้เห็นการใช้บอทเน็ตขนาดใหญ่เพื่อซ่อนแหล่งกำเนิดของการโจมตี ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐ
Overview
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวจีนที่ทำงานภายใต้ชื่อ QTFY ตามข้อมูลจากเอกสารศาลเขตใต้ของแคลิฟอร์เนีย กลุ่มนี้ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทเทคโนโลยี Nanjing Xinjiuwei Network Technology Company เพื่อพัฒนาและดำเนินการบริการแฮ็กที่เรียกว่า QScan และ QTRouter ระบบเหล่านี้ทำหน้าที่สแกนอุปกรณ์ IoT ที่ไม่ได้รับการปกป้องและเปลี่ยนเป็นพร็อกซีเพื่อให้การโจมตีเข้าสู่เครือข่ายขององค์กรโดยไม่เปิดเผยแหล่งที่มา
การบุกเข้าไปในระบบของรัฐบาลสหรัฐได้ถูกตรวจพบผ่านกระบวนการตรวจสอบของสำนักงานกิจการสาธารณะ (Office of Public Affairs) ของกระทรวงยุติธรรมและ FBI ซึ่งระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีจากจีนเข้าถึงบอทเน็ตและแพลตฟอร์มการแฮ็กที่เสียหาย
Breached Agencies
ตามรายงานของสหรัฐหลายหน่วยงานถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายของ “การเจาะระบบคอมพิวเตอร์” ได้แก่
- NASA – หน่วยงานอวกาศแห่งชาติที่ดูแลโครงการสำรวจและวิจัยด้านอากาศยาน
- Federal Reserve – ธนาคารกลางสหรัฐซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงิน
- Department of Energy – ดูแลพลังงานและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงข่ายไฟฟ้า
- Department of Justice และ Federal Bureau of Investigation – หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลักของสหรัฐ
นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า Department of Health and Human Services, National Institutes of Health, และ U.S. Senate ถูกแฮ็กเกอร์เจาะเข้าถึงข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ของตนด้วย การที่หลายหน่วยงานสำคัญถูกโจมตีพร้อมกันทำให้เกิดความกังวลต่อการปกป้องข้อมูลระดับชาติอย่างเร่งด่วน
Botnet Operations
บริการ QScan ทำหน้าที่สแกนอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT) ที่มีช่องโหว่แล้วติดตั้งมัลแวร์เพื่อให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบอท เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จำนวนมหาศาล การสร้างพร็อกซีหลายชั้นจึงทำให้การสืบหาต้นทางของการโจมตีเป็นเรื่องยากต่อผู้ตรวจสอบ
QTRouter ทำงานร่วมกับ QScan เพื่อเปลี่ยนเส้นทางข้อมูลผ่านอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งมัลแวร์เหล่านั้น โดยใช้เทคนิค “proxy chaining” ซึ่งทำให้การจราจรอินเทอร์เน็ตดูเหมือนมาจากตำแหน่งอื่น การผสมผสานของสองบริการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเข้าถึงระบบภายในโดยไม่ถูกตรวจจับ
Disruption Effort
FBI ร่วมกับหน่วยงานไซเบอร์ของศูนย์กลาง San Diego, แผนก Cyber Division และพันธมิตรจากกระทรวงยุติธรรมดำเนินการ “หยุดการทำงาน” ของแพลตฟอร์ม QTFY อย่างเป็นระบบ ผู้บังคับการ FBI Kash Patel ระบุว่า การแบนโดเมนและโครงสร้างพื้นฐานของผู้โจมตีเป็นส่วนหนึ่งของ Cyber Strategy for America ที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี
การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายบอทเน็ตที่ใช้เป็นเครื่องมือซ่อนแหล่งกำเนิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้กับกลุ่มรัฐจีนว่าการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐจะได้รับการตอบโต้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
Impact & Implications
ความล้มเหลวในการปกป้องระบบของหน่วยงานระดับชาติอาจทำให้ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนถูกเปิดเผยหรือเปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการทางวิทยาศาสตร์ การเงิน และการกำกับดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการประเมินใหม่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภาครัฐ
ในระยะยาว สหรัฐอาจต้องเร่งเสริมสร้างกรอบการทำงานด้านไซเบอร์เพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าเดิม ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีจากต่างประเทศใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของเทคโนโลยีเชื่อมต่อที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเพียงพอ
Summary
สหรัฐเปิดเผยว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐจีนได้เจาะระบบหลายหน่วยงานสำคัญโดยใช้บอทเน็ต IoT และบริการ QScan, QTRouter. การดำเนินการหยุดแพลตฟอร์มของ QTFY แสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อเนื่องในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ของประเทศ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- US says Chinese hackers broke into Justice Department, NASA, Federal Reserve, Senate, and more
- ผู้เขียน
- Benedict Collins
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 28 สิงหาคม 2569 เวลา 08:15



