
ที่มาภาพ: PC Gamer
Warframe เติบโตอย่างมหาศาล ขณะที่ Destiny 2 สิ้นสุดการพัฒนา
⚡ สรุป 30 วิ
Destiny 2 ประกาศหยุดพัฒนา ทำให้ผู้เล่นลดลง ส่วน Warframe ของ Digital Extremes ยังคงขยายฐานผู้เล่นต่อเนื่องด้วยอัปเดตสม่ำเสมอและรองรับหลายแพลตฟอร์ม.
Lead: เกมออนไลน์แบบ looter‑shooter Destiny 2 ได้ประกาศยุติการพัฒนาอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใดเกมที่เคยครองตำแหน่งแนวหน้าถึงถึงจบบทบาท ส่วนคู่แข่งสำคัญอย่าง Warframe** ของ Digital Extremes กลับอยู่ในช่วง “การเติบโตอย่างมหาศาล” ตามที่ประธานบริษัท Sheldon Carter กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ PC Gamer
Overview
ตามรายงานของ PC Gamer, Destiny 2 ถูกยกเลิกโดย Bungie หลังจากผู้เล่นจำนวนมากเริ่มลดลง ขณะที่ Warframe ยังคงขยายฐานผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้วงการเกมออนไลน์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มที่คาดไม่ถึง Sheldon Carter บอกว่า “เมื่อ Destiny 2 ประสบความลำบาก เราเห็นโอกาสในการเติบโตของ Warframe”
Warframe เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 และได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่ “เล่นได้ทุกแพลตฟอร์ม” ตั้งแต่เครื่องคอนโซลระดับไฮเอนด์ไปจนถึงโทรศัพท์ Android รุ่นเก่า การสนับสนุนข้ามอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผู้เล่นและทำให้ฐานแฟนคลับกว้างขึ้น
การที่ Destiny 2 สิ้นสุดลงไม่ได้เป็นเพียงผลของตัวเกมเองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแรงงานคนในอุตสาหกรรมที่เคลื่อนย้ายจากทีมหนึ่งไปอีกทีมหนึ่ง Carter ชี้ว่า “นักพัฒนาจำนวนมากที่ทำงานกับ Destiny ได้เข้ามาอยู่ในทีมของเรา ทำให้เราตระหนักถึงกลไกของ looter‑shooter อย่างละเอียด”
Competitive Landscape
การเปรียบเทียบสถิติผู้เล่นแสดงให้เห็นว่าระหว่างปี 2022‑2024 จำนวนผู้เล่นประจำวันของ Destiny 2 ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วน Warframe ยังคงรักษาอัตราการเติบโตโดยเฉพาะในช่วงสองสามปีหลังสุด การลดลงของ Destiny 2 ส่งผลให้หลายสื่อเกมเริ่มมองว่า “Warframe กำลังครอบครองพื้นที่ว่างที่ Bungie ปล่อยไว้”
Sheldon Carter ย้ำว่าความสำเร็จของ Warframe ไม่ได้มาจากการทำตลาดแบบกระตุ้นยอดขายเท่านั้น แต่เกิดจาก “การอัปเดตเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคอมมิวนิตี้” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ผู้เล่นยังคงสนใจต่อเนื่องแม้ในช่วงเวลาที่ตลาดเกมออนไลน์เต็มไปด้วยการแข่งขัน
นอกจากนี้ การทำงานร่วมกับผู้พัฒนาเก่าจาก Destiny 2 ทำให้ Digital Extremes ได้รับมุมมองใหม่เกี่ยวกับการออกแบบระบบ loot และ progression system ที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ของ Warframe อย่างต่อเนื่อง
Development Shifts at Digital Extremes
ประมาณสี่หรือห้าปีก่อน Carter กล่าวว่า ทีมพิจารณาว่า Warframe อาจถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงเริ่มวางแผนสำหรับโครงการใหม่ “Soulframe” ซึ่งเป็นเกมที่มุ่งเน้นแนวเดียวกันกับ Warframe แต่มีสเกลและเรื่องราวใหม่ การเริ่มต้นพัฒนา Soulframe ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหลายด้าน
Carter บอกว่า “เราได้เปลี่ยนโฟกัสในการพัฒนาวิธีการส่งเสริมเกม เราเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เล่นและลดการใช้ทรัพยากรในโปรเจคทดลองที่ไม่มีผลลัพธ์” การปรับตัวนี้ทำให้ Warframe สามารถมุ่งมั่นสู่ “การเติบโตอย่างต่อเนื่องหลายปี” ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทมีงบประมาณและเวลามากพอสำหรับ Soulframe
Soulframe ยังคงอยู่ในช่วง pre‑release แม้จะประกาศเมื่อประมาณสี่ปีที่ผ่านมา การพัฒนาเกมนี้ถือว่าเป็น “การเรียนรู้จากความผิดพลาดเดิม” แต่ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมานั้น Digital Extremes สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าและมีเป้าหมายให้เกมพร้อมปล่อยเมื่อตรงตามมาตรฐานของคอมมิวนิตี้
Business Strategy & Monetisation
Carter ชี้ให้เห็นว่า “ราคาอุปกรณ์สูงขึ้น” หรือที่เรียกกันในวงการว่า “rampocalypse” ทำให้ผู้เล่นหลายคนหันมาหาเกมที่มีค่าใช้จ่ายต่ำหรือฟรี Warframe เป็นเกมที่รองรับทั้ง PS5 Pro และโทรศัพท์ Android รุ่นเก่า ซึ่งทำให้สามารถดึงผู้เล่นจากแพลตฟอร์มหลากหลายได้
การอัปเดตเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่องและระบบ micro‑transactions ที่ออกแบบให้เป็น “fair” ทำให้ Warframe ยังคงรักษาฐานรายได้แม้ในช่วงที่ค่าใช้จ่ายของฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การสนับสนุนหลายแพลตฟอร์มทำให้ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องใหม่เพื่อประสบการณ์เกมคุณภาพสูง
- ขอบเขตการรองรับอุปกรณ์: PS5 Pro, คอนโซลรุ่นเก่า, PC, Android รุ่น 4‑generation ก่อนหน้า
- รูปแบบการทำรายได้: การขายไอเท็มในเกม (cosmetics) และบัตรพิเศษสำหรับคอนเทนท์เพิ่มเติม
- กลยุทธ์ส่งเสริม: เน้นการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับชุมชนและให้ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนอัปเดต
Future Outlook
Warframe ยังคงเป็น “เกมที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ตามคำกล่าวของ Carter ซึ่งหมายถึงทีมจะยังคงพัฒนาเนื้อหาใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ แม้ Soulframe ยังอยู่ในขั้นตอนพรี‑ริลีส การให้เวลาพัฒนาที่เพียงพอและการทำงานอย่างระมัดระวังทำให้ Digital Extremes มีโอกาสที่จะเปิดตัวเกมที่มีคุณภาพสูงโดยไม่ต้องเร่งรีบ
จากมุมมองของอุตสาหกรรม ผู้เล่นและนักลงทุนอาจมองว่า Destiny 2 การยกเลิกเป็นการแสดงถึง “วงจรชีวิตของเกมออนไลน์” ที่ต้องปรับเปลี่ยนตามความนิยม ขณะเดียวกัน Warframe แสดงให้เห็นว่าการเน้นคอมมิวนิตี้และการอัปเดตต่อเนื่องสามารถทำให้เกมอยู่ในตลาดได้หลายปีโดยไม่เสียตำแหน่ง
Summary
Warframe ของ Digital Extremes ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้คู่แข่งหลัก Destiny 2 จะหยุดพัฒนา การเปลี่ยนโฟกัสของทีมไปสู่ Soulframe ร่วมกับกลยุทธ์การสนับสนุนหลายแพลตฟอร์มและการทำรายได้ที่ยั่งยืน ทำให้เกมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของตลาด looter‑shooter ในช่วงเวลานี้.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- As Destiny 2 is laid to rest, Warframe is experiencing 'massive growth,' studio boss says
- ผู้เขียน
- Andy Chalk
- แหล่ง
- PC Gamer
- วันที่เผยแพร่
- 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:19



