ตรวจสอบเครื่องมือสำรองข้อมูลใน Windows: ใช้งานได้ดีแม้ไม่มีอัปเดตใหม่

ที่มาภาพ: XDA Developers

Cloud-อ่าน 8 นาทีXDA Developers

ตรวจสอบเครื่องมือสำรองข้อมูลใน Windows: ใช้งานได้ดีแม้ไม่มีอัปเดตใหม่

⚡ สรุป 30 วิ

Windows มีเครื่องมือสำรองข้อมูลสามแบบคือ File History, Backup and Restore, และ Windows Backup ผ่าน OneDrive แม้ Microsoft จะหยุดพัฒนา Backup and Restore…

Windows มีเครื่องมือสำรองข้อมูลหลายประเภทที่ถูกฝังมาในระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Windows 7 จนถึง Windows 11 แต่หลายคนมองว่าเครื่องมือเหล่านี้ล้าสมัยและไม่น่าสนใจ จน Microsoft ประกาศหยุดพัฒนาและเตรียมยกเลิกฟีเจอร์ Backup and Restore อย่างเป็นทางการ ในขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดตัวโซลูชัน Windows Backup ที่ทำงานบนคลาวด์ผ่าน OneDrive บทความนี้จะสรุปผลการทดสอบเครื่องมือสำรองข้อมูลที่มาพร้อมกับ Windows เพื่อพิจารณาว่ามันยังคุ้มค่าที่จะใช้เป็นตัวเลือกหลักหรือไม่

Overview

Windows ให้ผู้ใช้เลือกใช้วิธีสำรองข้อมูลได้หลายแบบ ได้แก่ File History, Backup and Restore (Windows 7) และ Windows Backup ที่เชื่อมต่อกับ OneDrive การหยุดพัฒนา Backup and Restore** ทำให้หลายคนคาดว่าเครื่องมือในระบบจะสูญเสียความสามารถหรือความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนบทความจาก XDA‑Developers ได้ทดลองใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อประเมินประสิทธิภาพจริง

ผลการทดสอบพบว่า แม้เครื่องมือสำรองข้อมูลพื้นฐานของ Windows จะไม่ได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ แต่ยังคงทำหน้าที่พื้นฐานได้อย่างมั่นคง การสำรองข้อมูลครบถ้วนจากระบบทั้งหมด การคืนค่าไฟล์เดี่ยว หรือการสร้างภาพสำรอง (system image) ยังคงทำงานได้โดยไม่มีข้อบกพร่องสำคัญ ทั้งนี้ความง่ายในการตั้งค่าและการบูรณาการกับระบบ Windows ทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโซลูชันของบริษัทภายนอก

Built‑in Backup Tools

Windows มีเครื่องมือสำรองข้อมูลหลักอยู่สามตัวที่ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้

  • File History – ทำการสำรองไฟล์ส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • **Backup and Restore (Windows 7) – รองรับการสร้างภาพสำรองของระบบทั้งหมดและการคืนค่าแบบเต็มรูปแบบ
  • Windows Backup – ใช้ OneDrive เป็นที่จัดเก็บสำรองข้อมูลบนคลาวด์

แต่ละเครื่องมือมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน File History เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสำรองไฟล์อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รองรับการสำรองระบบทั้งหมด Backup and Restore สามารถทำระบบภาพสำรองเต็มรูปแบบได้ แต่การตั้งค่าต้องทำด้วยตนเองและไม่มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ Windows Backup เน้นการบันทึกข้อมูลไปยัง OneDrive ทำให้ผู้ใช้ที่มีพื้นที่คลาวด์เพียงพอสามารถสำรองข้อมูลได้โดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ภายนอก

การทดสอบระบุว่าทั้งสามเครื่องมือนี้ทำงานได้เสถียรเมื่อใช้กับฮาร์ดไดรฟ์ภายในหรืออุปกรณ์จัดเก็บภายนอกที่รองรับไฟล์ระบบ NTFS อย่างเหมาะสม

Microsoft’s Shift to Cloud

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 Microsoft ประกาศว่าจะยุติการอัปเดตและสนับสนุน Backup and Restore อย่างเป็นทางการภายในปีต่อไป นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการย้ายบริการสำรองข้อมูลเข้าสู่คลาวด์ผ่าน OneDrive โดยการรวม Windows Backup เข้ากับระบบบัญชี Microsoft ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรองข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติและเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ใด ๆ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกและลดความซับซ้อนของการสำรองข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางกลุ่มยังคงกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลบนคลาวด์และการพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ต่อเนื่อง การยกเลิก Backup and Restore อาจทำให้ผู้ใช้ที่ไม่มี OneDrive พื้นที่เพียงพอหรือไม่ต้องการใช้บริการคลาวด์ต้องมองหาตัวเลือกจากผู้ให้บริการภายนอก

Testing Results

ในการทดสอบผู้เขียนได้ตั้งค่าการสำรองข้อมูลโดยใช้ File History, Backup and Restore, และ Windows Backup พร้อมกับกำหนดระยะเวลาการสำรองเป็น 24 ชั่วโมงต่อครั้ง ผลลัพธ์สรุปได้ดังต่อไปนี้

  • File History สามารถสำรองไฟล์ส่วนบุคคลได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้พื้นที่บนดิสก์ภายนอกเพียงไม่กี่กิกะไบต์ต่อเดือน
  • Backup and Restore สร้างภาพสำรองของระบบเต็มรูปแบบภายใน 2 – 3 ชั่วโมงสำหรับระบบที่มีข้อมูลประมาณ 150 GB ซึ่งเวลาและอัตราการใช้ทรัพยากรค่อนข้างสูงแต่ยังคงเสถียร
  • Windows Backup ใช้ OneDrive ในการอัปโหลดข้อมูลสำรองทั้งหมด ภายใน 4 ชั่วโมงสำหรับข้อมูลขนาดเดียวกัน การส่งข้อมูลต้องอาศัยความเร็วอินเทอร์เน็ตขั้นต่ำ 20 Mbps เพื่อหลีกเลี่ยงการค้าง

โดยรวมแล้ว เครื่องมือสำรองข้อมูลของ Windows ยังให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับความคาดหวังของผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงเช่นการเข้ารหัสแบบผู้ใช้กำหนดหรือการสำรองข้อมูลแบบแบบ incremental ที่เจาะจงเหมือนในซอฟต์แวร์ของบริษัทภายนอก

User Preference & Market Impact

แม้ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือสำรองข้อมูลของ Windows ทำงานได้ดีพอ แต่ตลาดยังคงเห็นการใช้ Macrium Reflect, Acronis True Image, และ EaseUS Todo Backup อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากซอฟต์แวร์เหล่านี้มักจะมีฟีเจอร์เพิ่มเติมเช่นการสำรองแบบบีบอัดระดับสูง การเข้ารหัสแบบ AES‑256, และการจัดการหลายเครื่องพร้อมกัน

ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกใช้โซลูชันของบริษัทภายนอกเมื่อมีความต้องการต่อไปนี้

  • การสำรองข้อมูลแบบ incremental หรือ differential ที่ลดเวลาการสำรองและใช้พื้นที่น้อยลง
  • การจัดเก็บสำรองในหลายตำแหน่งพร้อมกัน (local + cloud) เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลในที่เดียว
  • การสนับสนุนเทคนิคการกู้คืนระบบจากสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การบูตจากสื่อบูตที่สร้างโดยซอฟต์แวร์

แม้ Microsoft จะมุ่งเน้นการพัฒนาบริการคลาวด์เป็นหลัก แต่การที่ Backup and Restore ยังสามารถทำงานได้ในระบบปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่มี OneDrive หรือไม่ต้องการพึ่งพาคลาวด์ยังคงมีทางเลือกที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Summary

เครื่องมือสำรองข้อมูลที่มาพร้อมกับ Windows ยังคงทำหน้าที่พื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ Microsoft จะหยุดพัฒนา Backup and Restore และผลักดันให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้ Windows Backup บน OneDrive ผู้ใช้ที่ต้องการความง่ายและไม่ต้องการซอฟต์แวร์ภายนอกยังคงมีตัวเลือกที่ใช้งานได้จริง อย่างไรก็ตาม ความต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงและการสำรองข้อมูลแบบหลายตำแหน่งยังคงทำให้โซลูชันของบริษัทภายนอกยังคงเป็นที่นิยมต่อไป.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Your PC already has everything you need to back up Windows, and it's better than you think
ผู้เขียน
Abhishek Kumar Mishra
แหล่ง
XDA Developers
วันที่เผยแพร่
26 มิถุนายน 2569 เวลา 04:30

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google ลดพื้นที่ฟรีเหลือ 5GB สำหรับบัญชีใหม่Cloud
26 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:00

Google ลดพื้นที่ฟรีเหลือ 5GB สำหรับบัญชีใหม่

Google เริ่มทดลองลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลฟรีจาก 15GB เหลือเพียง 5GB สำหรับบัญชีใหม่ในบางภูมิภาค โดยผู้ใช้เก่ายังคงได้รับพื้นที่ 15GB ตามเดิม ผู้ใช้สามารถรับพื้นที่เพิ่มได้หากยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นกลยุทธ์ผลักดันให้สมัครแพ็กเกจ Google One แบบเสียเงิน

Android Authority9 นาที
Microsoft เซ็นสัญญาพลังงานก๊าซ 20 ปี สำหรับศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่เท็กซัสCloud
25 มิถุนายน 2569 เวลา 03:30

Microsoft เซ็นสัญญาพลังงานก๊าซ 20 ปี สำหรับศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่เท็กซัส

Microsoft ตกลงซื้อไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2.67 GW จาก Chevron เป็นเวลา 20 ปี เพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่ Pecos, เท็กซัส พร้อมมาตรการลด NOx…

The Register5 นาที
เปลี่ยนจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing เพื่อซิงค์ไฟล์แบบไม่พึ่งเซิร์ฟเวอร์กลางCloud
22 มิถุนายน 2569 เวลา 00:30

เปลี่ยนจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing เพื่อซิงค์ไฟล์แบบไม่พึ่งเซิร์ฟเวอร์กลาง

ผู้เขียนย้ายจาก Dropbox ไปใช้ Syncthing ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สแบบ peer‑to‑peer ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูล…

XDA Developers6 นาที
EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…Cloud
16 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

EU เปิดแพคเกจอธิปไตยเทคโนโลยี สร้างคลาวด์อิสระและเพิ่มมาต…

คณะกรรมการยุโรปเปิดตัว European Technological Sovereignty Package เพื่อสร้างคลาวด์อิสระ เสริม AI และผลักดันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส…

The Register10 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!