Adobe กับ Disney ร่วมพัฒนา Firefly Foundry AI สำหรับการออกแบบธีมพาร์คยุคใหม่

ที่มาภาพ: TechRadar

AI-อ่าน 8 นาทีTechRadar

Adobe กับ Disney ร่วมพัฒนา Firefly Foundry AI สำหรับการออกแบบธีมพาร์คยุคใหม่

⚡ สรุป 30 วิ

Adobe ได้ร่วมมือกับ Walt Disney Imagineering ใช้เทคโนโลยี Firefly Foundry AI ช่วยศิลปินออกแบบอุโมงค์และโครงการท่องเที่ยวใหม่ โดยไม่ทดแทนมนุษย์…

การร่วมมือระหว่าง Walt Disney Imagineering กับ Adobe เพื่อใช้เทคโนโลยี Firefly Foundry AI ในการออกแบบอุโมงค์สนุกสนานและโครงการท่องเที่ยวระดับต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมกระบวนการสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมบันเทิง โดยมุ่งเน้นให้ AI ทำหน้าที่เสริมการทำงานของศิลปินและนักออกแบบ ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่ช่วยเร่งรัดขั้นตอนและคงคุณภาพเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Disney

Overview

การประกาศความร่วมมือนี้มาจากการที่ Disney Imagineering จะนำบริการ Firefly AI ของ Adobe ไปใช้ในโครงการออกแบบอุโมงค์สนุกสนาน โรงแรม เรือสำราญ และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของบริษัท การทำงานร่วมกันนี้ต่อเนื่องจากความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายทศวรรษระหว่างสององค์กร ซึ่ง Disney ได้ใช้เครื่องมือ Creative Cloud ของ Adobe มาเป็นเวลานานแล้ว

ตามที่ Kyle Laughlin, SVP ของ Disney Imagineering Research & Development ระบุ บริษัทต้องการผู้ร่วมงานที่สามารถพัฒนาโซลูชันที่ “รับผิดชอบ” และสอดคล้องกับลักษณะการทำงานที่ศิลปินเป็นศูนย์กลาง การเลือก Adobe เป็นผลมาจากความเชี่ยวชาญของ Adobe ในการให้บริการ AI ที่ปรับให้เหมาะกับ IP ของ Disney

Adobe ย้ำว่าโซลูชัน AI นี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนการทำงานของมนุษย์ แต่จะทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือช่วยประหยัดเวลา” ที่ทำให้กระบวนการออกแบบเร็วขึ้นโดยยังคงรักษาความต่อเนื่องของภาษาและสไตล์การเล่าเรื่องของ Disney

Collaboration Details

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Firefly Foundry ซึ่งเป็นบริการ AI ที่ออกแบบมาให้ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไม่ใช่แค่บริการแบบสากลเดียวกัน การฝึกโมเดล AI ด้วยข้อมูลของ Disney ทำให้ระบบสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สอดคล้องกับลิขสิทธิ์ของตัวละครและโลกของ Disney ได้อย่างแม่นยำ

การทำงานร่วมกันเริ่มต้นด้วยการให้ Disney ส่งข้อมูลและสเปคของ IP ของตนให้ Adobe เพื่อฝึกโมเดล AI ให้เข้าใจลักษณะศิลปะ การออกแบบตัวละคร และสไตล์การเล่าเรื่องของแต่ละแฟรนไชส์ ตัวอย่างเช่น Mickey & Friends, Frozen, Moana, Lilo & Stitch และ Cars

นอกจากนี้ Adobe ยังมอบสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือพิเศษสำหรับทีมวิจัยและพัฒนาของ Disney ซึ่งรวมถึงการใช้ Sketch‑to‑Image, Custom Image Model, และ 3D Modeling ที่สามารถแปลงภาพ 2 มิติเป็นโมเดล 3 มิติที่พร้อมใช้ในกระบวนการวิศวกรรม

Technical Capabilities

โมเดล AI ที่พัฒนาโดย Adobe มีความสามารถหลายด้านที่ตอบโจทย์การออกแบบอุโมงค์สนุกสนานของ Disney ได้แก่

  • Sketch‑to‑Image: แปลงสเก็ตช์มือวาดเป็นภาพคอนเซ็ปต์ 2 มิติที่เต็มรูปแบบ ช่วยให้ทีมศิลปินสามารถเห็นภาพรวมของแนวคิดได้เร็วขึ้น
  • Custom Image Model: สร้างสรรค์ทรัพย์สินภาพที่สอดคล้องกับลิขสิทธิ์ของ Disney อย่างแม่นยำ ครอบคลุมตัวละครหลักและธีมของหลายแฟรนไชส์
  • 3D Modeling: แปลงภาพ 2 มิติเป็นโมเดล 3 มิติที่ละเอียด สามารถใช้เป็นต้นแบบสำหรับการวางแผนการก่อสร้างและการประสานงานกับทีมวิศวกรรม

เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานบนพื้นฐานของการเรียนรู้เชิงลึกที่ฝึกด้วยข้อมูลภายในของ Disney ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้สอดคล้องกับ “heritage” และ “visual language” ของบริษัท

Strategic Implications

สำหรับ Adobe การได้เป็นผู้ให้บริการ AI แก่ Disney Imagineering ถือเป็นการยืนยันตำแหน่งในตลาด AI เชิงสร้างสรรค์ในขณะที่บริษัทต้องเผชิญกับความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืนของธุรกิจในยุค AI ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือสร้างสรรค์ได้

การร่วมมือครั้งนี้ช่วย Adobe สร้างกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่า Firefly Foundry สามารถปรับใช้กับลูกค้าระดับสูงที่ต้องการการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังเป็นจุดขายสำคัญในการต่อรองกับลูกค้ารายอื่น ๆ ที่มองหาโซลูชัน AI ที่ “รับผิดชอบ” และ “ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมเฉพาะ”

สำหรับ Disney การใช้ AI ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งศิลปิน แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการพัฒนาแนวคิดและการสร้างต้นแบบ ลดระยะเวลาในการนำไอเดียสู่สนามจริง ซึ่งอาจทำให้บริษัทสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ชมได้เร็วขึ้น

ในช่วงเวลาที่ Disney กำลังดำเนินคดีต่อบริษัท AI อย่าง Midjourney สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ของตัวละคร Disney การใช้เทคโนโลยี AI ภายในองค์กรที่ได้รับการฝึกด้วยข้อมูลของตนเองจึงเป็นการลดความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

โดยการควบคุมโมเดล AI ภายในขอบเขตของ Disney ทำให้บริษัทมั่นใจได้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช้ข้อมูลจากแหล่งที่ไม่มีการอนุญาตหรืออาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวทาง “responsibly built” ที่ทั้งสองบริษัทได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมกัน

การดำเนินการเช่นนี้อาจเป็นแบบอย่างให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้าน IP ในยุค AI

Impact

การนำ Firefly Foundry AI มาใช้ในกระบวนการออกแบบอุโมงค์สนุกสนานของ Disney น่าจะเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลานานในการสร้างต้นแบบดั้งเดิม การลดขั้นตอนจากสเก็ตช์ไปสู่โมเดล 3 มิติอาจทำให้โครงการหนึ่งเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้นหลายเดือน

นอกจากนี้ ความสามารถในการสร้างภาพที่สอดคล้องกับ IP ของ Disney อย่างแม่นยำ ยังช่วยให้ทีมการตลาดและการสื่อสารสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์เชิงโฆษณาและประสบการณ์ดิจิทัลได้เร็วขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการดึงดูดผู้ชมและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวในระยะยาว

ในระดับอุตสาหกรรม การร่วมมือแบบนี้อาจเร่งให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ AI ให้ความสำคัญกับการฝึกโมเดลบนข้อมูลที่ได้รับการอนุญาตและคุ้มครองลิขสิทธิ์มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยด้านกฎหมาย

Summary

Adobe และ Disney ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี Firefly Foundry AI เพื่อสนับสนุนการออกแบบอุโมงค์สนุกสนานและโครงการท่องเที่ยวใหม่ ๆ โดยเน้นการใช้ AI เสริมการทำงานของศิลปิน ไม่แทนที่มนุษย์ การร่วมมือนี้เป็นสัญญาณสำคัญของการผสาน AI อย่างรับผิดชอบในอุตสาหกรรมบันเทิงและอาจกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการใช้ AI กับลิขสิทธิ์ในอนาคต.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Adobe and Disney are teaming up to design the next generation of theme park rides with Foundry AI
ผู้เขียน
Rahim Amir
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
30 มิถุนายน 2569 เวลา 06:15

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

AI เป็นทั้งตัวขับเคลื่อนและความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมAI
28 มิถุนายน 2569 เวลา 15:30

AI เป็นทั้งตัวขับเคลื่อนและความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

AI ช่วยให้เครือข่ายโทรคมนาคมเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการรายงานคาร์บอนได้แม่นยำ แต่การฝึกโมเดลที่ต้องการพลังงานสูงอาจเพิ่มการใช้พลังงานและน้ำ…

TechRadar7 นาที
ผู้ก่อตั้ง E! เตือนฮอลลีวูด: เตรียมรับวิดีโอแนวตั้งสั้นเป็นมาตรฐานปี 2030AI
28 มิถุนายน 2569 เวลา 08:00

ผู้ก่อตั้ง E! เตือนฮอลลีวูด: เตรียมรับวิดีโอแนวตั้งสั้นเป็นมาตรฐานปี 2030

Larry Namer ผู้ก่อตั้ง E! ระบุว่าในปี 2030 วิดีโอแนวตั้งสั้นจะเป็นรูปแบบหลักของความบันเทิง และเตือนอุตสาหกรรมให้ปรับการผลิตพร้อมใช้ AI…

Mashable Tech6 นาที
แคลิฟอร์เนียเปิดตัวระบบติดตามผลกระทบการว่างงานจาก AIAI
28 มิถุนายน 2569 เวลา 05:00

แคลิฟอร์เนียเปิดตัวระบบติดตามผลกระทบการว่างงานจาก AI

รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดระบบ California AI‑Unemployment Tracker เพื่อบันทึกและเผยผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน…

Mashable Tech5 นาที
Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลอง 35 ปี Sonic พร้อมข้อตกลงฝึก AI ทำให้แฟนเกมกังวลAI
27 มิถุนายน 2569 เวลา 23:00

Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลอง 35 ปี Sonic พร้อมข้อตกลงฝึก AI ทำให้แฟนเกมกังวล

Sega เปิดเกมสภาพแวดล้อมเสมือนฉลองครบรอบ 35 ปี Sonic ให้ผู้เล่นลงทะเบียนและยอมรับเงื่อนไขการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อฝึก AI ของบริษัท…

GamesRadar6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!