
ที่มาภาพ: TechRadar
Antares ระดมทุน Series C เกือบ $500 ล้าน เพื่อสร้างไมโครรีแอกเตอร์ให้กองทหารสหรัฐ
⚡ สรุป 30 วิ
Antares ระดมทุน Series C มูลค่า $470 ล้านเพื่อพัฒนาไมโครรีแอกเตอร์ Mark‑1 ให้กับกองทหารสหรัฐ ภายในปี 2028 การลงทุนรวม $370 ล้านจากหุ้นและ $100 ล้านเป็นหนี้
Antares บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของสหรัฐ ได้ปิดรอบระดมทุน Series C มูลค่า $470 ล้าน เพื่อเร่งสร้างไมโครรีแอกเตอร์รุ่นใหม่ให้กับกองทหารสหรัฐ ภายใต้คำสั่งผู้บริหารที่กำหนดให้มีเครื่องปฏิกรณ์ทำงานบนฐานทัพภายในประเทศก่อน 30 กันยายน 2568** การระดมทุนครั้งนี้จะสนับสนุนการพัฒนา Mark‑1 ที่คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้จริงในปี 2027 และพร้อมส่งมอบแก่หน่วยทหารในปีต่อไป
Overview
Antares ก่อตั้งในเมืองทอแรนซ์ แคลิฟอร์เนีย มีเป้าหมายหลักคือการให้บริการ SMR (Small Modular Reactor) ให้กับลูกค้าเดียวคือกองทหารสหรัฐ การมุ่งเน้นที่ “military‑first” ทำให้บริษัทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของคำสั่งผู้บริหารที่ออกโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งบังคับให้มีเครื่องปฏิกรณ์ทำงานบนฐานทัพภายในประเทศก่อนปี 2028
การดำเนินงานของ Antares ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยในรอบระดมทุนล่าสุด บริษัทได้รับเงินลงทุน $370 ล้าน จากหุ้นส่วนหลักและ $100 ล้าน ในรูปแบบหนี้สิน การร่วมมือกับผู้จัดการกองทุนเช่น Paradigm และ Caffeinated Capital ทำให้ Antares มีแหล่งทุนที่มั่นคงพอที่จะดำเนินโครงการในระดับชาติได้
Funding Details
รอบระดมทุน Series C นี้มีผู้ลงทุนหลายรายเข้าร่วม นอกจากผู้ร่วมนำรอบอย่าง Paradigm และ Caffeinated Capital ยังรวมถึง Point72 Ventures, Shine Capital, และ Industrious Ventures ตามข้อมูลจาก PitchBook ที่ TechCrunch รายงาน
- $370 ล้าน** ดึงมาจากการออกหุ้น (equity)
- $100 ล้าน** เป็นเงินกู้ (debt)
- ผู้ร่วมลงทุนหลัก: Paradigm, Caffeinated Capital, Point72 Ventures, Shine Capital, Industrious Ventures
เงินทุนทั้งหมดประมาณครึ่งพันล้านดอลลาร์นี้ถูกจัดสรรเพื่อการพัฒนาและผลิต Mark‑1 รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการทดสอบ การรับรองจากหน่วยงานรัฐ และการสร้างสายอุปกรณ์สนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติการในสนามรบ
Technical Milestones
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Mark‑0 ไมโครรีแอกเตอร์รุ่นแรกของ Antares ได้ทำการถึงสถานะวิกฤต (criticality) ที่ห้องทดลองแห่งชาติไอดาโฮ (Idaho National Laboratory) ภายใต้การอนุญาตของกระทรวงพลังงานสหรัฐ (DOE) การทดสอบร่วมกับ DOE, ห้องปฏิบัติการและ BWX Technologies นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่เครื่องปฏิกรณ์แบบไม่ใช่น้ำเบา (non‑light‑water reactor) ของเอกชนบรรลุระดับวิกฤตในสหรัฐ
การทดลองนี้ได้รับการเฝ้าติดตามโดยกองทหารบกสหรัฐ ซึ่งยืนยันถึงความสำคัญของเทคโนโลยีต่อภารกิจด้านพลังงานและความมั่นคงของฐานทัพ การที่ Antares สามารถแสดงผลลัพธ์ได้สำเร็จทำให้บริษัทได้รับการยอมรับเป็น “ผู้พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์เอกชนคนแรก” ที่บรรลุเกณฑ์ดังกล่าวในยุคสมัยใหม่
Deployment Plan & Timeline
Antares ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัว Mark‑1 ซึ่งใช้แกนหลักและเชื้อเพลิง TRISO เดียวกับ Mark‑0 ในปี 2027 โดยเครื่องนี้ออกแบบให้ทำงานต่อเนื่องได้อย่างน้อย หกปี โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงใหม่ การใช้งานระยะยาวโดยไม่มีการรีเฟรชเชื้อเพลิงถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับการประยุกต์ใช้ในสนามรบ
หลังจากผลิตภัณฑ์พร้อมเชิงพาณิชย์ Antares จะเริ่มส่งมอบเครื่องปฏิกรณ์ให้กับกองทหารสหรัฐตั้งแต่ปี 2028 ตามคำสั่งผู้บริหาร “Deploying Advanced Nuclear Reactor Technologies for National Security” ซึ่งกำหนดให้ต้องมีเครื่องทำงานบนฐานทัพภายในประเทศก่อน 30 กันยายน 2568 บริษัทเป็นหนึ่งในสามบริษัทสุดท้ายที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการทดลองและติดตั้งของโครงการ Advanced Nuclear Power for Installations ของกระทรวงกลาโหม
Market & Cost Analysis
แม้ Antares จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐและนักลงทุนเอกชน แต่การประเมินค่าใช้จ่ายโดยบริษัทที่ปรึกษาการเงิน Lazard พบว่าเทคโนโลยีไมโครรีแอกเตอร์ยังมีต้นทุนสูงกว่ากังหันไฟฟ้าธรรมดา (gas turbines) ส่วนใหญ่ และยังแพงกว่าสำหรับพลังงานหมุนเวียนแบบลมและแสงอาทิตย์ที่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โซ่อุปทานของส่วนประกอบสำคัญสำหรับรีแอกเตอร์ระดับนี้ยังไม่สมบูรณ์ บริษัทไม่มีผู้ผลิตในเชิงพาณิชย์ที่สามารถผลิตไมโครรีแอกเตอร์ได้แบบสเกลใหญ่ การเปิดตัวเครื่องปฏิกรณ์แรกที่ผลิตไฟฟ้าได้อาจทำให้พบความท้าทายด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพที่ยังไม่เคยเจอในการทดลองศูนย์ (zero‑power core)
Challenges & Outlook
แม้ว่าการระดมทุนจำนวน $470 ล้าน** จะช่วยเสริมความมั่นใจว่ามีเงินพอสำหรับการพัฒนาและผลิต Mark‑1 แต่การบรรลุเป้าหมายให้เครื่องทำงานบนฐานทัพภายในปี 2028 ยังต้องเผชิญกับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน และความเสี่ยงด้านเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการผลิตเชิงพาณิชย์
ในมุมมองของตลาด พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กยังคงอยู่ในระดับต้นของวงจรชีวิตเทคโนโลยี การนำไปใช้จริงในภาคทหารอาจเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้เกิดการพัฒนาโซ่อุปทานและลดต้นทุนในระยะยาว แต่จนกว่าจะเห็นเครื่องปฏิกรณ์ที่ผลิตไฟฟ้าได้อย่างเสถียรและปลอดภัย การประเมินผลทางเศรษฐกิจยังต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติมจากขั้นตอนทดลองจริง
Summary
Antares ได้รับเงินลงทุน $470 ล้าน** เพื่อพัฒนา Mark‑1 ที่คาดว่าจะให้ไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ขนาดเล็กในปี 2027 และส่งมอบให้กองทหารสหรัฐก่อนปลายปี 2028 การเดินทางนี้แม้จะเต็มไปด้วยความท้าทายด้านเทคนิคและต้นทุน แต่หากสำเร็จอาจเปิดประตูสู่การใช้พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กในภาคทหารและพลเรือนต่อไป.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- This startup just raised nearly $500 million to build nuclear reactors for the US military
- ผู้เขียน
- Rahim Amir
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:20



