Microsoft ปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่ม 25% ในปี 2025 ทำให้เป้าหมาย carbon‑negative 2030 เผชิญความท้าทายใหม่

ที่มาภาพ: The Verge

Cloud-อ่าน 6 นาทีThe Verge

Microsoft ปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่ม 25% ในปี 2025 ทำให้เป้าหมาย carbon‑negative 2030 เผชิญความท้าทายใหม่

⚡ สรุป 30 วิ

รายงานความยั่งยืน 2026 ของ Microsoft เปิดเผยการปล่อยคาร์บอนสูงขึ้น 34 ล้านตันเมตริกในปี 2025 เพิ่ม 25% จากปีก่อน…

Microsoft รายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่มขึ้น 25 % ในปี 2025 ส่งผลให้เป้าหมาย “Carbon‑negative by 2030” ของบริษัทต้องเผชิญความท้าทายใหม่ — ข้อมูลจาก Sustainability Report 2026 ที่เปิดเผยโดย GeekWire

Overview

ตามที่ปรากฏใน รายงานความยั่งยืน 2026 ของ Microsoft การปล่อยคาร์บอนของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 34 ล้านตันเมตริก ในปี 2025 ซึ่งเทียบกับปีก่อนหน้ามีการเติบโตถึง 25 เปอร์เซ็นต์ รายงานระบุว่าการเพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจาก “interventions” ใด ๆ แต่เกิดจากสาเหตุพื้นฐานหลายประการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของ Microsoft ในการบรรลุเป้าหมาย carbon‑negative ภายในปี 2030

Emissions Increase Details

บริษัทชี้ว่า **โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล (datacenter infrastructure) ของ Microsoft ขยายขนาดอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่มขึ้น การลงทุนเพื่อเพิ่มความจุและประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “cloud‑first” ที่บริษัทมุ่งหวังจะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าระดับโลก อย่างไรก็ตาม ระบบทำความเย็นและพลังงานที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ยังคงอาศัยแหล่งพลังงานจากไฟฟ้าผสม ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและข้อจำกัดด้านโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนในบางภูมิภาค ทำให้การใช้ไฟฟ้าจากแหล่งที่ไม่ใช่พลังงานสะอาดยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล แม้ว่าบริษัทจะมุ่งมั่นต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม

Renewable Certificate Decision

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Microsoft ตัดสินใจ **หยุดซื้อ “non‑additional, unbundled renewable energy certificates” ซึ่งเป็นใบรับรองพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ได้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งสีเขียวใหม่ การเปลี่ยนแนวทางนี้สื่อให้เห็นถึงความกังวลของบริษัทต่อประสิทธิภาพและคุณค่าของกลไกตลาดคาร์บอนแบบเดิม

  • Non‑additional certificates: ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มปริมาณพลังงานหมุนเวียนในระบบ
  • Unbundled certificates: แยกจากสัญญาการจัดหาไฟฟ้าจริง ทำให้การรับรองอาจไม่สะท้อนการใช้ไฟฟ้าที่ยั่งยืนของผู้ซื้อ

บริษัทได้ระบุว่าการหยุดซื้อใบรับรองเหล่านี้เป็น “decision to focus on direct renewable procurement” เพื่อให้แน่ใจว่าแหล่งพลังงานที่ใช้งานจริงนั้นมาจากโครงการผลิตพลังงานสะอาดใหม่ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดช่องว่างชั่วคราวในระดับการคุ้มครองคาร์บอนของ Microsoft

Impact on 2030 Carbon‑Negative Target

Microsoft ได้ตั้ง เป้าหมาย carbon‑negative ภายในปี 2030 ไว้หลายปีก่อน โดยมุ่งหมายที่จะลบล้างปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมามากกว่าที่ผลิตเอง การเพิ่มขึ้นของการปล่อยในปี 2025 ทำให้บริษัทต้องเร่งรีบจัดหา “additional removal solutions” เพื่อชดเชยส่วนเกิน

การวิเคราะห์จากรายงานแสดงว่า หากอัตราการเติบโตของคาร์บอนต่อเนื่องอยู่ที่ระดับปัจจุบัน Microsoft จะต้องเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีจับกักและกำจัดคาร์บอนไว้เหนือ 40 % ของการปล่อยทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายปี 2030 นั่นหมายถึงการขยายโครงการ **Direct Air Capture (DAC) และการสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ในระดับมหาศาล ซึ่งยังคงอยู่ในขั้นตอนของการประเมินผลความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐกิจ

Broader Industry Implications

กรณีของ Microsoft สะท้อนถึงความท้าทายที่หลายบริษัทเทคโนโลยีต้องเผชิญเมื่อพยายามสอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอนระดับโลก การขยายศูนย์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับพลังงานจากแหล่งหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบอาจทำให้หลายองค์กรต้องทบทวนแนวทาง “carbon accounting” ของตน

นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายการซื้อใบรับรองพลังงานสีเขียวของ Microsoft จะกระตุ้นให้ผู้จัดหาไฟฟ้าหมุนเวียนต้องพัฒนาโครงสร้างการให้บริการที่มี “additionality” สูงขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรในตลาดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กรเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ก่อนที่จะเกิดผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ของบริษัทในระยะยาว

Summary

Microsoft ปล่อยคาร์บอนเพิ่ม 25 % ในปี 2025 ไปถึง 34 ล้านตันเมตริก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทอาจต้องเร่งดำเนินการลดและชดเชยการปล่อยเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย carbon‑negative ภายในปี 2030 การหยุดซื้อใบรับรองพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เพิ่มคุณค่าแสดงถึงความตั้งใจในการหาวิธีจัดหาไฟฟ้าอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ว่าจะทำให้ต้องเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนและการปรับโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Microsoft’s carbon emissions went up 25 percent last year
ผู้เขียน
Stevie Bonifield
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
10 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:04

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Microsoft เซ็นสัญญาพลังงานก๊าซ 20 ปี สำหรับศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่เท็กซัสCloud
25 มิถุนายน 2569 เวลา 03:30

Microsoft เซ็นสัญญาพลังงานก๊าซ 20 ปี สำหรับศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่เท็กซัส

Microsoft ตกลงซื้อไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2.67 GW จาก Chevron เป็นเวลา 20 ปี เพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูล Project Kilby ที่ Pecos, เท็กซัส พร้อมมาตรการลด NOx…

The Register5 นาที
Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…Cloud
5 มิถุนายน 2569 เวลา 15:00

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับ TypeScript AppHost ไม่…

Microsoft ปล่อย Aspire 13.4 รองรับการเขียน AppHost ด้วย TypeScript ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องพึ่ง C# อีกต่อไป อีกทั้งเพิ่มการสนับสนุน Kubernetes, Go และ Bun

The Register7 นาที
ลองสลับจาก Google Photos ไปใช้ Amazon Photos แล้วผลดีกว่าที่คาดไว้Cloud
8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00

ลองสลับจาก Google Photos ไปใช้ Amazon Photos แล้วผลดีกว่าที่คาดไว้

ผู้เขียนทดลองเปลี่ยนจาก Google Photos ไปใช้ Amazon Photos เป็นเวลาสองสัปดาห์ พบว่าการสำรองภาพทำได้เร็วและเสถียรมากขึ้น แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการแชร์วิดีโอ.

Android Authority7 นาที
Sony เลิกผลิตแผ่นเกมฟิสิกส์ พ.ศ. 2568 เตือนโคจิมะถึงอนาคตดิจิทัลที่น่ากลัวCloud
6 กรกฎาคม 2569 เวลา 22:00

Sony เลิกผลิตแผ่นเกมฟิสิกส์ พ.ศ. 2568 เตือนโคจิมะถึงอนาคตดิจิทัลที่น่ากลัว

Sony จะหยุดผลิตแผ่นเกม PlayStation ตั้งแต่เดือดมกราคม พ.ศ. 2568 เพื่อผลักดันสตรีมและคลาวด์ ทำให้ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดต่อเนื่อง ขณะเดียวกันฮิโดเอะ…

IGN6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!