
ที่มาภาพ: TechRadar
DARPA เปิดโครงการขีปนาวุธครูซ‑มิสไซล์สแครบเจ็ทความเร็ว Mach 5+ เพื่อลดการตรวจจับของระบบต้านอากาศศัตรู
⚡ สรุป 30 วิ
DARPA กำลังสร้างขีปนาวุธครูซ‑มิสไซล์สแครบเจ็ทความเร็ว Mach 5+ เพื่อหลบการตรวจจับจากระบบต่อต้านอากาศของศัตรู.…
การทหารสหรัฐฯ ผ่านหน่วยวิจัยพัฒนาอาวุธขั้นสูง (DARPA) ได้เปิดตัวโครงการ **Next Generation Hypersonic Cruise Missile (NGHCM) ซึ่งมุ่งสร้างขีปนาวุธครูซ‑มิสไซล์แบบสแครบเจ็ทที่สามารถหลบหลีกระบบต่อต้านอากาศยานของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การตอบสนองต่อความก้าวหน้าเร่งด่วนของระบบป้องกันอากาศ (IADS) ที่ทำให้ขีปนาวุธระยะไกลแบบเดิมเสี่ยงต่อการถูกดักจับและทำลาย
Overview
DARPA ระบุว่าโครงการ NGHCM ต้องการ “ขีปนาวุธครูซ‑มิสไซล์ที่ใช้เทคโนโลยีสแครบเจ็ท” เพื่อให้สามารถบินด้วยความเร็วเหนือเสียง (Mach 5+) และทำภารกิจในระยะ 250–2,000 นอติกัลไมล์ การพัฒนาแบบนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าสุดที่กองกำลังสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการต่อต้านอากาศจากอิหร่าน ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นในระบบระยะไกลเดิมลดลง
โครงการยังมุ่งเน้นให้ผลลัพธ์เป็น “ตัวอย่างต้นแบบ” ที่สามารถขยายเป็นผลิตภัณฑ์จำนวนมากได้ในอนาคต การใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้อากาศ (air‑breathing) ของสแครบเจ็ทจะทำให้เครื่องยนต์ได้รับอากาศจากบรรยากาศระหว่างการบินความเร็วสูงต่อเนื่องโดยไม่ต้องพกเชื้อเพลิงที่หนักเกินไป
ในมุมมองของ DARPA การสร้างขีปนาวุธที่มีคุณสมบัติ “หลบหลีกตัวตรวจจับและดักจับ” จึงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรักษาขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการทำสงครามระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มที่อาจถูกต่อยด้วยระบบป้องกันศัตรู
Program Objectives
โครงการ NGHCM ได้กำหนดเป้าหมายหลายประการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสนามรบยุคใหม่:
- เพิ่มระยะและความเร็วโดยยังคงรักษาความเสถียรของระบบในสภาพอากาศสูงและอุณหภูมิที่รุนแรง
- ลดลายเซ็นทางเรดาร์และความร้อนเพื่อให้ยากต่อการตรวจจับโดยระบบป้องกันศัตรูขั้นสูง
- พัฒนาแนวคิดที่สามารถปรับใช้กับแพลตฟอร์มหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบแบบเทคทิคล หรือระบบยิงจากพื้นดิน
DARPA ยังเปิดรับข้อเสนอจากบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ๆ และผู้ผลิตนอกวงการป้องกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบแนวทางที่ไม่เคยมีมาก่อน การขยายฐานผู้ร่วมพัฒนานี้อาจทำให้เกิด “ความหลากหลายของไอเดีย” ที่ช่วยเร่งกระบวนการทดลองและทดสอบ
Technical Requirements
แม้จะไม่มีการระบุค่าความเร็วเป้าหมายที่ชัดเจน โครงการได้กำหนดขอบเขตการทำงานโดยรวมไว้ว่า “ต้องบินด้วยความเร็วเหนือ Mach 5” ซึ่งเป็นเกณฑ์ทั่วไปของเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิค การออกแบบจึงต้องพิจารณาหลายด้าน:
- ระบบส่งเชื้อเพลิงที่มี energy‑density สูง เพื่อรองรับการเผาไหม้ต่อเนื่องในสภาพอากาศ
- วัสดุทนความร้อนขั้นสูงและระบบจัดการอุณหภูมิที่สามารถรักษาโครงสร้างของเครื่องยนต์สแครบเจ็ทได้ตลอดภารกิจ
- การควบคุมการเคลื่อนที่ (maneuverability) ที่ทำให้ขีปนาวุธสามารถหลบหลีกตัวตรวจจับและดักจับได้ในระหว่างบิน
DARPA ยังต้องการให้ผู้ตอบข้อเสนอพิจารณา payload, altitude, signatures และความสามารถในการเปิดจรวดจากแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน เพื่อให้ขีปนาวุธมีความยืดหยุ่นสูงสุดในสภาพแวดล้อมการต่อสู้
Development & Testing Approach
หนึ่งในประเด็นสำคัญของ NGHCM คือ “ระยะเวลาการพัฒนา” ที่ DARPA ตั้งเป้าหมายให้เร็วกว่าโครงการจัดหาอาวุธแบบดั้งเดิม การทดสอบต้องสามารถเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคที่จำเป็นโดยไม่ทำให้ศัตรูสังเกตเห็นการเตรียมการล่วงหน้า
- กำหนดขั้นตอนสำคัญ (milestones) ที่เน้นการยกระดับจาก ground‑test ไปยัง flight‑test อย่างต่อเนื่อง
- ใช้ระบบบูสเตอร์ขั้นสูงเพื่อให้ได้ความเร็วเริ่มต้นที่จำเป็นก่อนสแครบเจ็ททำงานเต็มที่ในชั้นบรรยากาศ
DARPA ยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี high‑energy‑density fuels และระบบพลังงานภายใน (power systems) ที่อาจลดจำนวนขั้นตอนทดสอบก่อนการปล่อยบินจริง การมุ่งเน้นที่ “รวบรวมข้อมูลการบินโดยไม่สร้างสัญญาณตรวจจับ” จะช่วยให้ทีมวิจัยสามารถปรับปรุงแบบจำลองและออกแบบต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Strategic Implications
เมื่อเทียบกับขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคของรัสเซียรุ่น 3M22 Zircon ที่เป็นตัวอย่างที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว NGHCM ของสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะ “ตั้งฐานเทคโนโลยี” ที่กว้างกว่าและสามารถผลิตในปริมาณมากได้ การบรรลุเป้าหมายนี้อาจทำให้สหรัฐฯ คืนความเหนือกว่าในการโจมตีระยะไกลที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องบินรบใกล้เคียงศัตรู
การพัฒนาขีปนาวุธที่มีความเร็วสูงและเสถียรภาพต่อระบบต่อต้านอากาศยานจะทำให้สหรัฐฯ สามารถดำเนินการโจมตีเป้าหมายยุทธสำคัญได้โดยลดความเสี่ยงต่อทรัพยากรและชีวิตทหาร การปรับตัวเช่นนี้จึงเป็น “ส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อการขยายตัวของ IADS” ที่หลายประเทศกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีภายนอกอาจสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีในระบบทหารแบบเดิม เช่น การใช้วัสดุนาโนเพื่อเพิ่มความต้านทานต่ออุณหภูมิสูง หรือการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมการบินที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อปรับเส้นทางอย่างอัตโนมัติ
Summary
โครงการ NGHCM ของ DARPA มุ่งสร้างขีปนาวุธครูซ‑มิสไซล์แบบสแครบเจ็ทที่สามารถหลบหลีกระบบต่อต้านอากาศยานและทำภารกิจในระยะ 250–2,000 นอติกัลไมล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาที่เน้นความเร็วเหนือ Mach 5, ความคงทนต่ออุณหภูมิสูง และการทดสอบที่รวดเร็วถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความเหนือกว่าเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ต่อภัยคุกคามจากเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิคของศัตรู.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- The Pentagon's next big project is hypersonic scramjet cruise missiles able to evade enemy interceptors
- ผู้เขียน
- Efosa Udinmwen
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 17 สิงหาคม 2569 เวลา 03:30



