กองทัพอวกาศสหรัฐขยายงบประมาณจรวดเป็น 30 พันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับภารกิจในอนาคต

ที่มาภาพ: Ars Technica

Hardware-อ่าน 7 นาทีArs Technica

กองทัพอวกาศสหรัฐขยายงบประมาณจรวดเป็น 30 พันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับภารกิจในอนาคต

⚡ สรุป 30 วิ

กองทัพอวกาศสหรัฐขยายงบประมาณ NSSL Phase 3 จาก 5.6 พันล้านเป็น 17 พันล้านและวางแผนใช้รวมถึง 30 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มจำนวนการส่งจรวด…

การเปิดเผยของกองทัพอวกาศสหรัฐ (U.S. Space Force) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่าต้องขยายงบประมาณสูงสุดของสัญญา National Security Space Launch (NSSL) รุ่นที่ 3 จาก $5.6 พันล้าน เป็น $17 พันล้าน และมีแผนที่จะใช้เงินรวมสูงถึง $30 พันล้าน** เพื่อจัดหาการส่งจรวดในอนาคต การเพิ่มงบประมาณนี้สะท้อนความต้องการที่เร่งเร้าของกองกำลังสหรัฐในการปล่อยดาวเทียมทหารหลายประเภทเข้าสู่วงโคจร

Overview

การขยายสัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กองบัญชาการอวกาศ (Space Systems Command) ของ Space Force กำลังเร่งความเร็วในกระบวนการจัดหาและใช้บริการจากผู้ให้บริการส่งจรวดหลายรายเพื่อรองรับภารกิจหลากหลายระดับ ความต้องการเพิ่มขึ้นมาจากการพัฒนาคอนสเทลเลชั่นดาวเทียมเฝ้าระวังและการสื่อสารที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ตามข้อมูลของ Ars Technica การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มงบประมาณแต่ยังเป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์ด้านอวกาศของสหรัฐกำลังเคลื่อนเข้าสู่ช่วงที่ต้องการความยืดหยุ่นและศักยภาพในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การขยายงบประมาณยังช่วยให้ Space Force สามารถเลือกผู้ให้บริการจรวดที่มีเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้งจากบริษัทอเมริกันและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพของการปล่อยภารกิจในระยะต่อไป

Contract Expansion

สัญญา NSSL Phase 3 ก่อนหน้านี้ถูกตั้งค่าที่มูลค่าสูงสุด $5.6 พันล้าน เพียงเพื่อรองรับภารกิจระดับปกติ แต่เมื่อพิจารณาถึงจำนวนและความสำคัญของภารกิจที่เพิ่มขึ้น กรมทหารอวกาศจึงตัดสินใจขยายขอบเขตเป็น $17 พันล้าน ซึ่งเท่ากับการเพิ่มมูลค่าโดยประมาณสามเท่า

การเพิ่มงบประมาณนี้ครอบคลุมหลายประเภทของภารกิจ ตั้งแต่การส่งดาวเทียมทดลองระดับกลางจนถึงการปล่อยอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อคอนสเทลเลชั่นเฝ้าระวังระดับยุทธศาสตร์ การขยายดังกล่าวทำให้ผู้รับจ้างต้องเตรียมความพร้อมด้านศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับภารกิจหลายพันครั้งในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

โดยคาดว่าในปีต่อไป Space Force จะเริ่มเรียกเสนอราคาจากบริษัทผู้ให้บริการส่งจรวดที่มีศักยภาพในการทำภารกิจระดับ Lane 1 และ Lane 2 ตามโครงสร้างของ NSSL ซึ่งจะเป็นการเปิดตลาดอวกาศทหารให้กว้างขึ้นและเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก

Program Structure

NSSL แบ่งออกเป็นสอง “Lane” เพื่อแยกระดับความเสี่ยงและลำดับความสำคัญของภารกิจ:

  • Lane 1 – รองรับภารกิจที่ยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า เช่น การปล่อยจรวดขนาดกลางที่บรรทุกโหลดทดลองหรือการให้บริการ rideshare สำหรับดาวเทียมเฝ้าระวังและคอนสเทลเลชั่นส่งข้อมูลของกระทรวงกลาโหม
  • Lane 2 – ครอบคลุมภารกิจยุทธศาสตร์ระดับสูง เช่น การปล่อยดาวเทียมสอดแนมที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดหรือการส่งดาวเทียมสื่อสารที่ทนต่อรังสีเพื่อให้ทำงานได้แม้ในกรณีสงครามนิวเคลียร์

โครงสร้างนี้ทำให้ Space Systems Command สามารถจัดสรรทรัพยากรและกำหนดความต้องการทางเทคนิคตามระดับความสำคัญของภารกิจโดยไม่ต้องผูกมัดกับผู้ให้บริการเดียว ทำให้กระบวนการเลือกใช้จรวดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

Demand Drivers

หลายปัจจัยเร่งให้กองทัพอวกาศเพิ่มงบประมาณ:

  • ขยายคอนสเทลเลชั่นดาวเทียมเฝ้าระวัง – การพัฒนาความสามารถในการตรวจจับและติดตามเป้าหมายในทุกส่วนของโลกทำให้จำนวนภารกิจส่งดาวเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ – ความก้าวหน้าของคู่แข่งระดับโลกในด้านอวกาศทำให้สหรัฐต้องรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์โดยการมีระบบดาวเทียมสำรองและทนต่อการโจมตี
  • เทคโนโลยีจรวดที่หลากหลาย – การเพิ่มจำนวนผู้ผลิตจรวดใหม่จากภาคเอกชนทำให้เกิดความต้องการใช้บริการส่งจรวดหลายรูปแบบเพื่อทดลองและปรับปรุงระบบ

ตามรายงานของ Pentagon ความต้องการเหล่านี้คาดว่าจะต่อเนื่องจนถึงปี 2035 ซึ่งหมายความว่า $30 พันล้าน** ที่คาดการณ์ไว้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบประมาณอวกาศทหารในระยะยาว

Analysis & Implications

การขยายสัญญา NSSL ถึงระดับ $17 พันล้าน** มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจรวดโดยตรง เนื่องจากผู้ให้บริการหลายรายจะต้องเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและโลจิสติกส์เพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น การแข่งขันในตลาดอาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่อการส่งดาวเทียมลดลงในระยะยาว แต่ก็เสี่ยงต่อการขาดแคลนทรัพยากรหากความต้องการเกินกำลัง

จากมุมมองของนโยบายการรักษาความมั่นคง, การมีหลายผู้ให้บริการที่สามารถทำภารกิจ Lane 1 และ Lane 2 ได้อย่างสอดคล้องจะลดความเสี่ยงต่อการพึ่งพาผู้ผลิตเดียว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการป้องกันการขัดจังหวะของระบบดาวเทียมสำคัญในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

สุดท้าย การลงทุนระดับนี้ยังส่งสัญญาณให้ประเทศอื่นเห็นว่าการใช้บริการอวกาศเพื่อความมั่นคงเป็นกิจกรรมที่ต้องมีงบประมาณมหาศาลและการวางแผนระยะยาว ซึ่งอาจกระตุ้นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีจรวดระดับโลกต่อไป

Summary

Space Force ขยายสัญญา NSSL Phase 3 จาก $5.6 พันล้าน เป็น $17 พันล้าน พร้อมตั้งเป้าหมายใช้เงินรวมถึง $30 พันล้าน** เพื่อรองรับความต้องการส่งดาวเทียมทหารที่เพิ่มขึ้น โครงสร้าง Lane 1 และ Lane 2 ทำให้ภารกิจสามารถจัดสรรตามระดับความเสี่ยงและลำดับสำคัญได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งนี้ การขยายงบประมาณมีผลต่ออุตสาหกรรมจรวดและนโยบายความมั่นคงของสหรัฐในระยะยาว.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
The Space Force is now seeking to buy up to $30 billion in rocket launches
ผู้เขียน
Stephen Clark
แหล่ง
Ars Technica
วันที่เผยแพร่
21 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:30

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bethesda ประกาศชัด! Fallout 5 ใช้ Creation Engine 3 จับมือ Obsidian สร้างภาคใหม่Hardware
20 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:30

Bethesda ประกาศชัด! Fallout 5 ใช้ Creation Engine 3 จับมือ Obsidian สร้างภาคใหม่

Bethesda ยืนยันการพัฒนา Fallout 5 โดยใช้ Creation Engine 3 พร้อมร่วมมือกับ Obsidian Entertainment ในการสร้างภาคใหม่ นอกเหนือจากนี้ยังมีแผนอัปเดตใหญ่ใน Fallout…

Blognone8 นาที
PlayStation ยุติการผลิตแผ่นดิสก์ ส่งผลยอดขายซีดีเพลงในสหรัฐพุ่งขึ้น 16%Hardware
20 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:30

PlayStation ยุติการผลิตแผ่นดิสก์ ส่งผลยอดขายซีดีเพลงในสหรัฐพุ่งขึ้น 16%

PlayStation ยุติผลิตเกมบนแผ่นดิสก์ ทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัว Luminate รายงานว่าการขายซีดีเพลงในสหรัฐพุ่งขึ้น 16% ถึง 16.3 ล้านหน่วยในไตรมาสแรกของปี 2026…

GamesRadar6 นาที
ASML ปรับราคาชุด Low‑NA EUV เพื่อสะท้อนมูลค่าทั้งหมดของเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ผลผลิตต่อวาฟเฟอร์Hardware
19 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:30

ASML ปรับราคาชุด Low‑NA EUV เพื่อสะท้อนมูลค่าทั้งหมดของเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ผลผลิตต่อวาฟเฟอร์

ASML จะเพิ่มราคาของเครื่อง Low‑NA EUV โดยใช้โมเดล value‑based pricing ไม่ใช่แค่ผลผลิต ราคาใหม่อาจส่งผลตั้งแต่ปลายปี 2028 ซึ่งจะทำให้ลูกค้าหลักอย่าง TSMC…

Tom's Hardware6 นาที
GPU เกมยอดนิยมบน Steam เลือกโน้ตบุ๊กแทนการ์ดเดสก์ท็อป สะท้อนแนวโน้มถึงปี 2026Hardware
19 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:00

GPU เกมยอดนิยมบน Steam เลือกโน้ตบุ๊กแทนการ์ดเดสก์ท็อป สะท้อนแนวโน้มถึงปี 2026

การสำรวจของ Steam พบว่า GPU ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตอนนี้เป็นรุ่นโน้ตบุ๊กรุ่น Nvidia RTX 4060 Laptop แทนการ์ดเดสก์ท็อป…

XDA Developers7 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!