
ที่มาภาพ: Mashable Tech
คอมพิวเตอร์ควอนตัมกลายเป็น AI ใหม่ของทำเนียบขาว
⚡ สรุป 30 วิ
รัฐบาลสหรัฐออกคำสั่งเพิ่มการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเพื่อเป็น AI หลักของความมั่นคงระดับชาติ โดยตั้งเป้าหมาย 200 logical qubits ภายใน 2029…
การสั่งการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนา quantum computing อย่างเต็มรูปแบบ เป็นสัญญาณว่าประเทศอเมริกาต้องการนำเทคโนโลยีนี้ขึ้นเป็นแนวทางหลักของการลงทุนและความปลอดภัยระดับชาติ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามใน Executive Order 14413 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งกำหนดให้หลายหน่วยงานของรัฐบาลทำงานร่วมกันเพื่อเร่งการวิจัย การสร้างโซ่อุปทานภายในประเทศ และการฝึกฝนบุคลากรด้านควอนตัม ทั้งนี้เพื่อให้สหรัฐฯ ไม่พลาดต่อการพัฒนาที่อาจส่งผลต่อความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ต่อจีนและประเทศอื่น ๆ
Overview
ในแง่ของนโยบาย การสั่งการครั้งนี้มุ่งให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการสร้าง quantum computer ที่ศูนย์พลังงานของกระทรวงพลังงาน (DOE) รวมถึงการตั้งเป้าหมายให้มี 200 logical qubits ภายในปี 2029 และ 2,000 logical qubits ภายในปี 2033 ตามที่ IBM รายงานไว้ การดำเนินการนี้ยังครอบคลุมการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบที่สำคัญ เช่น ซิลิกอนและวัสดุพิเศษที่ใช้ในคิวบิต
การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีการระบุว่าจีนถือ 60 % ของสิทธิบัตรด้านควอนตัมทั่วโลกตามข้อมูลของ MIT** ซึ่งทำให้ความกังวลเรื่องการสูญเสียความได้เปรียบเชิงเทคโนโลยีเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนานี้อย่างเต็มที่
What is Quantum Computing
คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมทำงานด้วยบิตที่อยู่ในสถานะ 0 หรือ 1 เท่านั้น ส่วน quantum computer ใช้ qubits ซึ่งสามารถอยู่ในสถานะ 0, 1, หรือสภาพซุปเปอร์โพซิชันที่เป็นการผสมของสองสถานะพร้อมกัน ความสามารถนี้ทำให้คิวบิตมีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ entanglement ทำให้คิวบิตหลายตัวเชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนา การวัดค่าใดค่าหนึ่งจะส่งผลต่อค่าอื่นโดยทันที ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำงานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคอมพิวเตอร์คลาสสิก ตัวอย่างที่ IBM ยกมาคือการแก้ปริศนาหลักของ “maze” โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถใช้การแทรกสอดของคลื่นความน่าจะเป็นเพื่อลดจำนวนเส้นทางที่ต้องทดลอง
Near‑Term Applications
แม้ว่าการพัฒนาเต็มรูปแบบของ quantum computing ยังต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ แต่มีการคาดการณ์ว่าการประยุกต์ใช้ในระยะใกล้จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ มากกว่าการใช้งานผู้บริโภคโดยตรง
- การจำลองโมเลกุล – ช่วยเร่งกระบวนการค้นคว้ายาและวัสดุใหม่โดยคำนวณปฏิกิริยาเชิงเคมีที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น
- การแก้ปัญหาเพิ่มประสิทธิภาพ – เช่น การจัดตารางโลจิสติกส์ การจัดพอร์ตการลงทุนในภาคการเงิน และการวางแผนเส้นทางการขนส่ง
โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ IBM ตลาดควอนตัมคาดว่าจะมีมูลค่า $1.3 trillion** ภายในปี 2035 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพเชิงเศรษฐกิจของเทคโนโลยีนี้
Market Outlook
การเติบโตของอุตสาหกรรมควอนตัมได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่นระดับโลกหลายราย ทั้ง Google, Microsoft, และสตาร์ทอัพเช่น IonQ ที่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายงานของ MIT ในปี 2025 ระบุว่าจำนวนสิทธิบัตรด้านควอนตัมเพิ่มขึ้นห้าเท่าในทศวรรษที่ผ่านมา และการระดมทุนจากบริษัทเวนเจอร์แคปิทัลสูงถึง $1.6 billion** ในปี 2024
ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านควอนตัมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตั้งแต่ปี 2018 ทำให้ผู้บริหารหลายบริษัทแสดงความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นต่อเทคโนโลยีนี้มากขึ้น (“quantum curious”) เนื่องจากได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
Challenges & Timeline
แม้จะมีโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ แต่ช่องว่างระหว่างความเป็นไปได้เชิงทฤษฎีกับความสามารถจริงของเครื่องควอนตัมยังคงกว้างมาก ปัจจุบันคิวบิตยังค่อนข้างเปราะบาง มีอัตราการเกิดข้อผิดพลาดสูง และต้องทำงานในอุณหภูมิต่ำกว่ามากกว่ามิติอวกาศ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์
- การแก้ไขข้อผิดพลาด (error correction) ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
- ความเสถียรของคิวบิต ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การขยายสเกล เพื่อให้ได้จำนวนคิวบิตที่มากพอในการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนยังคงเป็นความท้าทาย
ตามที่ IBM ประกาศเป้าหมายจะมี 200 logical qubits ภายใน 2029 และ 2,000 logical qubits ภายใน 2033 ซึ่งบ่งบอกว่าโครงการนี้ยังคงเป็นการลงทุนระยะยาวหลายทศวรรษ ไม่ใช่การปฏิวัติที่เกิดขึ้นทันที
Government Initiative
Executive Order 14413 กำหนดให้หน่วยงานหลายแห่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำงานร่วมกันเพื่อเร่งการวิจัยด้านควอนตัม ตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณ การสร้างศูนย์วิจัยในระดับ DOE ไปจนถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศเพื่อป้องกันการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างชาติ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการฝึกอบรมแรงงานที่มีทักษะด้านควอนตัมเพื่อเติมเต็มช่องว่างของบุคลากร
การสั่งการดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ เนื่องจากจีนถือครอง **60 % ของสิทธิบัตรด้านควอนตัมทั่วโลก การรักษาความได้เปรียบเชิงเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสหรัฐฯ ที่ต้องการไม่ให้ศัตรูได้เปรียบในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในด้านการสื่อสารและการประมวลผลข้อมูลระดับสูง
คาดว่าในระยะสั้นจะมีสตาร์ทอัพที่ใช้คำว่า “quantum” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากการสนับสนุนของรัฐบาลสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและการระดมทุนในภาคส่วนนี้
Summary
รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่าน Executive Order 14413 ได้เร่งความพยายามในการพัฒนา quantum computing เพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ต่อจีนและสร้างอุตสาหกรรมมูลค่า $1.3 trillion** ภายใน 2035 แม้เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นและต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านเทคนิคหลายประการ แต่การสนับสนุนระดับชาติและการลงทุนจากบริษัทใหญ่ทำให้คอนเซปต์นี้กลายเป็นเป้าหมายระยะยาวของเศรษฐกิจและความปลอดภัยของสหรัฐฯ.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Why quantum computing may be the White Houses new AI
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- Mashable Tech
- วันที่เผยแพร่
- 30 มิถุนายน 2569 เวลา 04:11



