
ที่มาภาพ: The Register
Ryanair เพิ่ม Google Cloud สู่ยุทธศาสตร์ Dual‑Cloud เพื่อรองรับผู้โดยสาร 300 ล้านคนภายใน 2034
⚡ สรุป 30 วิ
Ryanair เซ็นสัญญา 5 ปีกับ Google Cloud เพื่อใช้ AI, Workspace และโครงสร้างพื้นฐานหลายคลาวด์ พร้อมต่ออายุข้อตกลงกับ AWS อีก 5 ปี…
Ryanair ลงนามสัญญาใหม่กับ Google Cloud เป็นเวลา 5 ปี เพื่อเสริมศักยภาพด้าน AI, เครื่องมือการทำงานร่วมกันและโครงสร้างพื้นฐานแบบหลายคลาวด์ โดยทำควบคู่กับการต่ออายุข้อตกลงกับ AWS อีก 5 ปี ทั้งสองแพลตฟอร์มจะเป็นแกนสำคัญของกลยุทธ์ “dual‑cloud resilience” ของสายการบินที่กำหนดเป้าหมายผู้โดยสาร 300 ล้านคนต่อปีภายใน 2034 ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความต้องการระบบไอทีที่มั่นคงและสามารถรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจเดินทางอากาศ
Overview
Ryanair ได้ประกาศว่าการทำสัญญากับ Google Cloud จะครอบคลุม AI, เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Google Workspace) และโครงสร้างพื้นฐานหลายคลาวด์สำหรับพนักงานจำนวนประมาณ 35,000 คน การใช้บริการเหล่านี้มุ่งเน้นที่การอัตโนมัติขั้นตอนการตัดสินใจ ปรับปรุงการจัดสรรกำลังคนของลูกเรือเครื่องบินและเพิ่มผลผลิตของบุคลากร
ในเวลาเดียวกัน สายการบินได้ต่ออายุข้อตกลงกับ AWS อีกครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปี การทำสัญญาทั้งสองฝ่ายทำให้ Ryanair มี “dual‑cloud” ที่สามารถสลับใช้บริการระหว่างผู้ให้บริการ หากเกิดปัญหาขัดข้องบนคลาวด์หนึ่ง ระบบสำคัญของสายการบินจะยังคงดำเนินต่อได้ตามแผน
CEO Eddie Wilson ของ Ryanair กล่าวว่าการขยายตัวไปสู่ 300 ล้านผู้โดยสารต้องอาศัย “โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง” และกลยุทธ์ dual‑cloud จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนั้น
Dual‑Cloud Strategy
แนวคิด dual‑cloud ของ Ryanair มีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่ม resilience ให้กับระบบไอทีโดยการกระจายภาระงานระหว่าง Google Cloud และ AWS การเชื่อมต่อส่วนตัวความเร็วสูงระหว่างสองคลาวด์ทำได้ผ่านบริการ Cross‑Cloud Interconnect ของ Google ที่ร่วมพัฒนากับ AWS Interconnect ซึ่งช่วยให้ข้อมูลและแอปพลิเคชันสื่อสารกันได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
การตั้งค่าแบบนี้ยังเป็นการลดความเสี่ยงจากการหยุดทำงานของผู้ให้บริการคลาวด์คนใดคนหนึ่ง เนื่องจากระบบสำคัญ เช่น การจองตั๋ว, ระบบจัดการเที่ยวบิน และแอปพลิเคชันภายในองค์กร สามารถสลับไปยังโครงสร้างพื้นฐานของอีกฝ่ายได้โดยไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้ปลายทาง
นอกจากนี้ Ryanair ยังมุ่งเน้นให้ critical systems เช่น การคำนวณกำหนดการซ่อมบำรุงและการพยากรณ์อากาศทำงานร่วมกับบริการ AI ของ Google เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในระดับที่สูงขึ้น
AI & Automation Tools
Google Cloud จะให้บริการหลายโซลูชัน AI ที่ Ryanair วางแผนนำมาใช้ ได้แก่ Gemini Enterprise – แพลตฟอร์ม AI แบบ agentic ที่ออกแบบเพื่ออัตโนมัติการตัดสินใจบางส่วนและเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานหน้าเครื่องบิน การใช้ Gemini จะช่วยให้ทีมวางแผนกำลังคนทำงานได้เร็วขึ้นโดยลดขั้นตอนที่ต้องทำด้วยมือ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีคือ AlphaEvolve ของ DeepMind ซึ่ง Ryanair จะนำมาปรับแต่งอัลกอริธึมการบินและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังใช้ WeatherNext เพื่อพยากรณ์สภาพอากาศที่แม่นยำและวางแผนบำรุงรักษาเครื่องบินล่วงหน้า
บริการ AI ของ AWS ยังไม่ถูกละเลย โดย Ryanair ยังคงใช้ Amazon Quick, Amazon Bedrock และ Amazon Bedrock AgentCore ในงานตั้งแต่เว็บไซต์จนถึงการวางแผนปฏิบัติการของฟลีต 647 เครื่อง ซึ่งทำให้ทั้งสองคลาวด์ร่วมกันสร้างโซลูชัน AI ที่หลากหลายและครอบคลุม
Operational Impact
การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้กับองค์กรขนาด 35,000 คน จะส่งผลต่อหลายด้านของการดำเนินงาน Ryanair อย่างเป็นรูปธรรม การอัตโนมัติขั้นตอนจัดสรรกำลังคนและการพยากรณ์บำรุงรักษาโดย AI คาดว่าจะลดเวลาเสียของเครื่องบิน (downtime) และเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของฟลีต
จากมุมมองด้านต้นทุน การเปลี่ยนไปใช้ generative AI ที่ทำงานบนคลาวด์สาธารณะอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและบำรุงรักษาโซลูชันภายในองค์กร เนื่องจาก Ryanair สามารถใช้โมเดลที่ได้รับการฝึกฝนแล้วจาก Google และ AWS แทนการสร้างระบบเอง
สุดท้าย การเปิดใช้งาน Google Workspace สำหรับพนักงานทุกระดับจะส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ทั้งในสำนักงานและบนเครื่องบิน ซึ่งอาจเพิ่มประสิทธิภาพของทีมสนับสนุนลูกค้าและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินโดยตรง
Industry Context
การตัดสินใจของ Ryanair เป็นหนึ่งในหลายกรณีที่สายการบินระดับโลกหันไปใช้ multi‑cloud เพื่อรับมือกับความต้องการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การรวม AI ที่เป็นศูนย์กลางของธุรกิจการเดินทางสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายและยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร
ในปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการคลาวด์หลักหลายรายได้ประกาศความร่วมมือเพื่อสร้างโซลูชันเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม เช่น Cross‑Cloud Interconnect ของ Google กับ AWS Interconnect ซึ่ง Ryanair เป็นหนึ่งในลูกค้าแรกที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้จริง
ตามข้อมูลของผู้วิเคราะห์ตลาดคลาวด์, การใช้ dual‑cloud จะเพิ่มโอกาสในการเจรจาต่อรองสัญญาและลดการพึ่งพาผู้ให้บริการคนเดียว ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวของสายการบินมีเสถียรภาพมากขึ้น
Analysis
จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ การผนวก Google Cloud เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ของ AWS ทำให้ Ryanair มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือการขัดข้องของระบบได้เร็วขึ้น ความสามารถในการสลับระหว่างผู้ให้บริการสองรายอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาการดำเนินงานต่อเนื่องในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือมีความต้องการสูง
การลงทุนใน AI แบบ agentic เช่น Gemini Enterprise แสดงให้เห็นว่าระบบตัดสินใจของ Ryanair กำลังเปลี่ยนจากแบบมนุษย์เป็นแบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการทำงานด้วยมือและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการจัดการข้อมูลข้ามคลาวด์ให้สอดคล้องกัน ทั้งในแง่ของความปลอดภัย, การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) และการทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตี
Summary
Ryanair ได้เสริมกลยุทธ์ dual‑cloud ด้วยสัญญา 5 ปีกับ Google Cloud ควบคู่กับการต่ออายุกับ AWS เพื่อรองรับเป้าหมายผู้โดยสาร 300 ล้านคนภายใน 2034 การนำ AI และเครื่องมือความร่วมมือของ Google มาประยุกต์ใช้คาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความมั่นคงให้กับระบบสำคัญของสายการบิน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Ryanair adds Google Cloud to its dual-cloud flight plan
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 13 สิงหาคม 2569 เวลา 19:31



