เกมตลก “This Game Costs 200 Dollars” ทำรายได้ $1.4 ล้านบน Steam ก่อนคืนเงินจากผู้ซื้อจีน

ที่มาภาพ: PC Gamer

Business-อ่าน 6 นาทีPC Gamer

เกมตลก “This Game Costs 200 Dollars” ทำรายได้ $1.4 ล้านบน Steam ก่อนคืนเงินจากผู้ซื้อจีน

⚡ สรุป 30 วิ

เกมอินดี้ราคา $200 นี้สร้างยอดขายใกล้ $1.4 ล้านภายในไม่กี่วินาทีบน Steam แต่ส่วนใหญ่ผู้ซื้อจากจีนทำการคืนเงิน ทำให้รายได้ของนักพัฒนาลดลงอย่างมาก

Lead – เกมอินดี้ชื่อ “This Game Costs 200 Dollars” ที่ถูกตั้งราคาขายไว้ที่ $200 บนแพลตฟอร์ม Steam ทำยอดขายรวมใกล้ $1.4 ล้าน ภายในไม่กี่เดือนก่อนที่จะได้รับการคืนเงินจำนวนมากจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ในจีน เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้หลายฝ่ายตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เกมราคาแพงเป็นเครื่องมือทำฟอกเงินและผลกระทบต่อระบบอีคอมเมิร์ซของ Steam

Overview

เกม “This Game Costs 200 Dollars” ถูกปล่อยออกสู่ตลาดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2024 โดยผู้พัฒนา Stolen Valor Studios ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นชื่อเล่นของนักพัฒนาวัยรุ่นอายุ 18 ปี ชื่อ Michael Major ในการบรรยายเกมบน Steam ผู้พัฒนาได้อธิบายว่าเป็น “ประสบการณ์เชิงจิตวิทยาแบบตลก” ที่คุ้มค่า $200** ต่อหนึ่งครั้ง แม้คำโฆษณาจะดูแปลกและเกินจริง แต่ก็ดึงดูดความสนใจของผู้เล่นจำนวนไม่น้อย

Major บอกว่าเกมนี้เป็น “มุขตลก” ที่ไม่ได้ตั้งใจให้ขายจริง และเขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนซื้อในระดับมหาศาล อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาเพียงสองเดือนยอดการขายสะสมได้ถึง $1.4 ล้าน** จากผู้ใช้ทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ซื้อตามระบบอัตโนมัติหรือแหล่งโฆษณาที่ไม่เปิดเผย

Key Details

ตามข้อมูลที่ Major ให้แก่ WMUR‑TV (ผ่าน GamesRadar) ผู้ซื้อส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนและได้ทำการ refund เกมทันทีหลังจากชำระเงิน บางรายอาจไม่ได้แม้แต่เปิดเกมเลย การคืนเงินดังกล่าวทำให้ยอดขายสุทธิของผู้พัฒนาลดลงอย่างมาก

  • ยอดขายรวม: ≈ $1.4 ล้าน**
  • รายได้สุทธิโดยประมาณที่ Major ได้รับหลังหักส่วนแบ่ง Steam: ≈ $2,000**
  • ผู้ซื้อหลัก: ผู้ใช้จากจีน (จำนวนไม่เปิดเผย)

Major กล่าวว่าตัวเองไม่มีความเข้าใจว่าเหตุใดเกมราคาสูงจะได้รับการซื้อแล้วคืนเงินอย่างรวดเร็ว แต่เขาได้เสนอแนวคิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “แคมเปญโฆษณาหรือสกีมบางอย่าง” ที่ทำให้เกมเป็นที่สนใจของกลุ่มผู้ทำฟอกเงินบน Steam

Pricing Context

Steam ไม่ได้กำหนดขีดจำกัดสูงสุดสำหรับราคาขายเกมตามข้อมูลของ Valve อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างของเกมที่ตั้งราคาเหนือ $200 อยู่แล้ว เช่น “Congratulations On Your Purchase” ที่มีราคา $1,000, “The Leverage Game” ($1,000), “True Love” ($500) และ “Beach Volleyball Competition” ($290**) ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงอยู่บนแพลตฟอร์มโดยไม่มีการระงับ

การที่ Major ระบุว่าการตั้งราคา $200** เป็นราคาสูงสุดที่ Steam อนุญาตจึงอาจเป็นข้อมูลที่เข้าใจผิดหรือสื่อสารไม่ครบถ้วน การตั้งราคาในระดับนี้ทำให้เกมของเขาโดดเด่นบนหน้า Store และกลายเป็น “เรื่องราว” ที่ผู้ใช้หลายคนอยากลองตรวจสอบด้วยตนเอง

Analysis

เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นว่าการกำหนดราคาสูงสุดอาจกระตุ้นการเกิด “price‑gouging scams” หรือสกีมที่ใช้เกมราคาแพงเป็นตัวกลางในการเคลื่อนย้ายเงิน แม้ว่า Steam มีระบบตรวจสอบและคืนเงินอัตโนมัติ แต่เมื่อจำนวนผู้ซื้อทำให้ต้องประเมิน “ความน่าเชื่อถือของการซื้อ” จำนวนมาก การคืนเงินก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นักวิจารณ์ด้านความปลอดภัยดิจิทัลชี้ว่าการใช้เกมราคาแพงเป็นเครื่องมือฟอกเงินอาจเกิดจากการที่ผู้กระทำผิดต้องการ “ซ่อนยอดโอนเงิน” ใต้ชื่อสินค้าดิจิทัลที่มีมูลค่าสูง แม้ว่า Major เองไม่ได้ยืนยันความเกี่ยวข้องโดยตรงกับองค์กรใด ๆ แต่การสังเกตพฤติกรรมของผู้ซื้อจากจีนแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่ซับซ้อน

Impact

สำหรับ Steam และผู้พัฒนาอินดี้ การเปิดตัวเกมที่มีราคา “สูงเกินจริง” อย่างนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้ต่อระบบคืนเงินและการตรวจสอบสินค้าบนแพลตฟอร์ม หากเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ใช้อาจเริ่มสงสัยในความโปร่งใสของราคาตลาดเกมดิจิทัล

สำหรับนักพัฒนาอายุรุ่นใหม่อย่าง Major เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดราคาและการจัดการกับยอดขายที่มาจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าเขาจะได้รายได้สุทธิประมาณ $2,000** จากเกมที่ขายได้หลายร้อยพันชุด แต่ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายและภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรม

Summary

เกมตลกราคาสูงของวัยรุ่นทำให้ยอดขายรวมใกล้ $1.4 ล้าน บน Steam ก่อนที่การคืนเงินจากผู้ซื้อส่วนใหญ่โดยเฉพาะจากจีนจะทำให้รายได้สุทธิของผู้พัฒนาลดลงเหลือประมาณ $2,000 เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงในการใช้เกมราคาแพงเป็นเครื่องมือฟอกเงินและอาจกระตุ้นให้ Steam ปรับปรุงระบบตรวจสอบการขายในอนาคต.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
'I was this close': Teenage dev's $200 joke game made nearly $1.4 million on Steam before the refunds came flooding in
ผู้เขียน
Andy Chalk
แหล่ง
PC Gamer
วันที่เผยแพร่
5 สิงหาคม 2569 เวลา 04:35

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกมอินดี้ Sir We Have an Orc Problem ทำรายได้ 1 ล้านดอลลาร์บน Steam ในหนึ่งสัปดาห์Business
-

เกมอินดี้ Sir We Have an Orc Problem ทำรายได้ 1 ล้านดอลลาร์บน Steam ในหนึ่งสัปดาห์

เกม tower‑defense Sir We Have an Orc Problem ของ Mumpitz Games สร้างรายได้ $360,000 ภายใน 24 ชม. และเกิน $1 ล้านในสัปดาห์แรก ทำให้ทีมได้รับ Chocolate tier…

GamesRadar6 นาที
คูปร่า Raval เปิดตั้วรถฮ็อตแฮชไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ยังคงความกระฉับกระเฉงในยุค EVBusiness
4 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00

คูปร่า Raval เปิดตั้วรถฮ็อตแฮชไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ยังคงความกระฉับกระเฉงในยุค EV

Cupra Raval แสดงว่ารถฮ็อตแฮชไฟฟ้ายังมีชีวิตชีวาด้วยแพลตฟอร์ม MEB+ การเร่งจากศูนย์ถึง 62 mph ใน 6.8 วินาที ระยะทาง WLTP ถึง 239 ไมล์และราคาเริ่มที่ £23,785…

TechRadar5 นาที
แผนของผู้บริหาร Xbox เพื่อพลิกฟื้นการเติบโตของธุรกิจBusiness
2 สิงหาคม 2569 เวลา 22:00

แผนของผู้บริหาร Xbox เพื่อพลิกฟื้นการเติบโตของธุรกิจ

Microsoft รายงานยอดขาย Xbox ลดลง 7% และผู้บริหารใหม่ Asha Sharma เปิดเผยแผนสี่เสา Core, Content, Creation, Connection เพื่อฟื้นฟูการเติบโต FY2026‑FY2030.…

GameSpot7 นาที
Apple ยอมรับว่าการชะลอเกมมือถือและการเปลี่ยนแปลง App Store ทำให้บริการเติบโตช้าBusiness
2 สิงหาคม 2569 เวลา 05:30

Apple ยอมรับว่าการชะลอเกมมือถือและการเปลี่ยนแปลง App Store ทำให้บริการเติบโตช้า

Apple เปิดเผยว่า การลดลงของการใช้จ่ายในเกมมือถือพร้อมกับคำสั่งศาลที่บังคับให้ปรับนโยบาย App Store ทำให้การเติบโตของบริการชะลอตัว…

TechCrunch6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!