ยูเครนใช้โดรนราคาต่ำทำลายระบบป้อมอากาศ Buk‑M3 มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ในพริบตา

ที่มาภาพ: TechRadar

Security-อ่าน 6 นาทีTechRadar

ยูเครนใช้โดรนราคาต่ำทำลายระบบป้อมอากาศ Buk‑M3 มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ในพริบตา

⚡ สรุป 30 วิ

ยูเครนยืนยันวว่าโดรน FPV ราคาหลายพันดอลลาร์ทำลายป้อมอากาศ Buk‑M3 มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ของรัสเซียได้ภายในวินาที ระบบนี้เป็นส่วนสำคัญของการป้องกันอากาศของมอสโก…

ยูเครนยืนยันว่าโดรนราคาต่ำหลายพันดอลลาร์ทำลายเครื่องยิงขีปนอากาศ Buk‑M3 มูลค่า $50 ล้านของรัสเซียภายในไม่กี่วินาที การโจมตีเกิดจากหน่วย Phoenix ของบริการรักษาพBoundary Guard ของยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สงครามแบบอสมมาตรที่พึ่งพาโดรนเพื่อทำลายเป้าหมายคุณค่าสูงโดยใช้ต้นทุนต่ำ ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีไร้คนขับกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสู้บนสนามรบระหว่างสองประเทศ

Overview

ยูเครนได้รายงานว่าโดรน FPV (First‑Person View) ที่มีต้นทุนเพียง “หลายพันดอลลาร์” สามารถทำลายระบบยิงขีปนอากาศ Buk‑M3 ของรัสเซียได้ในครั้งเดียว การโจมตีนี้ไม่ใช่กรณีพิเศษ เนื่องจากข้อมูลจากบล็อกข่าวสาร Oryx ระบุว่ามีการยืนยันการทำลาย Buk‑M3 มากกว่า 40 เครื่องตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง ความสำคัญของเหตุการณ์นี้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายของระบบต่อหนึ่งหน่วยซึ่งประมาณ $40–$50 million** ทำให้การสังหารด้วยโดรนราคาถูกเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำลายเกิดขึ้นขณะเครื่องยิงกำลังเคลื่อนย้ายไปยังแนวหน้าซึ่งไม่มีการซ่อนตัว การที่ระบบป้องกันอากาศอยู่ในระยะเวลาการเคลื่อนย้ายเป็นช่วงที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเงื่อนไขการปกป้องลดลง ทำให้โดรนมีโอกาสเข้าถึงได้ใกล้ระดับ 2.5 km ซึ่งต่ำกว่าแรงยิงของมิสไซล์ที่เครื่องยิงใช้

Buk‑M3 System Details

Buk‑M3 หรือที่เรียกในรูปแบบส่งออกว่า Viking (รหัส NATO: SA‑27) เป็นระบบขีปนอากาศระยะกลางล่าสุดของรัสเซีย ระบบนี้เริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2016 แทนที่รุ่นก่อนหน้า Buk‑M2 และอยู่ระดับกลางในโครงสร้างการป้องกันอากาศหลายชั้นของรัสเซีย

  • ปืนยิงบรรทุกมิสไซล์ 9M317M (ระยะประมาณ 70 km, เพดานความสูง ≈ 35 km)
  • ความเร็วสุดยอดของมิสไซล์ใกล้ 1,550 m/s
  • ตัวทำลายบรรทุกมิสไซล์ 6 ลูกต่อเครื่อง (มากกว่ารุ่นก่อนที่มี 4 ลูก)
  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์อัพเกรดช่วยลดระยะเวลาเตรียมพร้อมใช้งาน

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Buk‑M3 ทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันระหว่างระบบสั้นเช่น Pantsir และ Tor กับระบบระยะไกลอย่าง S‑300 และ S‑400 จึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญสำหรับฝ่ายยูเครนในการเปิดช่องว่างให้ยานบินและโดรนโจมตีได้โดยไม่ถูกตรวจจับ

Drone Tactics & Cost Effectiveness

ยุทธศาสตร์ของยูเครนกำลังพัฒนาให้ใช้โดรนเป็นส่วนหลักของการทำสงครามอสมมาตร การสั่งงาน FPV drone ที่ต้นทุนเพียง “หลายพันดอลลาร์” สามารถทำลายเป้าหมายที่มีมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ได้ในพริบตา ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อการทำลายลดลงอย่างมหาศาล การประเมินจากฝ่ายยูเครนชี้ว่าโดรนนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายอุปกรณ์ยุทธ์ระดับกลางของรัสเซีย

การโจมตีด้วยโดรนยังได้ผลดีในโครงการ Operation Spiderweb ซึ่งตามข้อมูลของหน่วยสืบข่าวกรองยูเครน ได้ทำลายอาวุธและยานพาหนะของรัสเซียมูลค่าเกือบ $7 billion รวมถึงเครื่องบินที่ไม่ได้ผลิตใหม่ การใช้โดรนในการโจมตีจึงเป็นส่วนสำคัญของการสกัดกั้นทรัพยากรของศัตรูโดยไม่ต้องลงทุนในอาวุธค่ำราคา

Operational Impact on Russian Air Defense

การทำลาย Buk‑M3 ในช่วงที่กำลังเคลื่อนย้ายส่งผลให้ระบบป้องกันอากาศของรัสเซียสูญเสียความต่อเนื่องและเกิดช่องว่างในการตรวจจับเป้าหมาย ยิ่งไปกว่านั้น การทำลายหลายสิบเครื่องตามข้อมูล Oryx ทำให้รัสเซียต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงเพื่อทดแทน ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและความพร้อมของกองกำลัง

โดยเฉพาะเมื่อระบบป้องกันระดับกลางถูกทำลายลง ความสามารถของรัสเซียในการครอบคลุมระยะ 70 km ลดลง ทำให้ยานบินถล่มหรือโดรนที่มีระยะไกลสามารถทะลุผ่านเขตป้องกันได้ง่ายขึ้น การเปิดช่องว่างนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีของยูเครนต่อฐานทัพและอุปกรณ์สำคัญภายในดินแดนรัสเซีย

Broader Strategic Implications

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาธุรกิจโดรนในยูเครนได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการต่อสู้ การใช้เทคโนโลยีราคาต่ำเพื่อทำลายอุปกรณ์ที่มีมูลค่ามากเป็นแนวทางที่ทำให้ความสมดุลของกำลังบนสนามรบเริ่มเคลื่อนตัวไปในทิศทางของยูเครน

การทำลาย Buk‑M3 ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดจำนวนอาวุธ แต่ยังสื่อสารว่า ระบบป้องกันอากาศระดับกลางของรัสเซียกำลังประสบกับความท้าทายในยุคที่โดรนมีบทบาทสำคัญ การต่อสู้จึงมุ่งเน้นไปที่ “สงครามเชิงเศรษฐกิจ” ที่ใช้ต้นทุนต่ำทำลายค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งอาจเป็นโมเดลใหม่สำหรับการทำสงครามในศตวรรษที่ 21

Summary

ยูเครนได้ใช้โดรนราคาเพียงหลายพันดอลลาร์ทำลายระบบ Buk‑M3 มูลค่าประมาณ $40–$50 million ของรัสเซียขณะเคลื่อนย้าย การโจมตีนี้เป็นตัวอย่างของยุทธศาสตร์อสมมาตรที่ลดค่าใช้จ่ายทางทหารและเปิดช่องว่างให้ยูเครนบุกเข้าไปในเขตป้องกันอากาศของศัตรูได้ง่ายขึ้น.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Ukraine claims drone 'costing a few thousand dollars' obliterated a $50m Russian Buk-M3 AA missile launcher system in seconds
ผู้เขียน
Rahim Amir
แหล่ง
TechRadar
วันที่เผยแพร่
28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:05

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยูเครนเปิดตัวโดรน ‘Tsyklod’ จำลองเหยี่ยวฟาลคอนด้วยแรงโน้มถ่วงและทำลายเป้าหมายโดยระเบิดSecurity
28 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:30

ยูเครนเปิดตัวโดรน ‘Tsyklod’ จำลองเหยี่ยวฟาลคอนด้วยแรงโน้มถ่วงและทำลายเป้าหมายโดยระเบิด

‘Tsyklod’ เป็นโดรนสเก็ตชันที่ใช้แรงโน้มถ่วงในการตกสู่เป้าหมายโดยไม่ต้องระบบนำทางซับซ้อน. ภายในปี 2026 ระบบนี้ได้ทำลายศัตรูกว่า 100…

TechRadar7 นาที
Cl0p ใช้ช่องโหว่ PTC Windchill และ FlexPLM ทำ Remote Code Execution โดยไม่ต้องล็อกอินSecurity
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:00

Cl0p ใช้ช่องโหว่ PTC Windchill และ FlexPLM ทำ Remote Code Execution โดยไม่ต้องล็อกอิน

กลุ̀มแฮกเกอร์ Cl0p สร้าง RCE บนระบบจัดการผลิตภัณฑ์ PTC Windchill และโมดูล FlexPLM ผ่านช่องโหว่ที่เปิดเผยต่ออินเทอร์เน็ต.…

The Hacker News6 นาที
ช่องโหว่ GitLab 18.11.3 ให้ผู้ใช้ที่ตรวจสอบตัวตนรันคำสั่งในฐานะ gitSecurity
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:30

ช่องโหว่ GitLab 18.11.3 ให้ผู้ใช้ที่ตรวจสอบตัวตนรันคำสั่งในฐานะ git

พบช่องโหว่ Remote Code Execution ใน GitLab เวอร์ชัน 18.11.3 ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถเรียกใช้คำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องเป็นแอดมิน…

The Hacker News6 นาที
Blizzard เปิดระบบตรวจสอบอายุออนไลน์สำหรับ Battle.net ในสหราชอาณาจักรSecurity
27 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:00

Blizzard เปิดระบบตรวจสอบอายุออนไลน์สำหรับ Battle.net ในสหราชอาณาจักร

Blizzard เริ่มบังคับใช้การยืนยันอายุออนไลน์สำหรับบัญชี Battle.net ในสหราชอาณาจักรตามกฎหมาย UK Online Safety Act…

TechPowerUp6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!