
ที่มาภาพ: The Register
Cloudflare เตือนว่า AI จะทำให้ข้อมูลมนุษย์กลายเป็นเศษเสี้ยวใน 5 ปีหน้า
⚡ สรุป 30 วิ
CFO Thomas Seifert คาดว่าในห้าปีข้างหน้าทราฟฟิกจาก AI จะมากกว่าข้อมูลของมนุษย์ถึง 1,000 เท่า ทำให้ข้อมูลมนุษย์กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวบนอินเทอร์เน็ต.…
Cloudflare CFO Thomas Seifert ได้ทำนายว่าในอีกห้าปีข้างหน้า ปริมาณข้อมูลที่สร้างโดยเครื่องจักร จะมีสัดส่วนสูงกว่า ข้อมูลของมนุษย์ ถึงประมาณ 1,000 เท่า ทำให้ “มนุษย์กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยว” บนอินเทอร์เน็ต การคาดการณ์นี้มาพร้อมกับผลประกอบการไตรมาส II ที่บริษัทบันทึกรายได้สูงสุดระดับปี และแสดงถึงทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของ Cloudflare ในตลาดคลาวด์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Overview
ในช่วงการประชุม earnings call ของไตรมาส II เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Thomas Seifert ย้ำว่าการเติบโตของ traffic ที่สร้างจาก AI นั้นเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม ซึ่งจากข้อมูลของบริษัทพบว่าเครื่องจักรได้ครองส่วนแบ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 แทนที่จะถึงปี 2027 ตามที่เคยคาดการณ์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ AI ในด้านต่าง ๆ เช่น ค้นหาข้อมูล, การประมวลผลภาพ, และบริการอัตโนมัติ ได้เร่งความต้องการ bandwidth อย่างมหาศาล
แม้ว่าปริมาณ traffic ของมนุษย์จะไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ การเติบโตของ traffic ที่ไม่ใช่มนุษย์ ทำให้สัดส่วนโดยรวมของข้อมูลมนุษย์กลายเป็น “เศษเสี้ยว” ตามที่ Seifert กล่าว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายและความปลอดภัย เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของ traffic จากเครื่องจักรมักมาพร้อมกับ ภัยคุกคามไซเบอร์ ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
Traffic Trends Prediction
Seifert ชี้ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ภายในห้าปีข้างหน้า traffic ที่ไม่ใช่มนุษย์ จะมีอัตราเติบโตสูงกว่า 1,000 เท่า ของ traffic จากมนุษย์ ซึ่งหมายความว่ามาตรการเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายจะเป็นหัวใจสำคัญของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ดำเนินธุรกิจดิจิทัล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI ถูกระบุว่าเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ traffic จากเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องการส่งข้อมูลฝึกอบรมและรับผลลัพธ์ผ่านเครือข่ายจำนวนมหาศาล การใช้บริการของ Cloudflare ที่มุ่งเน้น edge computing และ content delivery optimisation จึงได้รับการยกให้เป็น “แหล่งเพิ่มประสิทธิภาพ” ที่สำคัญสำหรับลูกค้าในยุค AI
Seifert ยังเตือนว่า ปริมาณ traffic ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ ภัยคุกคามด้านความปลอดภัย มีโอกาสเกิดบ่อยและซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจาก botnet, การโจมตีแบบ DDoS และการสแกนช่องโหว่อาจใช้ AI เพื่อปรับแต่งวิธีการโจมตีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ผู้ให้บริการต้องลงทุนเพิ่มในระบบป้องกันที่อัจฉริยะและเรียลไทม์
Financial Results
ผลประกอบการของ Cloudflare ในไตรมาส II แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแม้ต้องเผชิญกับสภาวะตลาดที่แข่งขันสูง รายละเอียดหลักมีดังนี้
- รายได้: $696 million, เพิ่มขึ้น 36% เทียบปีต่อปี
- กำไรขาดทุน: ขาดทุนเพิ่มเป็น $205.7 million** ซึ่งมากกว่าสามเท่าของไตรมาสก่อนหน้า
- ค่าใช้จ่ายลงทุน (CapEx): คาดว่าจะอยู่ที่ 14–15% ของรายได้คาดการณ์ $2.865‑$2.87 billion, ประมาณ $430 million
แม้ขาดทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การเติบโตของรายได้ที่เหนือคาดหมายทำให้นักลงทุนยังคงมองโลกในแง่ดี นอกจากนี้ Cloudflare ยังประกาศว่ามีการเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ระดับโลกเป็นจำนวน บันทึกสูง ซึ่งเสริมสร้างฐานลูกค้าและความมั่นคงของกระแสรายได้ระยะยาว
เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น AWS ที่มี run‑rate มากกว่า $160 billion และ Google Cloud ที่คาดว่าจะมียอดรายได้ต่อปีเกิน $100 billion**, การใช้จ่าย CapEx ของ Cloudflare ถือเป็น “เศษเสี้ยว” อย่างชัดเจน ทำให้บริษัทสามารถเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ แทนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีต้นทุนสูง
Strategic Positioning
CEO Matthew Prince ใช้ตัวเลข CapEx ต่ำเป็นจุดขายในการวิพากษ์ hyperscalers ที่มักขาย “commodity compute” ซึ่งตามเขาแล้ว การใช้เซิร์ฟเวอร์แบบทั่วไปโดยลูกค้าต้องทำการเพิ่มประสิทธิภาพเอง ทำให้ GPU utilization ของผู้ให้บริการเหล่านั้นอยู่ในระดับ “ต่ำมาก”
Prince ชี้ว่า Cloudflare ไม่ได้ เช่าเซิร์ฟเวอร์ แต่เน้น บริการ serverless ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดสรร hardware การออกแบบนี้ทำให้บริษัทสามารถ “บีบอัด” มูลค่าออกมาจากทุกดอลลาร์ของ CapEx ได้มากที่สุด และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นสินค้าคอมโมดีที่ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็ว
ในด้านการแข่งขัน, Prince กล่าวว่าผู้ให้บริการคลาวด์แบบดั้งเดิม “ซื้อเซิร์ฟเวอร์แล้วขายต่อ หรือเช่าซื้อกลับ” เพื่อสร้างรายได้หลายรอบ ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่ Cloudflare ไม่ต้องการทำ เนื่องจากมุ่งเน้นการให้ งานสำเร็จ (work done) มากกว่าการขายอุปกรณ์โดยตรง การพัฒนาระบบ scheduling, caching และ security ที่บูรณาการบน edge ทำให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงในยุค AI
Market Implications
การทำนายว่ามนุษย์จะกลายเป็น “เศษเสี้ยว” บนอินเทอร์เน็ตแสดงให้เห็นว่าตลาดเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนจาก human‑centric traffic ไปสู่ machine‑centric traffic ซึ่งอาจทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการประมวลผลแบบ real‑time และการป้องกันภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นักลงทุนตอบสนองต่อข่าวนี้ด้วยการเพิ่มความเชื่อมั่นในหุ้นของ Cloudflare โดยราคาหุ้นพุ่ง 16% ในช่วง after‑hours ทำให้มูลค่าตลาดบรรลุระดับสูงสุดใหม่และเติบโต 68% ตั้งแต่ต้นปี การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความคาดหวังว่า Cloudflare จะเป็นผู้เล่นหลักในการจัดการ traffic จาก AI และในเวลาเดียวกันลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานของคู่แข่งที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ความเร็วของการเติบโตของ traffic ที่ไม่ใช่มนุษย์อาจทำให้ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ให้บริการต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันที่ใช้ AI เองเพื่อรับมือกับการโจมตีที่มีความฉลาดและปรับตัวเร็ว ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันหลักระหว่าง Cloudflare กับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกต่อไป
Summary
Cloudflare คาดว่าการเติบโตของ traffic ที่สร้างโดยเครื่องจักรจะทำให้มนุษย์กลายเป็น “เศษเสี้ยว” บนอินเทอร์เน็ตภายในห้าปีข้างหน้า พร้อมกับรายได้ไตรมาส II ที่บันทึกการเติบโตระดับ **36% แม้ว่าขาดทุนจะเพิ่มขึ้น การมุ่งเน้นบริการ serverless และประสิทธิภาพของ CapEx ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในตลาดที่ผู้แข่งขันต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับ AI‑driven traffic.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- ‘Humans will be a rounding error on the internet’ says Cloudflare exec
- ผู้เขียน
- Unknown
- แหล่ง
- The Register
- วันที่เผยแพร่
- 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09:40



