Microsoft ใส่รหัส GUID ใน Paint และ Photos เพื่อติดตามผู้ใช้ AI

ที่มาภาพ: The Register

AI-อ่าน 6 นาทีThe Register

Microsoft ใส่รหัส GUID ใน Paint และ Photos เพื่อติดตามผู้ใช้ AI

⚡ สรุป 30 วิ

Microsoft เปิดเผยว่าแอป Paint และ Photos ฝังรหัส GUID ที่เชื่อมโยงกับข้อความสั่งงานของ AI ทำให้ภาพที่สร้างด้วย AI สามารถระบุตัวตนได้ตามมาตรฐาน EU.

Microsoft เปิดเผยว่าแอป Paint และ Photos ของ Windows ใส่รหัส GUID ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ลงในรูปภาพที่สร้างด้วย AI ซึ่งเชื่อมโยงกับข้อความสั่งงานของผู้ใช้ตามการวิเคราะห์ของนักวิจัย ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป

Overview

สหภาพยุโรปได้ออก Code of Practice on Transparency of AI‑generated Content ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องทำเครื่องหมายเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ในรูปแบบที่อ่านโดยเครื่องและใส่เมตาดาต้าที่บ่งชี้ว่ามีการใช้ AI หรือไม่ แม้ว่ากฎจะไม่ได้ระบุวิธีปฏิบัติอย่างละเอียด ผู้ให้บริการจึงสามารถเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ “ประสิทธิภาพ, การทำงานร่วมกัน, ความแข็งแรง, และความน่าเชื่อถือ” ได้ตามต้องการ Microsoft เลือกใช้แนวทางที่เกินข้อกำหนดขั้นต่ำเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของ AI

ในฐานะผู้ก่อตั้ง Coalition for Content Provenance and Authenticity (C2PA) บริษัทได้ฝัง GUID** ที่เป็นตัวระบุเฉพาะทั่วโลกลงในภาพที่สร้างด้วย AI ผ่าน Paint และ Photos โดย GUID นี้เชื่อมโยงกับข้อความสั่งงาน (prompt) ที่ผู้ใช้ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เพื่อการตรวจสอบและกรองเนื้อหา

Technical Details

ตามรายงานของ Xusheng Li นักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก Vector 35 การทำงานเริ่มต้นที่ผู้ใช้พิมพ์ prompt ใน Paint หรือ Photos แล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ Microsoft เพื่อการตรวจสอบ หากผ่านเกณฑ์ ระบบจะออก GUID จำนวน 16 byte และฝังรหัสนี้ลงในพิกเซลของภาพโดยอัตโนมัติ รหัสที่ฝังไว้เป็นแบบ “invisible watermark” ซึ่งแตกต่างจากตัวเลือก watermark ที่มองเห็นได้ซึ่ง Microsoft ให้ผู้ใช้เปิดใช้งานได้เอง

Li ยังชี้ให้เห็นว่าระบบส่งค่า lastPromptGenerationId ไปพร้อมกับคำขอตรวจสอบครั้งถัดไป ทำให้หลาย ๆ คำสั่งที่ต่อเนื่องกันสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างชัดเจน แม้ข้อมูล GUID จะถูกเก็บไว้ในเมตาดาต้าแบบ C2PA แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดว่ารหัสเหล่านี้เชื่อมกับบัญชีผู้ใช้ใดโดยตรง

Privacy Implications

การฝัง GUID ที่อาจเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ใช้ทำให้เกิดความกังวลเรื่อง privacy อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหากมีการสืบค้นหรือเปิดเผยเมตาดาต้าของภาพ ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นอาจระบุได้ว่าใครเป็นผู้สร้างภาพด้วย AI ในนามของผู้ใช้เดียวกัน แนวคิดเช่นนี้เคยปรากฏในอดีตเมื่อผู้ผลิตเครื่องพิมพ์เลเซอร์ฝังหมายเลขติดตามลงบนเอกสาร ทำให้กลุ่มนักคุ้มครองความเป็นส่วนตัววิจารณ์ว่าการตรวจสอบดังกล่าวอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

แม้ Microsoft จะยืนยันว่า GUID ถูกออกโดยเซิร์ฟเวอร์เพื่อการตรวจสอบและไม่ได้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ต่อสาธารณะ แต่การไม่ให้คำชี้แจงที่ครบถ้วนเกี่ยวกับ C2PA manifest ที่บรรจุ GUID ทำให้ผู้ใช้และนักกฎหมายอาจต้องตั้งคำถามว่าบริษัทปฏิบัติตามหลักการ “transparency” ของ EU อย่างเต็มที่หรือไม่

Industry Context

Microsoft ไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่พัฒนาเทคโนโลยีติดตามลักษณะนี้ บริษัทอื่น ๆ กำลังสำรวจวิธีทำ watermark ที่คล้ายคลึงกันด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อความโปร่งใสของ AI

  • Meta ประกาศกำลังพัฒนาระบบ Content Seal ซึ่งเป็นเทคโนโลยี watermark ของตนเอง
  • OpenAI เริ่มใช้ SynthID จาก Google DeepMind ร่วมกับเมตาดาต้า C2PA เพื่อบ่งชี้แหล่งที่มาของภาพ AI

การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังตอบสนองต่อความต้องการของกฎหมายและผู้บริโภคในเรื่องการระบุแหล่งที่มาของเนื้อหา AI อย่างเป็นระบบ แม้ว่าการนำรหัสติดตามเข้าสู่ภาพจะเพิ่มระดับความโปร่งใส แต่ก็ต้องมีการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัวอย่างละเอียด

Recommendations & Workarounds

สำหรับผู้ใช้ที่กังวลเกี่ยวกับการฝัง GUID ลงในภาพ AI มีทางเลือกบางอย่างที่สามารถลดความเสี่ยงได้ ผู้ใช้สามารถหลีกเลี่ยงการสร้างภาพด้วยฟีเจอร์ AI ของ Paint หรือ Photos และเปลี่ยนมาใช้งานโมเดล open‑weight เช่น Stable Diffusion บนเครื่องของตนเอง ซึ่งไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ

อีกทางเลือกคือใช้เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ทำงานแบบออฟไลน์เพื่อสร้างและจัดการภาพ AI การดำเนินการนี้ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมเมตาดาต้าได้เต็มที่และหลีกเลี่ยงรหัสติดตามใด ๆ ที่อาจถูกฝังโดยระบบคลาวด์ของบริษัทใหญ่

Summary

Microsoft ฝัง GUID ลับในภาพ AI ของ Paint และ Photos เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบของสหภาพยุโรป แต่การเชื่อมโยงรหัสกับข้อความสั่งงานทำให้เกิดข้อสงสัยด้านความเป็นส่วนตัว บริษัทอื่น ๆ เช่น Meta และ OpenAI กำลังพัฒนาเทคโนโลยี watermark ของตนเอง ผู้ใช้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการติดตามอาจเลือกใช้งานโมเดล AI แบบเปิดบนเครื่องของตนเองหรือเครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ทำงานออฟไลน์.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Microsoft AI watermarks in Paint and Photos are linked to user IDs, researcher finds
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
The Register
วันที่เผยแพร่
25 สิงหาคม 2569 เวลา 07:10

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google Assistant ปิดบริการอย่างเป็นทางการ 4 กันยายน 2026 พร้อมแนะนำ Local LLMAI
20 สิงหาคม 2569 เวลา 21:30

Google Assistant ปิดบริการอย่างเป็นทางการ 4 กันยายน 2026 พร้อมแนะนำ Local LLM

Google จะหยุดให้บริการ Google Assistant อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 ทำให้ผู้ใช้ Android ต้องหาทางเลือกใหม่ เช่น Local LLM…

XDA Developers5 นาที
Samsung เปิดฟีเจอร์ AI ด้านสุขภาพใน Galaxy Watch Ultra 2 และแอป Samsung HealthAI
28 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:30

Samsung เปิดฟีเจอร์ AI ด้านสุขภาพใน Galaxy Watch Ultra 2 และแอป Samsung Health

Samsung เปิดใช้งาน AI ตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับและจังหวะหัวใจผิดปกติผ่านแอป Samsung Health และ Galaxy Watch Ultra 2.…

TechRadar6 นาที
SwarmUI ทำหน้าที่เทียบเท่า Midjourney แต่ใช้ฮาร์ดแวร์ส่วนตัวและไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนAI
30 มิถุนายน 2569 เวลา 05:00

SwarmUI ทำหน้าที่เทียบเท่า Midjourney แต่ใช้ฮาร์ดแวร์ส่วนตัวและไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน

SwarmUI เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ให้ผู้ใช้สร้างภาพ AI บนฮาร์ดแวร์ส่วนบุคคลฟรี ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนและเพิ่มความเป็นส่วนตัว…

XDA Developers5 นาที
สมาร์ททีวีฝึก AI แบบลับ: วิธีหยุดการใช้แบนด์วิดท์AI
26 มิถุนายน 2569 เวลา 01:30

สมาร์ททีวีฝึก AI แบบลับ: วิธีหยุดการใช้แบนด์วิดท์

สมาร์ททีวีบางรุ่นทำหน้าที่เป็นพร็อกซี่เก็บข้อมูลเพื่อฝึกโมเดล AI ทำให้แบนด์วิดท์ลดลงและสตรีมมิ่งช้า ผู้ใช้สามารถปิดการอัปเดตอัตโนมัติ ปิดเทเลเมทรี…

XDA Developers9 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!